85% ของโฆษณาบน YouTube ยังทำผิดวิธี! เพราะต้องใช้หลัก ABCD เฟรมเวิร์ก Google เผยทริกผ่านบทความ Think with Google

ในปัจจุบันที่คนเริ่มยิงโฆษณาบน YouTube มากขึ้น แต่จากบทความ Think with Google โดย Ollie Latham, Creative Business Lead ของ Google กลับแชร์ว่า กว่า 85% ของโฆษณาบนแพลตฟอร์มนี้กำลังทำผิดวิธี

เพราะแม้ปี 2026 ทุกคนจะเข้าถึง YouTube Ads ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ส่วนใหญ่ยังทำผิดวิธีกันอยู่ และนี่อาจเป็นโอกาสที่หลาย ๆ แบรนด์พลาดไป

โดยกว่า 60% Sales Contribution ทั้งหมดบน YouTube มาจากการครีเอทีฟเพียงอย่างเดียว แต่หากมีการ Optimize ให้ตรงกับแพลตฟอร์มก็จะทำให้ได้ ROI แบบดับเบิลเลยทีเดียว

แต่ในทางกลับกัน 85% ของโฆษณาทั่ว Europe, Middle East และ Africa ยังไม่ผ่านเกณฑ์ ABCD Creative Best Practice Guidelines ของ YouTube ด้วย

ABCD Framework

เป็นเฟรมเวิร์กสำหรับการทำ YouTube Ads ที่สามารถทำให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถแซงคู่แข่งได้ 85% ทันทีโดยไม่ต้องเพิ่มงบแม้แต่บาทเดียว โดย Google พัฒนาขึ้นสำหรับการทำโฆษณาวิดีโอบน YouTube โดยย่อมาจาก 4 หลักการ คือ

  • A – Attract: ดึงความสนใจคนดูตั้งแต่ 1 – 5 วินาทีที่แรก เพราะเป็นช่วงที่คนยังข้ามโฆษณาไม่ได้ เลยต้องทำให้คนอยากดูต่อ
  • B – Brand: ใส่ความเป็นแบรนด์ให้เร็วและชัดเจน ไม่ใช่รอไว้ท้ายโฆษณา เพราะคนส่วนใหญ่อาจ Skip ก่อนจะถึงตอนนั้น
  • C – Connect: สร้าง Emotional Connection กับคนดู ผ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตจริงที่ทำให้รู้สึกมีส่วนร่วมเหมือนกันกับแบรนด์
  • D – Direct: มี Call-to-Action ที่ชัดเจน และบอกให้รู้ว่าอยากให้คนทำอะไรต่อหลังจากดูโฆษณาจบ

YouTube Ads Strategy

Humour for ROI

การใส่ Humour ในวิดีโอโฆษณา จะสามารถควบคุมปัจจัยอื่นให้คงที่ และพิ่ม ROI ได้เฉลี่ย 6.9% ซึ่งตัวเลขนี้มาจาก Meta Analysis ของ Ekimetrics ที่วิเคราะห์ 44 Models และ 2,096 Campaigns จากหลายอุตสาหกรม

แต่การใส่ Humour ในโฆษณาไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับตลาดไทย เพราะตอนนี้มีตัวเลขยืนยันแล้วว่า การมี Humour ในคอนเทนต์หรือโฆษณาจะส่งผลต่อ ROI จริง

Casual Language

หรือการใช้ Casual Language Outperforms Formal และ Over-scripted ที่ตรงไปตาม Context บน YouTube เพราะคนดูจะคุ้นเคยกับครีเอเตอร์มากกวาาสคริปต์โฆษณาแบบเดิม

Attention Ad Shot

การถ่ายคอนเทนต์โฆษณาโดยใช้เทคนิคอย่าง Extreme Close-ups และ Quick Cuts จะช่วยดึง Attention ของคนดูให้อยู่ได้นานขึ้น แต่ไม่ต้องจบภายใน 30 วินาที

โดยเฉพาะแคมเปญที่ต้องการสร้าง Brand Building หรือ Consideration ไม่ควรจำกัดตัวเองอยู่แค่ Pre-roll 15-30 วินาทีอีกต่อไป

เพราะ Google ค้นพบว่าวิดีโอความยาว 2-3 นาที ให้ Consideration Lift สูงที่สุดและมี Cost Efficiency ดีที่สุดด้วย รวมถึงควรเพิ่มฟอร์แมตแนวตั้งให้กับวิดีโอมากขึ้น

Google Tools

  • Brand Lift Studies: วัด Impact ตรง ๆ ต่อ Top-of-funnel และ Mid-funnel Metrics

  • Video Experiments Tool: ทดสอบความครีเอทีฟหลายแบบใน Real Market Conditions พร้อมกัน

  • Marketing Mix Modelling (MMM): ประเมิน Long-term เพื่อให้ได้ Financial Returns

จากทริกทั้งหมดในบทความที่ Google ได้แชร์มา ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่า การลงโฆษณาบน YouTube นั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว และเรื่องความคุณภาพของคอนเทนต์หรือโฆษณาในรูปแบบวิดีโอ ก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้คนอยากดูต่อจนจบอยู่

ที่มา: https://business.google.com/en-all/think/future-of-marketing/how-to-improve-youtube-ad-creative-performance/

Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save