News

Avatar

doyoumind September 15, 2021

ไอโฟนเครื่องเดียวก็ทำคอนเทนต์ได้! เหตุผลที่ครีเอเตอร์ควรลงทุนกับ iPhone 13, iPhone 13 Pro

เป็นที่ฮือฮากับงาน California streaming’ งานเปิดตัวสินค้าจาก Apple ที่จัดไปเมื่อคืน (วันพุธที่ 15 ก.ย. เวลา 00.00 น.) ที่หลายคนก็ตั้งตารอการเปิดตัวของเจ้าตระกูล iPhone 13 ทั้ง iPhone 13 mini, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max

ที่เล่นเอาหลายคนโดนตกเพราะสีที่ปล่อยออกมาใหม่ อย่างสีชมพู (Rose Gold) ของ iPhone 13 และสีฟ้า (Sierra Blue) ของ iPhone 13 Pro Max

แต่เรื่องสีไม่ใช่ประเด็น! เพราะวันนี้เราจะพามามองในมุมมองของคอนเทนต์ ครีเอเตอร์กันว่าตระกูล iPhone 13 นี้ คุ้มค่าที่จะลงทุนมาใช้ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์หรือไม่? แค่มีไอโฟนเครื่องเดียวก็สามารถสร้างคอนเทนต์ได้จริงหรือ? มาดูเหตุผลประกอบการตัดสินใจกันค่ะ

เกิดมาเพื่อสายถ่ายภาพและวิดีโอ

ต้องบอกเลยว่าครั้งนี้ iPhone 13 เขาเน้นเรื่องกล้องมากเป็นพิเศษ มีการเพิ่มโหมดต่าง ๆ ที่น่าสนใจเข้ามา เพื่อรองรับการถ่ายวิดีโอได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะโหมด ‘Cinematic Mode’ ที่ปรับให้สามารถเลือกปรับโฟกัสหน้าชัดหลังเบลอได้เหมือนกล้องภาพยนตร์

แถมยังมี Sensor Shift ระบบกันสั่น ที่เคยมีใน iPhone 12 Pro Max งานนี้เรียกว่าไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยใด ๆ ก็สามารถถ่ายออกมาได้เหมือนผู้เชี่ยวชาญแน่นอน และตอนนี้ยังสามารถถ่าย Time-lapse แบบ Night Mode อีกด้วย

ส่วนเรื่องถ่ายในที่แสงน้อยก็ถูกพัฒนาให้ดีมากขึ้น เรียกว่าใครอยากได้โทรศัพท์เครื่องเดียวที่สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ในการช่วยทำคอนเทนต์ด้านถ่ายภาพหรือวิดีโอ iPhone 13 เครื่องเดียวก็ค่อนข้างตอบโจทย์แล้ว เพราะเขายกฟังก์ชันจาก iPhone 12 Pro Max มาให้แบบจุใจ

สำหรับใครที่ยังรู้สึกว่าไม่สะใจ หรือมีงบมากกว่านี้ ทางด้าน iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max เขาก็ปรับเรื่องกล้องมาให้ว้าวมากเช่นกัน เริ่มตั้งแต่ปรับกล้องให้มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยเป็นขนาดกล้องที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ไอโฟนเคยมีมา รวมถึงปรับระบบกล้องใหม่ทั้งหมด

นอกจากนี้กล้อง Tele ยังสามารถซูมได้สูงสุดถึง 3 เท่าแล้ว เทียบกับระยะเลนส์ 77m หมดปัญหาเรื่องการซูมแน่นอน นอกจากนี้ถ่ายวิดีโอเสร็จแล้วยังสามารถนำมาแก้ไขปรับความลึก (Dept) ของภาพให้หน้าชัดหลังเบลอได้อีกด้วย

แถมตอนนี้ยังรองรับ Refresh Rate สูงสุดถึง 120Hz ทำให้เห็นรายละเอียดต่าง ๆ ได้ชัดเจน หากทำการแต่งรูป วาดรูป ตกแต่งกราฟิกเล็ก ๆ น้อย ๆ บนไอโฟน เรียกว่าภาพคมชัด Smooth ไม่มีกระตุกแน่นอน

ในด้านของการถ่ายภาพ รุ่น Pro และ Pro Max ก็ได้เพิ่ม Photographics Style สำหรับการตกแต่ง ปรับสไตล์และสกินโทนภาพก่อน จากเดิมที่ไอโฟนจะสามารถตกแต่งแก้ไขโทนสีต่าง ๆ ได้เมื่อถ่ายเสร็จแล้ว สิ่งนี้ก็จะช่วยทำให้สามารถเลือกโทนที่เราชอบและถ่ายภาพได้ทันทีเลยนั่นเอง

รายละเอียดเกี่ยวกับสเป็กและฟังก์ชันอื่น ๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ด้านล่าง

iPhone 13 / iPhone 13 mini

  • เลนส์กล้อง 2 ตัวเปลี่ยนเป็นแนวทแยง เซนเซอร์ใหญ่ขึ้น กล้อง Wide และกล้อง Ultra-wide 12 ล้านพิกเซล
  • ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น
  • มาพร้อมกับระบบกันสั่น Sensor Shift ที่มีใน iPhone 12 Pro Max
  • เพิ่มโหมด Cinematic Mode เข้ามาในวิดีโอ เพื่อเพิ่มมิติการถ่ายทำ สามารถล็อก แทร็กโฟกัสกล้องได้อัตโนมัติเหมือนการถ่ายภาพยนตร์ หรือจะเลือกกดแบบ Manual ก็ได้เช่นกัน
  • เพิ่มความสว่างขึ้นถึง 28%
  • กราฟิกเร็วกว่าคู่แข่ง 30%
  • ไม่มีเลนส์ซูม
  • ถ่ายวิดีโอ 4K 60 FPS HDR

iPhone 13 Pro / iPhone 13 Pro Max

  • กล้องใหญ่ที่สุดเท่าที่ไอโฟนเคยมีมา ปรับระบบกล้องใหม่ทั้งหมด
  • Telephoto ซูมได้ 3 เท่า จากเดิมใน iPhone 12 Pro Max ซูมได้แค่ 2.5 เท่า ซึ่งเทียบเท่ากับระยะเลนส์ 77mm เลยทีเดียว
  • เพิ่มโหมดถ่ายวิดีโอ Slow-motion
  • ถ่ายเสร็จสามารถนำมาปรับความลึก (Dept) ทีหลังได้
  • หน้าจอใหม่ ที่รองรับ Refresh Rate สูงสุดถึง 120Hz รวมถึงมีการปรับสมดุลตามคอนเทนต์อัตโนมัติได้ตั้งแต่ 10-120Hz เหมือน iPad Pro ทำให้เห็นรายละเอียดต่าง ๆ ได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นงานกราฟิกหรือรายละเอียดในเกม
  • ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการถ่ายทำ
  • แสงสว่าง
  • เพิ่มการถ่ายวิดีโอแบบ Pro-Res ที่ 4K 30fps ซึ่งจะตามมาหลังเปิดขาย
  • ถ่ายวิดีโอแบบ Raw File
  • จอ Super Retina XDR สว่างกว่าทุกรุ่น
  • เพิ่มโหมด Photographics Style เป็นฟีเจอร์ใหม่ เมื่อถ่ายภาพ ไอโฟนจะปรับโทนสีภาพให้อัตโนมัติ สามารถเลือกสไตล์ ปรับตามสกินโทน และนำไปใช้กับรูปอื่น ๆ ที่ถ่ายได้อีกด้วย

แบตอึดสู้งาน

รอบนี้แอปปเปิลเคลมว่าแบตใหญ่และอึดขึ้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัว หากอัดวิดีโอนาน ถ่ายภาพเยอะ หรือแม้จะตัดต่อคลิปบนไอโฟน แบตก็จะอยู่สู้กับเราแน่นอน เพราะแบต iPhone 13 mini อึดกว่า iPhone 12 mini 1.5 ชั่วโมง และ iPhone 13 ก็อึดกว่า iPhone 12 มากขึ้นถึง 2.5 ชั่วโมงเลยทีเดียว

iPhone 13 / iPhone 13 mini

เพิ่มขนาดแบตเตอรีใหญ่ขึ้น เพิ่มความอึดแบต iPhone 13 mini ใช้ได้นานกว่า iPhone 12 mini 1.5 ชั่วโมง ส่วน iPhone 13 แบตอยู่ได้นานกว่า iPhone 12 มากขึ้นถึง 2.5 ชั่วโมง

ความจุสะใจสายครีเอเตอร์นักสร้าง

นักสร้างคอนเทนต์แน่นอนว่าต้องมีทั้งฟุตเทจ ดราฟต์ ผลงาน เป็นสิบ เป็นร้อย เป็นพัน ครั้งนี้เขาก็จัดให้แบบจุใจเริ่มต้นที่ 128GB จากเดิมเริ่มที่ 64GB แถมตอนนี้ใน iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max ยังมีความจุสูงสุดอยู่ที่ 1TB เลยทีเดียว! เรียกว่าเก็บผลงานคอนเทนต์ได้ทั้งปี

iPhone 13 / iPhone 13 mini

  • 128GB, 256GB, 512GB ความจุเพิ่มขึ้นจาก iPhone 12 เท่าตัว แต่ราคาเท่าเดิม

iPhone 13 Pro / iPhone 13 Pro Max

  • เพิ่มความจุสูงสุด 1TB เป็นครั้งแรกในไอโฟน ทำให้ราคาอยู่ที่ประมาณ 62,900 บาทเลยทีเดียว

ความปลอดภัยเรื่อง Privacy

ทางแอปเปิลบอกว่า ได้ให้ความสำคัญกับระบบ Privacy มากขึ้น ตั้งแต่ iOS15 เป็นต้นไป โดยผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าเวลาพูดคุยอะไรกับ Siri ข้อมูลเหล่านั้นจะไม่ส่งข้อมูลออกไปนอกเครื่องแน่นอน รวมถึงเมื่อเข้าอีเมลต่าง ๆ IP ที่แท้จริงจะถูกซ่อนไม่ให้ใครเห็น เพราะฉะนั้นวางใจได้แน่นอน

ขณะนี้ไอโฟนเปิดจองวันที่ 1 ต.ค. และวางขายวันที่ 8 ต.ค. ซึ่งถือว่าเป็นปีที่ขายเร็วกว่าปีอื่น ๆ ค่อนข้างมาก จากที่ต้องรอเป็นเดือนกว่าจะเข้าไทย

ราคา

  • iPhone 13 mini เริ่มต้น 25,900 บาท
  • iPhone 13 เริ่มต้น 29,900 บาท
  • iPhone 13 Pro เริ่มต้น 38,900 บาท
  • iPhone 13 Pro Max เริ่มต้น 42,900 บาท
#AppleEvent

เป็นยังไงกันบ้างคะ แทบจะไม่ใช่โทรศัพท์แล้ว แทบจะเป็นกล้องภาพยนตร์ตัวนึงแล้ว ยังไงก็ลองเก็บไปพิจารณาตัดสินใจดู เพื่อการลงทุนซื้อโทรศัพท์จะทำให้สามารถใช้ต่อยอดในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้
สำหรับคนที่ไม่อยากพกอุปกรณ์เยอะ หรือมีงบจำกัด อาจลองนำไปพิจารณาดูได้นะคะ เพราะเรียกได้ว่าได้ทั้งโทรศัพท์และกล้องดี ๆ ในตัวเลย!
Copyright © 2021 RAiNMaker. All rights reserved.