
ในวันที่ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือที่เป็นผู้ช่วย แต่มีความเข้าใจในความเป็นมนุษย์มากขึ้นในการใช้งานแต่ละวัน การใช้งาน AI ในบางครั้งจึงไม่ได้ต้องการตัวช่วยที่ฉลาดที่สุด แต่ต้องการตัวช่วยที่เข้าใจมากที่สุด จึงเกิดการทดสอบ ‘Creative Intelligence’ ระหว่าง ChatGPT, Claude และ Gemini ขึ้นมา ว่า AI ตัวไหนจะเป็นผู้ชนะ
ความเข้าใจมนุษย์นั้นนอกจากต้องรู้ถึงความเป็นเหตุเป็นผลที่เชื่อมโยงกันได้แล้ว การเข้าใจมุกตลกหรือ ‘Sense of Humor’ ได้ก็สำคัญ การแข่งขันระหว่าง AI ทั้ง 3 ตัวจึงเกิดขึ้น ว่าใครที่จะทำให้มนุษย์สามารถหัวเราะได้จริง ๆ หรือครีเอทีฟได้โดยที่ไม่ใช่การเล่นมุกตลกแบบกว้าง ๆ แต่ประยุกต์สถานการณ์ได้หลากหลาย
ซึ่งสามารถสะท้อนการใช้งานจริงของครีเอเตอร์ยุค ‘Short Attention’ จะต้องสั้น เข้าใจง่ายในทันที เพราะต้องดึงดูดความสนใจให้คนหยุดดูได้ภายใน 3 – 5 วินาที และผลลัพธ์การแข่งขันนี้ AI ที่ชนะไม่ใช่ AI ที่ขึ้นตอบพรอมพ์ได้ฉลาดที่สุด
นั่นก็คือ Gemini ที่สามารถทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในหลายโจทย์ เพราะมีการตอบพรอมพ์ที่สั้น และรู้จักการใช้ Punchline ถูกจังหวะ ทำให้โทนการคิดมุกคล้ายกับมีมหรือคอนเทนต์ไวรัลได้ หรือไม่ใช่การเล่าให้ครบแต่เป็นการยิงมุกยังไงให้โดนที่สุด ตรงกับคอนเทนต์สไตล์ TikTok
อันดับที่รองลงมาก็คือ Claude ที่เล่าเรื่องเก่ง มีโครงสร้างที่ชัดเจน และใช้โทนเสียงในการอ่านเป็นธรรมชาติได้ แต่ยังไม่ใช่สายขำหรือไม่มีบริบทของความตลกมากพอ ทำให้มุกที่ควรตลกมีความจริงจังมากเกินไป ส่วน ChatGPT ยังคงบาลานซ์ให้อยู่ในเซฟโซนที่เข้าใจบริบท ปรับโทนได้ แต่เซฟโซนก็เข้าไปจำกัดความตลกด้วย
เรียกได้ว่าการทดสอบความตลกนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการคิดมุกเยอะ แต่อยู่กับการปล่อยมุกตลกให้ตรงจังหวะ และเข้าใจจังหวะของ Punchline โดยไม่ต้องอธิบายเกินไป ให้ตรงกับการทำคอนเทนต์ดึงดูดกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่คนมักจะตัดสินใจ 1 – 3 วินาที และหากไม่เข้าใจคอนเทนต์ก็จะถูกปัดผ่าน
ครีเอเตอร์หรือแบรนด์ที่ต้องการจะหาฮุกในคอนเทนต์ให้เจอ ก็ต้องรู้จักตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก และลองใช้ AI ในการช่วยเสริมหรือจับจังหวะได้นั่นเอง
