
วงการ Creator Economy ช่วงนี้กำลังกลายเป็นสนามรบที่เดือดสุด ๆ เมื่อแพลตฟอร์มวิดีโอยักษ์ใหญ่อย่าง YouTube ตัดสินใจงัดไม้ตายออกมาใช้ หลังทนเห็น Netflix ไล่ดูดเหล่าครีเอเตอร์เบอร์ใหญ่ไปร่วมทำคอนเทนต์แบบ Exclusive จนเหมือนกับว่า Netflix กำลังใช้ YouTube เป็นฟาร์มปลูกต้นกล้าครีเอเตอร์ชั้นดี แล้วค่อยช้อนซื้อไปเข้าสังกัดตัวเอง งานนี้ใครจะยอมก็ยอม แต่ YouTube ขอสู้!
YouTube จ่ายไม่อั้นเพื่อให้ครีเอเตอร์อยู่ต่อ
รายงานจาก Bloomberg ระบุว่า YouTube เริ่มขยับตัวด้วยการเสนอจ่ายหลักล้านดอลลาร์ให้กับเหล่าครีเอเตอร์ระดับท็อป เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนให้พวกเขาอัปโหลดวิดีโอแบบ Exclusive ที่นี่ที่เดียว โดย YouTube ยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจหลายรูปแบบ ตั้งแต่
-
Income Guaranteed: การการันตีส่วนแบ่งรายได้จากดีลใหญ่ระดับแพลตฟอร์มที่ YouTube เป็นคนดีลมาให้
-
Production Funding: การช่วยลงเงินทุนในการผลิตคอนเทนต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ YouTube เคยถอยห่างออกมานานแล้ว แต่ครั้งนี้จำเป็นต้องกลับมาเพื่อรักษากองทัพครีเอเตอร์เอาไว้
บอกเลยว่า YouTube ไม่ได้มาแบบนิ่ม ๆ แต่ยังแฝงไม้แข็งด้วยการลดความสำคัญของครีเอเตอร์ที่ไปเซ็นสัญญากับ Netflix โดยมีการขู่ว่าจะตัดสิทธิ์จากการร่วมแคมเปญการตลาด ไม่เชิญร่วมอีเวนต์ใหญ่ และตัดสิทธิ์ไม่ให้รับส่วนแบ่งจากดีลแบรนด์ต่าง ๆ ที่แพลตฟอร์มจัดหาให้ โดยให้เหตุผลว่า “การไปทำคอนเทนต์กับที่อื่นเท่ากับว่าช่องของคุณกำลังลดความสำคัญของ YouTube ในฐานะพื้นที่หลักไป”
ทำไม Netflix ถึงกลายเป็นเป้าหมายที่ YouTube ต้องกันท่า?
ในช่วงที่ผ่านมา Netflix เริ่มเข้ามามีบทบาทในการสร้าง Original Content ร่วมกับครีเอเตอร์มากขึ้น โดยการเปิดตัว ‘The Culture Edit’ ซึ่งเป็นศูนย์รวม Short-form Content ความยาว 3 – 20 นาทีที่ Netflix ตั้งใจสร้างมาท้าชน YouTube และ TikTok โดยตรง
แต่ถึงอย่างนั้นในทางของ Netflix เองก็มีข้อจำกัดที่ต่างจาก YouTube อย่างสิ้นเชิง เช่น การต้องส่งงานล่วงหน้า การถูกจำกัดการรับสปอนเซอร์ หรือแม้แต่การจำกัดจำนวนคลิปสั้นที่สามารถโพสต์ลง YouTube ได้ ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ครีเอเตอร์หลายคนเริ่มลังเลในการเลือกร่วมงาน
ศึกนี้ใครได้เปรียบ?
ต้องบอกเลยว่าครีเอเตอร์คือผู้ชนะที่แท้จริงในศึกนี้ เพราะการแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์มทำให้มูลค่าของครีเอเตอร์พุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการได้เม็ดเงินสนับสนุนโดยตรง รายได้ที่การันตี หรือโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงานที่มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นสัญญาณว่ายุคสมัยของ 2026 ครีเอเตอร์จะเป็นการแย่งชิง Loyalty และพลังในการดึงคนดูที่ Netflix เองก็ยอมทุ่มไม่อั้นเพื่อโค่นบัลลังก์การครองเวลาหน้าจอที่ YouTube ครองมาอย่างยาวนาน
งานนี้คงต้องจับตาดูให้ดีว่าการแข่งขันระหว่าง “อิสระในการสร้างสรรค์บน YouTube” กับ “ชื่อเสียงและเงินทุนหนาจากฝั่งสตรีมมิงอย่าง Netflix” สุดท้ายแล้วเหล่าครีเอเตอร์จะเลือกเดินไปในทิศทางไหนกัน
