
เมื่อ Social Media กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ หลายประเทศทั่วโลกจึงเริ่มขยับจากการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม ไปสู่การ ‘จำกัดอายุผู้ใช้งาน’ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน เพื่อรับมือกับความเสี่ยงอย่าง Cyberbullying, การเสพติดโซเชียล, ปัญหาสุขภาพจิต และการเข้าถึงคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม จนเกิดคำถามว่า “ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยควรเริ่มพูดคุยเรื่องมาตรการควบคุมอายุผู้ใช้งาน?”
ล่าสุด ฝรั่งเศส กลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เดินหน้ามาตรการดังกล่าว หลังผ่านกฎหมายห้ามผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีเข้าถึง Social Media เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2026 โดยกฎหมายอาจเริ่มมีผลบังคับใช้เร็วที่สุดในวันที่ 1 กันยายนนี้ พร้อมขยายข้อจำกัดการใช้โทรศัพท์มือถือไปยังโรงเรียนมัธยมด้วย
การเคลื่อนไหวของฝรั่งเศสเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการจำกัดอายุบน Social Media ที่กำลังขยายตัวไปทั่วโลก โดย ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่เริ่มบังคับใช้มาตรการอย่างจริงจัง ด้วยการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้ Social Media ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 ครอบคลุมแพลตฟอร์มหลักอย่าง Facebook, Instagram, TikTok, YouTube, Snapchat, Threads, X, Reddit, Twitch และ Kick
ขณะที่อีกหลายประเทศกำลังออกกฎหมายหรือพิจารณามาตรการในลักษณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ออสเตรีย, แคนาดา, เดนมาร์ก, เยอรมนี, กรีซ, โปแลนด์, สโลวีเนีย, สเปน และตุรกี โดยส่วนใหญ่กำหนดอายุขั้นต่ำในการเข้าถึง Social Media ไว้ระหว่าง 14–16 ปี
ซึ่งกระแสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในยุโรป แต่กำลังขยายมาถึงเอเชีย โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่เริ่มออกมาตรการเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ มาเลเซีย ประกาศแผนจำกัดการใช้งาน Social Media สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี พร้อมอยู่ระหว่างพัฒนาระบบตรวจสอบอายุ และเตรียมผลักดันมาตรการให้เกิดขึ้นภายในปี 2026
ในขณะที่ อินโดนีเซีย เดินหน้าจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี โดยเน้นไปที่แพลตฟอร์มที่ถูกจัดว่าเป็นบริการความเสี่ยงสูง และมีแผนเริ่มบังคับใช้มาตรการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026
นอกจากนั้นทางด้านของ สหราชอาณาจักร ก็เป็นอีกประเทศที่กำลังเดินหน้าสู่การจำกัด Social Media สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี โดยมีการหารือเรื่องมาตรการที่อาจเริ่มบังคับใช้ในปี 2027 ทำให้ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า Age Restriction กำลังกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของนโยบาย Digital Safety ทั่วโลก และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประเทศใดประเทศหนึ่งอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามการจำกัดอายุเด็กบน Social Media ยังมาพร้อมกับคำถามสำคัญ โดยเฉพาะเรื่อง Age Verification และ Privacy เพราะเมื่อแพลตฟอร์มต้องตรวจสอบว่าใครอายุเท่าไร ก็อาจนำไปสู่การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลมากขึ้น เพราะยังมีข้อถกเถียงว่าการแบนหรือจำกัดอายุแบบเหมารวมอาจไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะเด็กอาจหาทางหลบเลี่ยงระบบตรวจสอบอายุ หรือย้ายไปใช้แพลตฟอร์มอื่นแทน
ดังนั้นสิ่งที่หลายประเทศกำลังเผชิญจึงอาจไม่ใช่เพียงจะแบนเด็กจาก Social Media อย่างไร แต่คือการออกแบบระบบที่สามารถสร้างสมดุลระหว่าง ความปลอดภัยของเด็ก, สิทธิในการเข้าถึงโลกดิจิทัล และความเป็นส่วนตัว ไปพร้อมกัน
เพราะเมื่อมองกลับมาที่ประเทศไทย เทรนด์นี้อาจไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อประเทศเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซียและอินโดนีเซีย เริ่มมีมาตรการเกี่ยวกับการใช้งาน Social Media ของเด็กแล้ว ขณะที่สหราชอาณาจักรและอีกหลายประเทศทั่วโลกก็กำลังเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน ความน่าสนใจสำหรับไทยจึงอาจไม่ใช่แค่ประเทศไทยควรแบน Social Media สำหรับเด็ก แต่อาจเป็นประเทศไทยควรมีมาตรการแบบไหนเพื่อให้เด็กปลอดภัยบนโลกออนไลน์
อย่างไรก็ตามการจำกัดอายุอาจเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือขณะที่การสร้าง Digital Safety ที่มีประสิทธิภาพอาจต้องทำควบคู่ไปกับ Digital Literacy, การออกแบบแพลตฟอร์มที่ปลอดภัย, ระบบ Parental Control และการกำกับดูแลที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ
ท้ายที่สุดแล้วเมื่อ Age Restriction กำลังกลายเป็นกติกาใหม่ของโลก Social Media มากขึ้น ประเทศไทยควรที่จะรอให้เทรนด์นี้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ก่อนแล้วค่อยเริ่มขยับมาตรการนี้ตามประเทศต่าง ๆ หรือจะเริ่มวางกรอบการพูดคุยเรื่องเด็กกับโลกออนไลน์ตั้งแต่วันนี้เลย
ที่มา: https://techcrunch.com/2026/07/21/social-media-ban-children-countries-list/
