
เมื่อสัปดาห์นี้ YouTube มีความเคลื่อนไหวหลาย ๆ ด้านที่ครีเอเตอร์สาย Longform ต้องเตรียมจับตามอง เพราะล่าสุดนั้นได้อัปเดตครั้งใหญ่ในหลาย ๆ เรื่องตั้งแต่การเปลี่ยนวิธีนับยอดวิว ข่าวการทุ่มเงินรั้งครีเอเตอร์ตัวท็อปจาก Streaming Platform การเปิดพื้นที่ให้ Creator บน Google Search ไปจนถึงการนำ AI เข้ามาปรับประสบการณ์การรับชม และขยายรูปแบบการดูแบบ 24/7
แม้ว่าแต่ละเรื่องจะดูเหมือนเป็นคนละอัปเดต แต่เมื่อมองรวมกันจะเห็นว่า YouTube กำลังพยายามขยับจาก Video Platform ไปสู่ Entertainment Platform ที่ต้องการทั้งครีเอเตอร์ คนดู และเวลาการรับชมให้อยู่บนแพลตฟอร์มมากขึ้นในปีนี้
เปลี่ยนวิธีนับยอดวิวใหม่กระทบทุกครีเอเตอร์
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ที่กระทบครีเอเตอร์โดยตรงคือ YouTube เริ่มใช้ระบบ Public View Count แบบใหม่ ซึ่งจากเดิมที่แต่ละรูปแบบมีเงื่อนไขการนับ View แตกต่างกัน ระบบใหม่จะนับยอด Public Views ทันทีที่วิดีโอเริ่มเล่น ครอบคลุมทั้ง Shorts, Long-form, Live และ Podcasts โดยตรง หมายความว่าหากผู้ชมเปิดวิดีโอแล้วดูเพียงช่วงสั้น ๆ ก่อนเลื่อนผ่าน ก็สามารถถูกนับเป็น Public View ได้ ทำให้ยอดวิวที่แสดงต่อสาธารณะมีโอกาสเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แต่อย่างไรก็ตาม YouTube ยังคงแยก Engaged Views ใน Analytics เพื่อใช้วัดการรับชมที่มีส่วนร่วม ดังนั้นครีเอเตอร์ยังควรดูทั้งยอด Views และพฤติกรรมหลังจากคนกดเข้ามาดู ดังนั้นการเปลี่ยนครั้งนี้จึงไม่ได้แค่ทำให้ตัวเลขเปลี่ยน แต่ยังอาจทำให้วิธีที่แบรนด์และครีเอเตอร์ใช้ประเมิน Performance ของวิดีโอต้องเปลี่ยนตามไปด้วย
ทุ่มเงินหลักล้านเพื่อรั้งครีเอเตอร์ตัวท็อป
หนึ่งในประเด็นใหญ่ที่สุดของสัปดาห์คือการแข่งขันเพื่อรักษาครีเอเตอร์ เมื่อมีรายงานว่า YouTube ติดต่อครีเอเตอร์อย่างน้อย 15 ราย พร้อมข้อเสนอระดับหลักล้านดอลลาร์ ไปจนถึงสูงสุด 10 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 329,745,000 บาท เพื่อรักษาครีเอเตอร์รายใหญ่ไม่ให้ย้ายไปทำงานกับ Netflix แพลตฟอร์มที่กำลังเข้ามาแข่งขันในตลาดคอนเทนต์จาก Creator มากขึ้นในปีนี้
โดยกลยุทธ์นี้คล้ายการแข่งขันระหว่าง Twitch และ YouTube ในอดีตที่แพลตฟอร์มใช้ข้อเสนอทางการเงินเพื่อดึงตัวครีเอเตอร์ชื่อดัง แต่ครั้งนี้เดิมพันใหญ่ขึ้น เพราะ Creator ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องแพลตฟอร์มวิดีโอ แต่กำลังเข้าไปอยู่ในอุตสาหกรรม Entertainment ที่ใหญ่กว่าเดิม จึงทำให้ในปีนี้เอง YouTube ไม่ได้เพียงแค่แย่งผู้ชมในแพลตฟอร์มแต่กำลังแย่งผู้สร้างคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มด้วย
Google เปิด Search Profiles ให้ครีเอเตอร์ 35K+ Followers
แม้จะดูไม่ได้เกี่ยวข้องกับ YouTube โดยตรงแต่การอัปเดตนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่าจากการดูบน YouTube ได้กำลังขยับไปสู่การค้นพบผ่าน Google Search มากขึ้น หลังจากที่ Google เปิดให้ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตาม 35,000 คนขึ้นไป สามารถ Claim Search Profile ของตัวเองได้
ส่งผลให้โปรไฟล์ที่ผู้ติดตามถึงเกณฑ์นั้นสามารถรวบรวมทั้งวิดีโอ โพสต์บนโซเชียล และคอนเทนต์อื่น ๆ ของครีเอเตอร์มาแสดงบน Google Search ทำให้ตัวตนของ Creator ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแพลตฟอร์มที่สร้างคอนเทนต์ แต่สามารถเชื่อมต่อไปยัง Search Ecosystem ของ Google ได้โดยตรงมากขึ้นนั่นเอง
และสำหรับครีเอเตอร์นี่จึงเป็นอีกสัญญาณว่า SEO กำลังกลายเป็นทักษะที่สำคัญขึ้น เพราะคอนเทนต์หนึ่งชิ้นอาจต้องคิดทั้งเรื่องการถูกค้นพบใน YouTube และการปรากฏใน Search ได้ในปีนี้รวมไปถึงในอนาคตมากขึ้นด้วย
ขยาย 24/7 Stations จากเพลงสู่ Creator และ Podcast
ล่าสุดได้มีผู้ใช้งานพบว่า YouTube กำลังขยาย 24/7 Stations จากเดิมเป็นแพลตฟอร์มที่เน้นคอนเทนต์เพลง แต่ในปัจจุบันกำลังขับเคลื่อนแพลตฟอร์มไปสู่พื้นที่สำหรับคอนเทนต์ของ Creator, Media Channels และ Podcasts อย่างจริงจัง
โดยฟีเจอร์นี้ทำให้ผู้ชมสามารถเปิดคอนเทนต์แบบต่อเนื่องได้ โดยไม่ต้องเลือกวิดีโอใหม่ด้วยตัวเองทุกครั้ง เป็นสัญญาณว่า YouTube กำลังให้ความสำคัญกับ Passive Viewing หรือ Lean-back Viewing มากขึ้น แทนที่จะให้ผู้ใช้ต้องคิดว่าจะดูอะไรต่อ แต่ระบบสามารถจัดคอนเทนต์ให้เล่นต่อไปเรื่อย ๆ คล้ายกับการเปิดทีวีหรือ Streaming Channel
และเมื่อ YouTube สามารถนำคอนเทนต์เก่าของ Creator มาจัดเป็นประสบการณ์การดูต่อเนื่องได้ ก็เท่ากับว่าวิดีโอหนึ่งตัวอาจมีโอกาสถูกนำกลับมาใช้สร้าง Watch Time ได้นานขึ้นนั่นเอง
Custom Feed ให้ผู้ใช้สร้างฟีดเอง แค่บอก AI ว่าอยากดูอะไร
อีกหนึ่งการอัปเดตของสัปดาห์นี้ที่สะท้อนการเข้ามาของ AI อย่างชัดเจนคือ Custom Feed โดยทาง YouTube ได้ทดลองให้ผู้ใช้สามารถสร้างฟีดเฉพาะทางได้หลายหน้า เพียงพิมพ์ Prompt เพื่อบอกว่าต้องการดูคอนเทนต์แบบไหน จากนั้น AI จะช่วยจัดวิดีโอให้ตรงกับความสนใจหรือ Vibe ที่ต้องการ
ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของผู้ชมที่อยากได้ฟีดสำหรับดูคอนเทนต์ผ่อนคลายหลังเลิกงาน หรืออยากดูเฉพาะคอนเทนต์เกี่ยวกับหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง ก็สามารถบอกความต้องการกับระบบได้โดยตรง ซึ่งแนวคิดนี้แตกต่างจาก Feed แบบเดิมที่ผู้ใช้ต้องพึ่ง Algorithm เป็นหลัก ถือได้ว่านี่เป็นการอัปเดตที่เปิดโอกาสให้ User และ AI ได้ร่วมกันกำหนดว่าคอนเทนต์แบบไหนควรปรากฏบนหน้าฟีดของตัวเอง
ทั้งหมดนี้เองที่กำลังสะท้อนให้เห็นว่า YouTube กำลังขยับเกมครั้งใหญ่ เพื่อรักษาทั้งครีเอเตอร์และเวลาของผู้ชมให้อยู่บนแพลตฟอร์มมากขึ้น ตั้งแต่การปรับวิธีนับยอดวิว ทุ่มข้อเสนอระดับล้านดอลลาร์เพื่อรั้งครีเอเตอร์ตัวท็อป ไปจนถึงการเชื่อม Creator เข้ากับ Google Search และนำ AI เข้ามาช่วยออกแบบประสบการณ์การรับชมผ่าน Custom Feed พร้อมขยาย 24/7 Stations ให้ครอบคลุมคอนเทนต์มากขึ้น
ซึ่งทิศทางนี้ทำให้ YouTube ไม่ได้แข่งขันแค่ในฐานะ Video Platform อีกต่อไป แต่กำลังขยับเข้าไปทับพื้นที่ของ Streaming, Search และ AI ขณะเดียวกันครีเอเตอร์เองก็มีบทบาทสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคอนเทนต์หนึ่งชิ้นสามารถสร้างทั้งยอดวิว การค้นพบผ่าน Search และการรับชมต่อเนื่องในระยะยาว
สุดท้ายสำหรับคนทำคอนเทนต์สิ่งที่น่าจับตาจึงไม่ใช่แค่การตามฟีเจอร์ใหม่ของ YouTube แต่คือการปรับวิธีคิดในการทำคอนเทนต์ให้รองรับโลกที่ Algorithm, Search และ AI ทำงานร่วมกันมากขึ้น โดยเฉพาะการทำคอนเทนต์ที่มีคุณค่าและสามารถกลับมาสร้างการรับชมได้แม้เวลาจะผ่านไปจากวันที่เผยแพร่แล้วก็ตาม
ที่มา: https://x.com/ashnichrist/status/2093019686409584973?s=20
