
ในวันที่ Generation ไม่ได้ถูกใช้เพื่อแบ่งแค่ช่วงอายุอีกต่อไป แต่กลายเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคบนโลกโซเชียลก็กำลังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อคนแต่ละวัยเริ่มเลือกแสดงตัวตนผ่านไลฟ์สไตล์ ความคิด และคุณค่าที่ตัวเองเชื่อ มากกว่าการเดินตามกรอบของวัยแบบเดิม ทำให้ Wisesight ได้วิเคราะห์บทสนทนาบนโซเชียลในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 และพบว่า แม้แต่ละ Generation จะมีมุมมองชีวิตต่างกัน แต่ทุกคนต่างกำลังใช้โซเชียลเป็นพื้นที่ในการค้นหาความหมายของชีวิตในแบบของตัวเอง
เนื่องจากทุกวันนี้ผู้บริโภคไม่ได้ถูกนิยามด้วย ‘อายุ’ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป การทำความเข้าใจแต่ละ Generation จึงกลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนกว่าการแบ่งกลุ่มแบบ Demographic ที่นักการตลาดคุ้นเคย เพราะแม้จะอยู่คนละวัย หลายคนกลับมี Mindset หรือ Pain Point ร่วมกัน ขณะที่คนอายุใกล้เคียงกันกลับมีวิธีคิดและมุมมองต่อชีวิตแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ทำให้ Wisesight ได้วิเคราะห์บทสนทนาบนโซเชียลมีเดีย ภายใต้บริการ Topic Analysis ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 เพื่อสำรวจว่า ผู้บริโภคแต่ละ Generation กำลังพูดถึงอะไร? ให้คุณค่ากับเรื่องไหน? และกำลังสะท้อนความรู้สึกอะไร? ผ่านคอนเทนต์ที่เลือกเสพและแชร์ในแต่ละวัน
จนได้ผลการวิเคราะห์ที่พบว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันเริ่มขยับจาก ‘ความชอบตามวัย’ ไปสู่การแสดงออกผ่าน ‘ตัวตน’ มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในประเด็นของ
- เรื่องสุขภาพ
- การทำงาน
- การเงิน
- ความสัมพันธ์
- การใช้ชีวิต
และพร้อมกันนั้นยังได้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่น่าจับตาอย่าง ‘Generational Style Swap’ หรือการที่คนแต่ละวัยเริ่มหยิบวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และวิธีสื่อสารของอีก Generation มาปรับใช้กับตัวเองมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังสะท้อนว่า Generation ในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของช่วงอายุอีกต่อไป แต่คือความแตกต่างในด้านวิธีคิด ความคาดหวัง และความหมายของการใช้ชีวิตในแต่ละช่วงเวลามากขึ้น
Gen Z: ย้อนอดีตในโลกใหม่ พร้อมให้คุณค่ากับสุขภาพใจ

ขอบคุณภาพจาก: TikTok:Meijimill, เดย์เวย์ เอไอ, ถ่ายไปเรื่อย เมื่อยก็หยุด
จากการวิเคราะห์ของ Wisesight พบว่า หนึ่งในพฤติกรรมที่โดดเด่นของ Gen Z คือการหยิบสิ่งดั้งเดิมมาตีความใหม่ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Lifestyle และ Identity บนโลกออนไลน์
และหนึ่งในตัวอย่างที่เห็นชัดคือกระแส ‘Retro-Health’ ที่ไม่ว่าจะเป็นการชวนกันไป ‘เต้นแอโรบิคหน้าสวนลุม’ ที่ถูกมองทั้งในฐานะกิจกรรมสุขภาพและ Lifestyle Content หรือการนำกิจกรรมไทยดั้งเดิมอย่าง ‘พับดอกบัว’ มาสร้างเป็น Short-form Content บนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น
ขณะเดียวกันก็ได้มีประเด็นเรื่อง ‘Healthy Workplace’ ก็กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง โดย Gen Z ให้ความสำคัญกับ Work-life Balance, สุขภาพจิต และวัฒนธรรมองค์กร มากกว่าเรื่องรายได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เองได้สะท้อนว่า Gen Z ไม่ได้มองแบรนด์แค่ในฐานะสินค้า แต่กำลังมองหาแบรนด์ที่เข้าใจวิธีใช้ชีวิตและคุณค่าที่พวกเขาให้ความสำคัญ
Gen Y: จากการทดลองชีวิต สู่การสร้างความมั่นคงระยะยาว

ขอบคุณภาพจาก: thefadd_official, cmcamel, zzdaozz
ในขณะที่ Gen Z กำลังค้นหาตัวตน ในฝั่งของ Gen Y กลับเริ่มโฟกัสกับการ ‘จัดระเบียบชีวิต’ มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยทาง Wisesight พบว่า บทสนทนาของ Gen Y ในช่วง 3 เดือนแรกของปี เต็มไปด้วยเรื่องของการวางแผนอนาคต ทั้งการเงิน บ้าน การลงทุน และคุณภาพชีวิตระยะยาว
หนึ่งในหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากคือ ‘Experiential Travel’ หรือการท่องเที่ยวเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ หลังผ่านช่วงเวลาการทำงานหนักต่อเนื่องมาหลายปี และนอกจากนั้นยังเริ่มเห็นการแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงดูลูก Gen Alpha มากขึ้นบนโซเชียล โดยให้ความสำคัญกับทั้งการ
- ใช้เทคโนโลยี
- การเรียนรู้แบบเปิดกว้าง
- การพัฒนา EQ ควบคู่กับทักษะทางวิชาการ
ซึ่งนี่เป็นภาพรวมสะท้อนว่า Gen Y กำลังมองหาความมั่นคงที่ไม่ได้มีแค่เรื่องการเงิน แต่รวมถึงความมั่นคงทางอารมณ์และคุณภาพชีวิตด้วยเช่นกัน
Gen X: คนกลางระหว่างโลกดั้งเดิมและโลกดิจิทัล

ขอบคุณภาพจาก: TikTok: POPANGPOPA, ktnatacha, Facebook:เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น
อีกหนึ่ง Generation ที่น่าสนใจคือ Gen X ซึ่งกำลังอยู่ในจุดกึ่งกลางระหว่างโลกยุคดั้งเดิมและโลกดิจิทัล เนื่องจากจากการวิเคราะห์ของ Wisesight พบว่า บทสนทนาของคนกลุ่มนี้สะท้อนทั้งความภาคภูมิใจในรากวัฒนธรรมเดิม และความพยายามในการเชื่อมต่อกับโลกยุคใหม่ไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนแบรนด์ไทย การพูดถึง Soft Power หรือการทดลองมีส่วนร่วมกับเทรนด์บนโซเชียล เช่น การทำวิดีโอสั้น การใช้คำแสลง หรือการแต่งตัวตามกระแสร่วมสมัย
ขณะเดียวกันนั้นเองหัวข้อ ‘Mentorship & Management’ ก็กลายเป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการบริหารทีมงาน Gen Z และการทำงานร่วมกันระหว่างคนต่างวัยในองค์กร เพราะสิ่งที่น่าสนใจคือ Gen X ไม่ได้เพียงตามให้ทันแต่กำลังพยายามทำความเข้าใจคนรุ่นใหม่ เพื่อรักษาความเชื่อมต่อกับโลกปัจจุบันเอาไว้นั่นเอง
‘Generational Style Swap’ เทรนด์ใหม่ที่นักการตลาดต้องจับตา
และหนึ่งในอินไซต์สำคัญที่ Wisesight พบ คือปรากฏการณ์ ‘Generational Style Swap’ หรือการสลับสไตล์ข้ามเจน ซึ่งคนรุ่นใหม่เริ่มหันกลับไปหา Nostalgia ผ่านกล้องฟิล์ม กล้อง CCD หรือแผ่นเสียง เพื่อมองหาความรู้สึกแบบ Authentic ที่แตกต่างจากโลกดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบเกินไป ในทางกลับกันคนรุ่นก่อนกลับเริ่มเปิดรับวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่มากขึ้น ทั้งการแต่งตัวแบบ Streetwear การใช้คำแสลง หรือการทำคอนเทนต์วิดีโอสั้น
โดยปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าอายุเริ่มมีผลต่อรสนิยมน้อยลง ขณะที่ตัวตนกลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการสื่อสารออกมามากกว่าเดิม และนี่อาจเป็นสัญญาณสำคัญที่ทำให้แบรนด์ไม่สามารถแบ่งกลุ่มผู้บริโภคด้วย Demographic เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไปในอนาคต
5 เรื่องที่ทุก Generation กำลังพูดถึงร่วมกัน
แม้แต่ละ Generation จะมีวิธีคิดต่างกัน แต่ Wisesight พบว่า ผู้บริโภคทุกช่วงวัยยังคงพูดถึง 5 เรื่องสำคัญร่วมกัน ได้แก่
- สุขภาพกายและใจ
- การเงินและความมั่นคง
- งานและความหมายของชีวิต
- ครอบครัวและความสัมพันธ์
- ความสุขเล็ก ๆ และประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แตกต่างไม่ใช่หัวข้อ แต่คือมุมมองที่แต่ละวัยใช้ตีความเรื่องเหล่านั้น
- Gen Z: มองสุขภาพผ่านมิติของ Mental Health และ Self-healing
- Gen Y: ให้ความสำคัญกับ Work-life Balance และความมั่นคงระยะยาว
- Gen X: โฟกัสกับสุขภาพระยะยาว การเกษียณ และบทบาทในการดูแลครอบครัว
โดยสิ่งนี้สะท้อนว่าแม้ผู้บริโภคจะพูดถึงเรื่องเดียวกัน แต่ความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน
เมื่อการตลาดยุคใหม่ ต้องเข้าใจ “ความรู้สึก” มากกว่า “ช่วงวัย”
จากอินไซต์ทั้งหมดของการทำ Topic Analysis ในหัวข้อ Generation ทาง Wisesight มองว่า การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่แค่การ ‘พูดให้ตรงวัย’ อีกต่อไป แต่คือการเข้าใจว่า ผู้บริโภคแต่ละ Generation กำลังเผชิญแรงกดดันอะไร กำลังมองหาความมั่นคงแบบไหน และกำลังใช้โซเชียลเป็นพื้นที่ในการนิยามตัวตนอย่างไร
และในวันที่ผู้บริโภคไม่ได้เลือกแบรนด์จากราคา หรือโปรโมชั่นเพียงอย่างเดียว สิ่งที่แบรนด์ต้องแข่งขัน อาจไม่ใช่แค่ Product แต่คือความสามารถในการเข้าไปอยู่ในบริบทชีวิต ของผู้คนแต่ละช่วงวัยให้ได้จริง เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้บริโภคอาจไม่ได้จดจำแบรนด์จากสิ่งที่แบรนด์พูด แต่จดจำจากความรู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจชีวิตของพวกเขามากแค่ไหนนั่นเอง
ดังนั้นแล้วอินไซต์จาก Wisesight นั้นกำลังสะท้อนว่า การตลาดยุคใหม่อาจไม่สามารถใช้แค่อายุเป็นตัวแบ่งผู้บริโภคได้อีกต่อไป เพราะสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญในวันนี้ คือความรู้สึกที่แบรนด์สามารถเข้าใจชีวิต ความกังวล และตัวตนของพวกเขาได้จริง ท่ามกลางโลกที่แต่ละ Generation เริ่มหยิบวัฒนธรรมและวิธีคิดข้ามวัยมาใช้ร่วมกัน ความเข้าใจเชิงอารมณ์และบริบทชีวิต จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
