
ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ไม่ได้ทำให้น้ำท่วมกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเฉพาะในข่าวเท่านั้น แต่ยังทำให้โซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ทั้งการแจ้งเตือน การรายงานจุดน้ำท่วม การเช็กเส้นทาง การขอความช่วยเหลือ รวมถึงการระบายความเครียดผ่านมีมและอารมณ์ขัน
ทำให้บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) ผู้ที่เก็บข้อมูลการพูดถึงสถานการณ์น้ำท่วมผ่านเครื่องมือ Zocial Eye ระหว่างวันที่ 16-26 กันยายน 2569 พบว่ามีจำนวนทั้งหมด 167,607 ข้อความ และที่สร้างเอนเกจเมนต์กว่า 40 ล้านครั้งในช่วงที่ผ่านมา
โดยตัวเลขดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต ที่ชี้ชัดว่าโลกโซเชียลไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นช่องทางรับข่าวสาร แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้รายงานสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัว ขอความช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนข้อมูล และสะท้อนความรู้สึกต่อสถานการณ์
จากตัวเลขทำให้เห็นได้ว่าในตปัจจุบันเอง Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักในการรับรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับน้ำท่วม มีข้อความสูงถึง 118,223 ข้อความ หรือ 70.5% และสร้างเอนเกจเมนต์ประมาณ 20 ล้านครั้ง สะท้อนบทบาทของสื่อและเพจข่าวในการรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่ TikTok มีข้อความ 7,460 ข้อความ หรือ 4.5% แต่สร้างเอนเกจเมนต์สูงถึง 14 ล้านครั้ง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคอนเทนต์วิดีโอในการขยายกระแส ทั้งคลิปรายงานสถานการณ์และคอนเทนต์แนวมีมที่ถูกแชร์ต่อเท่านั้น
5 มุม Social Data ที่น่าจับตาจากวิกฤตน้ำท่วม
1. น้ำท่วมพุ่งแตะ 6,400 ข้อความต่อชั่วโมง
ในช่วงวันที่ 16-21 กันยายน การพูดถึงน้ำท่วมอยู่ที่ประมาณ 117 ข้อความต่อชั่วโมง ก่อนจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อฝนตกหนักต่อเนื่อง วันที่ 23 กันยายน ยอดพูดถึงเริ่มทะลุ 500 ข้อความต่อชั่วโมง และพุ่งสูงสุดประมาณ 6,400 ข้อความต่อชั่วโมง ในช่วงสายของวันที่ 26 กันยายน หรือสูงกว่าช่วงปกติถึง 55 เท่า แม้ในช่วงกลางดึก 00.00-05.00 น. ก็ยังพบข้อความเฉลี่ยกว่า 1,200 ข้อความต่อชั่วโมง สะท้อนว่าประชาชนยังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
2. การเตือนภัยกลายเป็นคอนเทนต์ที่ถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว
เมื่อก่อนสถานการณ์รุนแรงขึ้นโพสต์เตือนภัยของเพจ “ที’ ลมฟ้าอากาศ” ในคืนวันที่ 22 กันยายน ซึ่งระบุถึงฝนตกหนักช่วงวันที่ 24-27 กันยายน ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออก ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมียอด 155,294 Reactions, 4,535 Comments และ 49,047 Shares
ขณะที่คำว่า “กรมอุตุ/กรมอุตุนิยมวิทยา” ถูกพูดถึง 9,505 ข้อความ และสร้างเอนเกจเมนต์รวม 5.8 ล้านครั้ง เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันในช่วงเวลา 01.30 น. ของวันที่ 25 กันยายน คลิปรายงานข้อมูลดังกล่าวก็ได้รับเอนเกจเมนต์สูงถึงหลักแสนต่อคลิป สะท้อนว่าการแจ้งเตือนจากทั้งเพจอิสระและหน่วยงานทางการสามารถถูกนำมารับรู้และส่งต่อบนโซเชียลได้อย่างรวดเร็ว
3. คนไม่ได้ถามแค่ว่าฝนจะตกไหม แต่เริ่มหาข้อมูลเพื่อรับมือ
เมื่อฝนตกหนักและเริ่มกระทบชีวิตประจำวัน บทสนทนาบนโซเชียลก็เปลี่ยนไปสู่ข้อมูลที่ใช้รับมือกับสถานการณ์จริง ช่วงวันที่ 22-26 กันยายน ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ได้แก่
- จุดน้ำท่วม 11,156 ข้อความ
- การเตือนภัยและพยากรณ์ 10,683 ข้อความ
- การเดินทางและจราจร 5,916 ข้อความ
พื้นที่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ได้แก่ พระนคร 3,158 ข้อความ ตามด้วย ลาดพร้าว 1,669 ข้อความ และ ลาดกระบัง 1,266 ข้อความ
ส่วนประเด็นที่เติบโตเร็วที่สุดคือ “ที่จอดรถหนีน้ำ” ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 127 เท่า ในวันที่ 25 กันยายน ส่วนในด้านการขอความช่วยเหลือ เบอร์ 1784 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยถูกพูดถึงมากที่สุด 420 ข้อความ ตามด้วย 1555 และ Traffy Fondue ที่ 290 ข้อความเท่ากัน ซึ่งภายในครึ่งวันของวันที่ 26 กันยายน การพูดถึงเบอร์ฉุกเฉินเพิ่มขึ้นถึง 18 เท่า เมื่อเทียบกับวันปกติ ขณะที่โพสต์เกี่ยวกับ Traffy Fondue สร้างเอนเกจเมนต์สูงสุดในกลุ่มนี้ราว 172,000 ครั้ง
4. เสียงสะท้อนบนโซเชียลไม่ได้มีแค่เรื่องน้ำ แต่รวมถึงความคาดหวังต่อการจัดการ
คำว่า “รัฐบาล” ในบริบทน้ำท่วมถูกพูดถึงถึง 6,846 ข้อความ และสร้างเอนเกจเมนต์เกือบ 1.9 ล้านครั้ง ขณะที่คำว่า “กังวล” ปรากฏร่วมกับน้ำท่วม 1,182 ข้อความ โดยอีกหนึ่งคำที่น่าสนใจคือ “ช่วยกันเอง” ซึ่งพบ 488 ข้อความ สะท้อนบทสนทนาเกี่ยวกับการที่ประชาชน ชุมชน และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนช่วยเหลือกันในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทำให้เห็นว่า Social Data สามารถสะท้อนทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน และความรู้สึกหรือความคาดหวังของผู้คนที่มีต่อการจัดการสถานการณ์
5. “สาดไปสมาชิก” มีมคลายเครียดที่สร้างเอนเกจเมนต์กว่า 1 แสนครั้ง
ท่ามกลางความกังวลจากสถานการณ์น้ำท่วม ผู้คนยังใช้อารมณ์ขันเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสื่อสารและคลายความเครียดวลี “น้ำรอการระบาย” ถูกพูดถึง 1,767 ข้อความ และสร้างเอนเกจเมนต์กว่า 400,000 ครั้ง ขณะที่ “สาดไปสมาชิก” พบ 498 ข้อความ และสร้างเอนเกจเมนต์กว่า 100,000 ครั้ง โดยเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่คนแท็กเพื่อนหรือสมาชิกในกลุ่มให้มาดูสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมใส่มุกหรือบริบทขำ ๆ เข้าไปในคอนเทนต์
แม้จะเป็นเพียงหนึ่งในรูปแบบของมีมบนโซเชียล แต่ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ในช่วงวิกฤต ผู้คนไม่ได้สื่อสารผ่านข้อมูลเชิงข่าวสารเพียงอย่างเดียว แต่อารมณ์ขันก็กลายเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ผู้คนมีส่วนร่วมและส่งต่อเรื่องราวได้ และเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายบทสนทนาก็ขยับไปสู่ความห่วงใยกันมากขึ้น ทั้งการช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่มีการพูดถึง 1,391 ข้อความ และการส่งกำลังใจหรือขอบคุณกัน 3,942 ข้อความ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 1,933 ข้อความภายในครึ่งวันของวันที่ 26 กันยายนนั่นเอง
Social Data ช่วยให้เห็นความต้องการที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงของวิกฤต
นับได้ว่าข้อมูลจากวิกฤตน้ำท่วมเดือนกันยายน 2569 สะท้อนว่า Social Data ไม่ได้บอกเพียงว่าคนกำลังพูดถึงอะไรแต่ยังช่วยให้เห็นว่าความสนใจและความต้องการของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างไรตามสถานการณ์ ตั้งแต่การเฝ้าระวังและเตือนภัย การรายงานจุดน้ำท่วม การติดตามการเดินทางและช่องทางขอความช่วยเหลือ ไปจนถึงเสียงสะท้อนต่อการจัดการสถานการณ์ และการใช้มีมกับอารมณ์ขันเพื่อรับมือกับความเครียด
และสำหรับแบรนด์ องค์กร ไปจนถึงหน่วยงานที่ต้องสื่อสารท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การติดตาม Social Data จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้เข้าใจบริบทและเสียงของผู้คนได้ทันสถานการณ์ พร้อมนำข้อมูลไปประกอบการวางแผนการสื่อสารและการรับมือกับวิกฤตได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง
