
ปัจจุบันการโพสต์ลงโซเชียลมีเดียอาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกเป็นภาระมากกว่าความสนุก และผู้คนกำลังเริ่มถอยห่างจากโซเชียลอย่างเงียบ ๆ หรือไม่ก็ลบแอ็กเคานต์ไปเลยเพื่อพักเบรก เกิดเป็นยุค ‘Digital Fatigue’ แบบคลื่นใต้น้ำที่อาจส่งผลต่อครีเอเตอร์ แบรนด์ และวงการคอนเทนต์ในอนาคต

โดย Incogni ได้ทำรายงานสำรวจผู้ใช้งาน 1,000 คนในสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 1-9 มิถุนายน 2026 ซึ่งผลที่ออกมาก็คือ Digital Fatigue ที่เติบโตมากกว่าที่เห็น และไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราวที่ผ่านมาแล้วผ่านไป
เพราะถึงแม้ผู้คนจะไม่ได้ลบแอ็กเคานต์ของตัวเองไปพร้อม ๆ กัน แต่ผู้คนในโลกโซเชียลมีพฤติกรรมโพสต์น้อยลง, จำกัดว่าใครจะเห็นคอนเทนต์ของตัวเอง ไปจนถึงการลบแอปที่สร้างความเครียด

และรู้สึกว่าว่าการ Maintain Online Presence คือการทำงานโดยเฉพาะกับกลุ่ม Gen Z รวมถึงการเห็นโพสต์ที่เต็มไปด้วยความคิดเห็นทางการเมืองหรือ Privacy ต่าง ๆ ก็ทำให้เกิดสุขภาพจิตด้วย
- 55% มีการโพสต์ลงโซเชียลน้อยกว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว
- 53% มีการเข้มงวดมากขึ้นว่าใครควรจะเห็นโพสต์บ้าง
- 47% มีการลบโพสต์โซชียลหรือ Messaging เพราะความเครียดหรือความวิตกกังวล โดยกว่า 61% เป็นกลุ่ม Millennials และ 56% เป็นของ Gen Z
- 44% เห็นด้วยว่าคอนเทนต์ทางการเมือง หรือมีความขัดแย้งทำให้อยากเลิกใช้โซเชียลมีเดีย

เรียกได้ว่าจากสถิติทั้งหมด Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้โซเชียลมากที่สุด แต่กลับป็นกลุ่มที่รู้สึกวิตกกังวลเมื่อไม่ได้เช็กโซเชียลที่สุด และยังรู้สึก FOMO ที่โซเชียลกลายเป็น Source of Stress และ Source of Dependency ในเวลาเดียวกัน

นอกจากนี้เหตุผลที่พบบ่อยที่สุดที่จะทำให้ออกจากโซเชียล ก็คือการรู้สึกเป็นภัยคุกคามต่อ Privacy หรือ Security ที่เพิ่มขึ้น หรือมีการ Bully และ Hate Speech ที่ทริกเกอร์ได้ ก็ทำให้อยากลบแอ็กเคานต์ออกได้เลย
ฉะนั้นสำหรับสถานการณ์ Digital Burnout ในปัจจุบัน ครีเอเตอร์และแบรนด์ก็น่าจะรู้สึกว่ายอด Engagement โดยรวมก็ยากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องคอนเทนต์แย่ลง แต่เพราะ Audience กำลังเริ่มถอนตัวออกไป
การจะทำให้คอนเทนต์น่าดึงดูดอีกครั้ง ก็คงต้องเน้นสร้างคอนเทนต์ที่เหมือนคุยกับเพื่อน พร้อมสร้าง Trust สม่ำเสมอ ท่ามกลางที่ในฟีดมีทั้ง AI Slop ด้วย แต่ความครีเอทีฟและความเป็นมนุษย์ยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้คอนเทนต์อยู่ได้นานที่สุด
ที่มา: https://blog.incogni.com/digital-fatigue-and-burnout/
