
เป็นอีกครั้งที่ครีเอเตอร์สาย YouTuber จะได้ Metric ใหม่ในการวัดประสิทธิภาพคอนเทนต์ เพราะ YouTube ได้ประกาศ 2 ฟีเจอร์ใหม่ที่เปลี่ยนวิธีคำนวณ Reach และครีเอเตอร์ควรต้องรู้ไว้ ในยุคที่ผู้คนไม่ได้เสพคลิปแค่จากการไถฟีดบนสมาร์ตโฟน แต่ดูผ่านสมาร์ตทีวีในบ้านมากขึ้น
โดยYouTube เพิ่ม Metric ใหม่ที่ชื่อว่า “Unique Reach” ออกแบบมาเพื่อสะท้อน Audience Exposure ที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะการดูผ่าน CTV (Connected TV) หรือสมาร์ตทีวี ที่มักจะมีผู้ชมหลายคนรับชมด้วยกันในการดูครั้งเดียว
ซึ่งจะแตกต่างจาก Metric เดิมอย่างชัดเจน เพราะหากรับชมคลิปบนสมาร์ตโฟนแล้วกลับมาดูอีก 2 ครั้ง Analytics จะนับเป็น 3 Views และ 1 Unique Viewer แต่หากมีการรับชมคลิปเดียวกันบนทีวี และมีคนอีก 2 คนรับชมพร้อมกัน Analytics จะนับเป็น 1 View แต่จะมียอดวิวจาก 3 Co-views สำหรับ Unique Reach เพิ่มเข้ามาอีก
โดยช่องว่างที่ทำให้ครีเอเตอร์เสียเปรียบมาตลอดก็คือการที่ YouTube เห็นแค่อุปกรณ์เดียว โดยไม่รู้ว่ามีคนนั่งดูอยู่ด้วยที่หน้าจอกี่คน และหากคอนเทนต์ถูกดูบนทีวีเยอะมาก แต่ตัวเลขกลับดูน้อยกว่าความเป็นจริง การไป Pitch งานกับแบรนด์ก็ยากขึ้นตามไปด้วย
Unique Reach จึงเกิดมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง แทนที่จะนับแค่อุปกรณ์ที่ Log-in YouTube แต่จะเป็นการประมาณการว่าน่าจะมีคนดูกี่คนจริง ๆ เช่น Demographics, ประเภทวิดีโอ และแม้แต่ช่วงเวลาของวัน และจะเป็นตัวเลขที่ Estimate ได้ฉลาดขึ้นเช่นกัน
ซึ่งทำให้ครีเอเตอร์ที่มีคนดูบนทีวีเยอะมีไพ่เพิ่มในการเจรากับแบรนด์เพื่อรับงานที่คุ้นเคยกับ Metric การวัดยอดวิวบนมาร์ตทีวีนั่นเอง จึงมีโอกาสที่ครีเอเตอร์อาจจะได้ยอด Reach ที่สูงขึ้นกว่าเดิม ถึงจะเป็นการประมาณการโดยไม่ใช่ตัวเลขจริงก็ตาม
อีกทั้ง YouTube ยังสามารถโพสต์รูปภาพแบบนิ่งพร้อมใส่เพลง Background ได้แล้ว โดยดึงเพลงจาก YouTube Audio Library ที่มีเพลง Royalty-Free ให้เลือกใช้ได้ฟรี ทำให้รูปนิ่งมีลูกเล่นมากขึ้นโดยไม่ต้องแปลงเป็นวิดีโออีก เหมาะกับครีเอเตอร์สายโพสต์รูปที่อยากได้รับยอดเอนเกจเมนต์และให้คนอยู่ในโพสต์นาน ๆ นั่นเอง
