
ละครสั้นแนวตั้งหรือ ‘Micro Drama’ ไม่ได้เป็นแค่กระแสอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็น Category Content ใหม่สำหรับผู้ชมยุคนี้ ซึ่ง YouTube ก็ได้อัปเดตฟีเจอร์ Shorts Series, Shopping Affiliate และ ให้เหล่าครีเอเตอร์และแบรนด์ทำทั้งละครสั้นแนวตั้ง และเพิ่มให้ Live Content เข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้มากขึ้นนั่นเอง
โดย YouTube ไม่ได้วางตัวแค่การเป็นแพลตฟอร์มรวมคอนเทนต์วิดีเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถรวมคอมมูนิตี้ของครีเอเตอร์ได้ จนได้เปิดตัว “Made on YouTube 2026” ขึ้นมาเพื่อเป็นไกด์ในการเพิ่มดีลให้กับแบรนด์ บริหารงบ และสเกลคอนเทนต์ให้เป็น Commerce ได้ง่ายขึ้น ผ่านฟีเจอร์เหล่านี้
Shorts Series
ในครึ่งแรกของปี 2026 ละครสั้นบน YouTube มียอดชมมากกว่า 6.5 พันล้านครั้ง และยอด Watch Time เพิ่มขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน บวกกับยอดชมผ่านทีวีเพิ่มขึ้นกว่า 90%
Shorts Series จึงเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์นำคลิป Shorts ที่มีหรือสร้างใหม่ มาจัดเป็นซีรีส์ที่แบ่งเป็นตอนได้ เหมาะกับครีเอเตอร์ที่ต้องการแบ่งคอนเทนต์ให้เป็นเหมือนกับละครสั้น ซีรีส์
หรือคอนเทนต์ที่มีเรื่องราวต่อเนื่องกันเพื่อเพิ่มความน่าติดตามมากขึ้น โดยมีเครื่องมือช่วยให้ผู้ชมตามดูได้ง่ายขึ้นทั้งบนโทรศัพท์และทีวี ไม่ว่าจะเป็น
- Content Series: จัดคลิปเป็นซีซันและตอน เพื่อให้ผู้ชมติดตามคอนเทนต์ตามลำดับของเรื่องถูก
- Continue to Play: เล่นคอนเทนต์เป็นตอนต่อเนื่องกัน ช่วยให้ดูตอนถัดไปได้แบบไม่ต้องค้นหาเอง
- Custom Thumbnail: สามารถใช้ภาพหน้าปกที่ปรับแต่งได้ เพื่อสื่อได้ว่าแต่ละคลิปเป็นเรื่องหรือคอนเทนต์ตอนไหน
YouTube Live
YouTube เตรียมทำให้ Live Content เป็นพื้นที่ที่ครีเอเตอร์ได้พบปะคอมมูนิตี้ของตัวเองกันมากขึ้น พร้อมฟีเจอร์ที่อัปเดต คือ
- Watch With: ครีเอเตอร์จะ Live Reaction เป็นวิดีโอยาวได้ โดยกด ‘React live YouTube’ จะเริ่มขยายให้รองรับ Long-form ภายในปี 2026 ซึ่งเจ้าของคลิปต้นฉบับจะได้รับเครดิตและเลือกได้ว่าคลิปไหนอนุญาตให้รีแอกชัน
- Go Live Together: เพิ่มระบบค้นหาครีเอเตอร์ที่กำลังไลฟ์ และระบบจับคู่กับครีเอเตอร์ที่มีคอนเทนต์ใกล้กันมาไลฟ์ด้วยกัน ซึ่งระบบจับคู่ใหม่นี้มีกำหนดช่วงต้นปี 2027 แต่ฟีเจอร์การเชิญ Guest เข้ามาไลฟ์ด้วยผ่านลิงก์เป็นฟีเจอร์ที่มีอยู่แล้ว
- Live Showdown: เมื่อมีการไลฟ์ร่วมกัน ครีเอเตอร์จะเปิดการแข่งขันไลฟ์แบบตัวต่อตัวได้ และผู้ชมจะสามารถส่งแชต ของขวัญ และ Super Chat เพื่อช่วยเพิ่มคะแนนให้ฝั่งที่เชียร์บนหน้าจอแบบเรียลไทม์ โดนมีกำหนดเปิดตัวฟีเจอร์ในปี 2027
- Live Auto Dubbing: นอกจากการพากย์ทับคลิป YouTube แล้ว ก็เตรียมจะมีฟีเจอร์ช่วยแปลเสียงพูดระหว่างไลฟ์ ให้ผู้ชมเลือดฟังเป็นภาษาที่ต้องการ โดย YouTube จะเริ่มทดสอบฟีเจอร์ช่วงต้นปี 2027
Shopping Affiliate
YouTube เตรียมขยายโปรแกรม Affiliate ให้รองรับเป็น 35 ประเทศภายในสิ้นปี 2026 โดยครีเอเตอร์ในประเทศที่รองรับจะติดแท็กสินค้าบนวิดีโอ ไลฟ์ และ Shorts ได้ แต่ยังไม่ได้บอกเพิ่มเติมว่าจะมีประเทศอะไรบ้าง
- Add Product Tag on Amazon: เพิ่มสินค้าจาก Amazon ให้ติดแท็กได้ หลังเปิดให้ใช้ในสหรัฐฯ YouTube ก็เตรียมขยายไปยังอินเดียและบราซิลในอีกไม่กี่สัปดาห์ รวมถึงประเทศอื่น ๆ ก่อนสิ้นปี
- Affiliate Link Customize: ปรับลิงก์สินค้าให้ตรงกับประเทศของผู้ชม โดยเมื่อมีผู้ชมจากต่างประเทศ YouTube จะปรับลิงก์ที่แสดงให้เหมาะกับพื้นที่นั้น เพื่อช่วยให้ผู้ชมซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้น และครีเอเตอร์มีโอกาสรับค่าคอมมิชชันจากยอดขายข้ามประเทศด้วย
- Affiliate Campaigns: เตรียมเพิ่มค่าคอมมิชชันและโบนัส ให้กับแบรนด์และร้านค้าที่สามารถจัดแคมเปญให้ครีเอเตอร์ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับสินค้าที่กำหนด พร้อมเสนอสิทธิพิเศษ เช่น ค่าคอมมิชชันเฉพาะแคมเปญหรือโบนัสเพิ่มเติมได้
YouTube Studio
YouTube กำลังเพิ่มเครื่องมือที่ช่วยลดขั้นตอนการดีลงานร่วมกันระหว่างครีเอเตอร์กับแบรนด์ โดยมีฟีเจอร์หลักดังนี้
- Ask Studio: ตัวช่วยร่างคำตอบตามบรีฟ คิดข้อเสนอเพื่อเข้าหาแบรนด์ และรับคำแนะนำในการปรับ Media Kit ให้ตรงกับเป้าหมายของแต่ละแบรนด์
- YouTube Creator Partnerships: ช่วยให้แบรนด์เจอครีเอเตอร์ง่ายขึ้น โดยปัจจุบันเปิดให้ใช้ใน 20 ประเทศ ซึ่งเมื่อมีการเผยแพร่คลิปที่ร่วมงานกับแบรนด์แล้ว ครีเอเตอร์สามารถส่งรหัสให้แบรนด์เข้าดูผลลัพธ์ของวิดีโอได้ในคลิกเดียว และแบรนด์ยังนำคลิปไปโปรโมตต่อด้วยงบโฆษณาผ่าน Creator Partnerships Boost ได้
- Dynamic Brand Segments: ฟีเจอร์ช่วยหาจังหวะ Tie-in เพื่อแทรกเนื้อหาแบรนด์ในคลิปยาว ที่ตอนนี้มีทดสอบฟีเจอร์สำหรับจัดการช่วงเนื้อหาของแบรนด์ในวิดีโอขนาดยาวได้สูงสุด 20 คลิปพร้อมกัน โดยเลือกพื้นที่เป้าหมาย และเพิ่มแถบแสดงสินค้าพร้อมปุ่มชวนให้ผู้ชมกดต่อได้
- Agency Support: YouTube เตรียมที่จะลงทุนหลายร้อยล้านดอลลาร์ในโครงการจูงใจพาร์ตเนอร์เอเจนซี เพื่อสนับสนุนความร่วมมือกับครีเอเตอร์ที่สร้างผลลัพธ์ได้ดีให้ทำงานร่วมกันได้
AI Editor
เป็นฟีเจอร์ที่มี AI ช่วยตัดต่อคลิปเบื้องต้นได้ โดยจะให้ครีเอเตอร์จะสั่งงานด้วยข้อความใน Shorts และแอป YouTube Create เช่น ตัดช่วงพูด เรียงภาพใหม่ ปรับเพลงให้เข้าจังหวะ และเพิ่มข้อความเปิดคลิป เป็นต้น
Custom Feed
ฟีเจอร์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมสามารถสร้างฟีดตามความสนใจด้วยการป้อนพรอมพ์หรือข้อความได้ โดย YouTube ได้ประกาศเปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ ก่อน และคาดว่าในอนาคตจะมีประเทศอื่น ๆ เพิ่มด้วย
Ask YouTube
ฟีเจอร์เพิ่มความสามารถในการถามต่อเกี่ยวกับสินค้าและดูวิดีโอรีวิวที่จัดตามสิ่งที่ผู้ชมสนใจ โดยจะมี AI คอยตอบคำถามที่อยากรู้หลังจากรับชมคลิปให้
Creator Monetization
สำหรับการหารายได้บน YouTube ของครีเอเตอร์ นอกจากฟีเจอร์สำหรับทำคอนเทนต์ YouTube ยังอัปเดตเครื่องมือที่ช่วยให้ครีเอเตอร์ต่อยอดรายได้จาก ดีลแบรนด์ และ YouTube Shopping Affiliate โดยการอัปเดตเพื่อใช้งานในไทยของแต่ละเครื่องมือนั้นไม่เหมือนกัน
- Ask Studio: ฟีเจอร์ช่วยเตรียมข้อเสนอให้แบรนด์ ทำให้ครีเอเตอร์จะใช้ Ask Studio ช่วยร่างคำตอบให้ตรงกับบรีฟ คิดไอเดียเพื่อเสนอแบรนด์ก่อน และรับคำแนะนำในการปรับ Media Kit หรือชุดข้อมูลแนะนำช่องให้เข้ากับเป้าหมายของแบรนด์
- YouTube Shopping Affiliate: ให้ครีเอเตอร์รับค่าคอมมิชชันจากการติดแท็กสินค้า ซึ่งในประเทศไทยรองรับโปรแกรมนี้แล้ว และครีเอเตอร์ที่ผ่านเกณฑ์สามารถสมัครและติดแท็กสินค้าที่เข้าร่วมในคอนเทนต์ได้ โดยตรวจสิทธิ์ผ่านแท็บ “สร้างรายได้ (Earn)” ใน YouTube Studio
- YouTube Creator Partnerships: ช่วยจับคู่ครีเอเตอร์กับแบรนด์ เพราะเครื่องมือนี้เปิดให้แบรนด์ค้นหาครีเอเตอร์ และให้ครีเอเตอร์จัดการคำถามหรือข้อเสนองานผ่านแท็บใน YouTube Studio ได้
จากการอัปเดตฟีเจอร์ทั้งหมดตอนนี้ ทั้งครีเอเตอร์และแบรนด์ต้องเรียนรู้ที่จะต้องคอลแลบกันมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่หลากหลาย
อีกทั้งกระแสละครสั้นในตอนนี้ก็ยิ่งทำให้เข้าถึงผู้ชมได้มากขึ้นเช่นเดียวกับฟีเจอร์ Shopping Affiliate ที่เน้นการเปลี่ยนแค่การทำคอนเทนต์ไปสู่ยุค Content Commerce มากขึ้น
ส่วนในอนาคตฟีเจอร์ไหนของ YouTube ที่สามารถเปิดให้ใช้งานในไทยได้แล้ว ไว้ทาง RAiNMaker จะมาอัปเดตให้อ่านกันนะ!
ที่มา: https://blog.youtube/news-and-events/made-on-youtube-creator-monetization-shopping/
