
Adobe เปิดตัว ‘Firefly AI Assistant’ โปรเจกต์ใหม่ที่พัฒนามาจากโปรเจกต์เดิมอย่าง Project Moonlight ในฐานะผู้ช่วย AI ที่สามารถใช้งานข้ามแอปต่าง ๆ ในเครือ Adobe ได้อย่างเป็นทางการแล้ว
โดย Firefly AI Assistant จะเปิดให้ทดลองใช้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ทาง Adobe ยังไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า Firefly AI Assistant นี้จะมีค่าใช้จ่ายในการใช้งานแยกจากแพ็กเกจ Firefly เดิมที่มีอยู่หรือไม่
ซึ่งระบบการทำงานของ Firefly AI Assistant ผู้ใช้เพียงแค่ป้อน Text Prompt ตามที่ต้องการ จากนั้น AI จะแนะนำการทำงานและจัดการลำดับของขั้นตอนต่าง ๆ สำหรับแอปที่เกี่ยวข้อง โดยที่ผู้ใช้สามารถปรับแก้ได้ตลอดเวลา เพราะ AI นี้สามารถใช้งานร่วมกันกับหลายแอปของ Adobe ได้ เช่น Firefly, Photoshop, Premiere, Lightroom, Express และ Illustrator เพื่อช่วยให้สามารถทำงานได้ครบในที่เดียว
นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการปรับปรุง Tools ของแอปให้เหมาะสมอีกด้วย อย่างเช่นการปรับแต่งภาพโปรดักต์ที่มีฉากอยู่ในป่า AI จะวิเคราะห์และช่วยเพิ่มหรือลดจำนวนต้นไม้ที่ต้องการให้เห็นได้ง่ายขึ้น และ Adobe ยังได้ระบุอีกว่า AI ใหม่นี้ยังสามารถเรียนรู้การทำงานของผู้ใช้ เพื่อปรับปรุงให้เหมาะสมกับการสร้างสรรค์งานชิ้นนั้น ๆ มากขึ้นอีกด้วย
และยังมีการเพิ่มฟีเจอร์ ‘skills’ ที่เป็นชุดคำสั่งหลายขั้นตอนรวมไว้ อย่างเช่น skills สำหรับ ‘social media assets’ ที่ AI จะช่วยปรับภาพให้เหมาะสมกับแต่ละแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นการครอปภาพ ขยายภาพ ปรับขนาดไฟล์ และจัดเก็บไฟล์ให้โดยอัตโนมัติ
ที่สำคัญไปกว่านั้น Adobe ยังมีแผนการพัฒนา AI Assistant สำหรับแอปต่าง ๆ เพื่อให้สามารถรองรับ AI โมเดลอื่นจากภายนอกได้ เพื่อให้ผู้ใช้เลือกใช้งาน AI ได้อย่างยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ขณะที่คู่แข่งอย่าง Canva และ Figma ต่างก็เร่งพัฒนา AI เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้ในปัจจุบัน ซึ่ง Adobe มองว่าจุดแข็งที่เป็นข้อแตกต่างจาก AI เจ้าอื่น คือการรวม AI Assistant ทั้งหมดมาไว้ในระบบเดียว สะดวกต่อผู้ใช้มากกว่ากับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- การปรับเสียงพูดให้ชัดขึ้นโดยการลด Noise ลง
- การปรับเอฟเฟกต์ Reverb และเสียงเพลง
- การปรับสีวิดีโอให้มีคุณภาพมากขึ้น
- การเชื่อมต่อกับคลังภาพ Adobe Stock
นอกจากนี้ Adobe ยังมี AI โมเดลใหม่อย่าง Kling 3.0 และ Kling 3.0 Omni สำหรับการสร้างสรรค์วิดีโอคอนเทนต์เข้ามาในระบบอีกด้วย โดยคาดว่าต่อไปนี้ผู้ใช้งาน Adobe จะเลือกใช้ AI Tools ได้ง่ายและหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้การสร้างผลงานรูปแบบต่าง ๆ รวดเร็วและมีคุณภาพมากขึ้นในอนาคต
ที่มา: https://techcrunch.com/2026/04/18/the-app-store-is-booming-again-and-ai-may-be-why/
