Tips

Avatar

doyoumind July 2, 2021

5 สิ่งขับเคลื่อน Online Marketing ที่จะทำให้ผู้บริโภครักในแบรนด์มากขึ้น

การทำ Online Marketing ไม่เพียงแต่จะช่วยโปรโมตแบรนด์แต่เพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในกระบวนการที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้บริโภคเปลี่ยนจากลูกค้าเป็น Brand Loyalty ได้อีกด้วย

ซึ่งการทำให้ผู้บริโภครู้สึกรักในแบรนด์จะช่วยลดช่องหว่างระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค รวมถึงช่วยให้ผู้บริโภคอยู่กับแบรนด์ในระยะยาว เพราะมีแนวโน้มที่ผู้บริโภคยินดีที่จะจ่ายให้แบรนด์ที่ตัวเองไว้ใจมากกว่า

ดังนั้นวันนี้ RAiNMaker จึงสรุป 5 สิ่ง ที่เป็นปัจจัยส่งเสริมให้ผู้บริโภคเกิดความรักและภักดีในแบรนด์มากขึ้นมาฝากกันค่ะ

ยกระดับประสบการณ์การใช้

การมอบประสบการณ์ดีๆ ที่น่าประทับใจให้กับผู้บริโภค จะช่วยเพิ่มการจดจำ และช่วยให้ผู้บริโภคกลับมาหาแบรนด์อีกเรื่อยๆ จนเกิดเป็น Brand Loyalty ในที่นี้หมายถึงตั้งแต่การสื่อสารก่อนการซื้อขาย ตลอดจนถึงหลังการซื้อขาย

โดยสามารถพัฒนาสิ่งเหล่านี้ได้จากการเก็บข้อมูลต่างๆ ของผู้บริโภค เพื่อให้เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น จะได้สื่อสารและมอบประสบการณ์ที่ดีได้อย่างตรงจุด

ปัจจุบันการให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมกับแบรนด์ จะยิ่งทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ และส่งผลให้ช่องว่างระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคลดน้อยลงอีกด้วย เช่น การตอบสนองต่อฟีดแบ็กของผู้บริโภคในทันที เพื่อแสดงให้เห็นว่าแบรนด์เห็นถึงความสำคัญของประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภคอย่างแท้จริงนั่นเอง

อัปเดตสถานะหลังการขาย

แบรนด์จะต้อง Outperform หรือมีความแข็งแกร่งกว่าคู่แข่งในตลาด เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีขึ้น คือการไปให้ไกลกว่าสิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวัง และทำให้ผู้บริโภคประทับใจกับแบรนด์

และโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นหลังจากการจ่ายก็คือการขนส่งผลิตภัณฑ์ เนื่องจากผู้บรโภคต้องการการอัปเดตเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องและความมั่นใจเกี่ยวกับออร์เดอร์ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างมากที่แบรนด์จะต้องติดตามอัปเดตความคืบหน้ากับผู้บริโภคหลังการซื้อขาย เพื่อให้ความแน่ใจว่าจะได้รับสินค้าอย่างแน่นอน

นอกเหนือจากการอัปเดตหลังการซื้อขายแล้ว ต้องมั่นใจว่าได้เปิดช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถติดต่อสื่อสารกับแบรนด์ได้ด้วย เพื่อในการส่งฟีดแบ็กหรือคำถามต่างๆ ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการประเมิน

ซึ่งในที่นี้จะใช้ Chatbot เข้ามาช่วยในการสื่อสารก็ได้ แต่ควรจะเป็นช่องทางเดิมที่ใช้ในการสื่อสารตั้งแต่เริ่มทำการซื้อขาย เพื่อให้ผู้บริการสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงมีความปฏิสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

ต่อบทสนทนาอย่างต่อเนื่อง

ควรแชร์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการ Stay in tounch กับผู้บริโภค แทนที่จะสร้างคอนเทนต์เพื่อหวังให้แมสอย่างเดียว อาจลองเปลี่ยนเป็นการผลิตคอนเทนต์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจงมากขึ้น เพื่อเพิ่มยอดการมีส่วนร่วมได้ดีมากยิ่งขึ้น

การนำข้อมูลมาวิเคราะห์รูปแบบของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อผลิตคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายรักในแบรนด์มากขึ้นไปอีก

การสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ควรถี่มากจนเกินไป มิเช่นนั้นอาจทำให้ผู้บริโภครู้สึกเคยชินกับคอนเทนต์ต่างๆ จากแบรนด์และอาจยกเลิกการอนุญาตในการเข้าถึงข้อมูลได้ในอนาคต

สร้างความเชื่อมั่นโดยการรักษาและใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด สามารถทำได้โดยการผลิตคอนเทนต์แบบ Personalize เพื่อเป็นตัวเชื่อมระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค

ปัจจุบันผู้บริโภคมีความระมัดระวัง และให้ความสำคัญในการให้ข้อมูลส่วนตัวกับแบรนด์ค่อนข้างมาก และมีความคาดหวังว่าแบรนด์จะปกป้องข้อมูลส่วนตัว รวมถึงนำข้อมูลไปใช้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

ดังนั้นแบรนด์ควรเก็บรักษาข้อมูลที่มีอยู่ให้ปลอดภัย และนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ถูกต้องเท่านั้น เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ยังรวมถึงการพัฒนาแบรนด์ให้มีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการต่อผู้บริโภค

เช่น การวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อ เพื่อนำไปคาดการณ์พฤติกรรมการซื้อในอนาคต หรือเพื่อทำความเข้าใจว่าปัจจัยใดที่เป็นตัวผลักดันให้เกิดการซื้อ เป็นต้น

ทำให้ผู้บริโภคมองแบรนด์เป็นเพื่อนคนนึง

ลองนึกภาพว่าถ้าแบรนด์กลายเป็นเพื่อนของผู้บริโภค ที่สามารถเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างถ่องแท้ จะทำให้ผู้บริโภคเชื่อและไว้วางใจแบรนด์มากขึ้นแค่ไหน?

เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่ผู้บริโภคเกิดคำถามหรือข้อสงสัย รวมถึงเวลามีท็อปปิกที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์เกิดขึ้น แบรนด์ควรเข้าไปมีส่วนร่วมในการตอบคำถาม หรือต่อบทสนทนานั้นๆ ด้วยเสมอ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจอย่างจริงใจ

เนื่องจากในปัจจุบันการทำธุรกิจไม่ใช่การให้ความสำคัญแค่เพียงการซื้อขายเพียงเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญถึงความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น และสิ่งนี้เองจะช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกวางใจในแบรนด์ เหมือนกับที่รู้สึกว่าแบรนด์คือเพื่อนคนนึง

ที่มา: Facebook for Business

Copyright © 2021 RAiNMaker. All rights reserved.