เปิดเบื้องหลัง Acting สำหรับครีเอเตอร์ กับวิธีสื่อสารให้ ‘กล้องเชื่อ’ ผ่านตัวตนและความรู้สึกจริง จาก iCreator Camp Gen 3 Presented by Sony!

Week 4: Creator & Business iCreator Camp Gen 3 Presented by Sony! Session: Camera Confidence 101 สร้างตัวตนที่กล้องจับได้ โดย คุณแนน คณิตา จีรพัฒนานุวงศ์ จาก Nannynitta 

อีกหนึ่งคลาสที่แตกต่างและน่าสนใจที่สุดของ iCreator Camp Gen 3 ปีนี้ที่พาชาวแคมป์เข้าสู่โลกของ ‘Acting Class’ แบบจริงจัง เพื่อทำความเข้าใจว่า การเป็นครีเอเตอร์ที่ดี ไม่ได้มีแค่การพูดเก่งหรือถ่ายเก่ง แต่ต้องสื่อสารอารมณ์ให้คนดูรู้สึกตามได้ด้วย คลาสนี้จึงไม่ได้สอนให้แสดงเก่งแบบนักแสดง แต่สอนให้ครีเอเตอร์เข้าใจว่า จะทำอย่างไรให้ตัวตน ความคิด และพลังงานที่อยู่ข้างใน ถูกส่งออกไปผ่านกล้องได้อย่างเป็นธรรมชาติและจริงใจมากที่สุด

การแสดง คือ การไม่แสดง

หนึ่งในประโยคสำคัญของคลาสนี้คือ การแสดง คือการไม่แสดงอะไรเลย เพราะแท้จริงแล้ว Acting ไม่ใช่การเล่นใหญ่ เล่นหน้าเล่นตา หรือฝืนสร้างอารมณ์ แต่คือ Action หรือการกระทำบางอย่างที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกจริงภายใน แล้วส่งออกมาผ่านเครื่องมือของมนุษย์ ซึ่งเครื่องมือสำคัญที่สุดก็คือ

  • ร่างกาย
  • จิตใจ
  • เสียง
  • พลังงาน
  • ความรู้สึก

เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่กล้องจับได้เสมอ ต่อให้เราไม่ได้พูดอะไรออกมาก็ตาม

องค์ประกอบของการเล่าเรื่องที่ครีเอเตอร์ควรรู้

แม้จะเป็นคลาส Acting แต่สิ่งที่คุณแนนเน้นมากคือพื้นฐานการเล่าเรื่องเพราะทุกคอนเทนต์ล้วนมีโครงสร้างเหมือนละครโดยองค์ประกอบสำคัญประกอบไปด้วย

  • Story : เรื่องที่เราอยากเล่า หรืออยากแชร์
  • Plot : วิธีการดำเนินเรื่อง ตั้งแต่เปิดเรื่อง → ความขัดแย้ง → จุดพีค → การคลี่คลาย → จุดจบ
  • Theme / Idea : แก่นหรือ Core Value ของเรื่อง ว่าสุดท้ายแล้วเราอยากสื่ออะไร
  • Character : ตัวละครหรือมนุษย์ในเรื่อง ที่ทำให้คนดูรู้สึกร่วม
  • Language : ภาษาที่ใช้สื่อสาร ซึ่งไม่จำกัดแค่คำพูด แต่รวมถึงภาพ เสียง เพลง แสง หรือจังหวะการเล่าเรื่องทั้งหมด

รวมไปถึงเรื่องของ Dialogue ที่ไม่ได้หมายถึงแค่บทสนทนา แต่รวมถึง ‘การสื่อสารทางอารมณ์’ ผ่านสีหน้า สายตา หรือความเงียบได้เช่นกัน

Acting = Action

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของคลาสนี้ คือการทำความเข้าใจว่า Acting นั้นเท่ากับการ Action เพราะทุกการกระทำของมนุษย์ เกิดขึ้นเพราะมี

  • Objective: ที่หมายถึงเป้าหมายของการสื่อสาร
  • Motivation: ที่เป็นแรงจูงใจที่นำมาซึ่งการสื่อสารนั้น

และเมื่อเรารู้ว่าตัวละครหรือแม้แต่ตัวเราเองต้องการอะไร สิ่งเหล่านี้จะถูกส่งออกมาเป็น

  • สีหน้า
  • แววตา
  • น้ำเสียง
  • ท่าทาง
  • พลังงาน
  • วิธีพูด

โดยอัตโนมัติ ซึ่งสำหรับครีเอเตอร์เองก็เช่นกัน ถ้าเราไม่รู้จริงว่าอยากเล่าอะไร หรือไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองพูด คนดูก็จะสัมผัสได้ทันทีว่าไม่จริง

ต้องทั้งอยู่หน้ากล้องและหลังกล้องให้เป็น

ซึ่งคุณแนนอธิบายว่า อาชีพ Creator คืออาชีพที่ต้องเข้าใจทั้งการผลิต และการสื่อสารในเวลาเดียวกัน เพราะต่อให้พูดเรื่องเดียวกัน แต่คนหนึ่งทำให้น่าฟัง อีกคนกลับไม่น่าสนใจ ความต่างนั้นมักไม่ได้อยู่ที่ข้อมูล แต่อยู่ที่พลังงานในการสื่อสาร หลายครั้งที่ครีเอเตอร์พูดไม่ออก ตัน หรือดูไม่มั่นใจ ไม่ใช่เพราะพูดไม่เก่ง แต่เพราะยังไม่เข้าใจแก่นของสิ่งที่จะเล่าอย่างแท้จริง ดังนั้นก่อนจะพูดให้คนเชื่อ เราต้อง

  • รู้จริง
  • เข้าใจจริง
  • และเชื่อในสิ่งที่ตัวเองกำลังสื่อสารก่อน

เมื่อความเชื่อเกิดขึ้น ความมั่นใจก็จะตามมาเอง

เทคนิคดึงความมั่นใจหน้ากล้องแบบนักแสดง

 

หนึ่งในพาร์ตที่หลายคนอินมาก คือเรื่องของ Mindset และความมั่นใจ หน้ากล้อง ซึ่งความไม่มั่นใจแบ่งออกได้ทั้งในเชิง

  • กายภาพ
  • ความคิดภายใน

และสามารถฝึกได้ผ่านการสร้างบริบทให้ร่างกายรู้สึกมั่นใจก่อน เช่น

  • ยืดอก
  • เปิดไหล่
  • ปรับ Posture
  • เพิ่ม Energy ให้ตัวเอง

เพราะเมื่อร่างกายเริ่มมั่นใจ สมองจะค่อย ๆ เชื่อตาม รวมถึงการฝึกพูดออกเสียงบ่อย ๆ เพื่อให้รูปปาก กล้ามเนื้อ และจังหวะการพูดเกิดความคุ้นชิน จนสามารถสื่อสารได้อย่างลื่นไหลโดยไม่เกร็งสิ่งสำคัญคือไม่มีทางลัด เพราะทุกอย่างต้องอาศัยการฝึกซ้ำ และความสม่ำเสมอเท่านั้น

Warm Up Like an Actor 

อีกหนึ่งสิ่งที่คลาสนี้เน้นมาก คือ การวอร์มอัป ก่อนถ่ายคอนเทนต์ เพราะร่างกายและจิตใจที่ไม่พร้อม จะส่งผลต่อการสื่อสารทันทีโดยมีทั้ง

  • Body Warm Up: วอร์มร่างกายให้พร้อมเคลื่อนไหว
  • Relaxation Exercise: ฝึกหายใจเพื่อลดความประหม่า
  • Facial Warm Up: บริหารกล้ามเนื้อใบหน้า เพื่อให้แสดงออกได้เป็นธรรมชาติ

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการแสดง แต่คือการทำให้ ร่างกายรับรู้ ว่ากำลังจะสื่อสารอะไรออกไป เมื่อร่างกายเข้าใจ ความมั่นใจก็จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

Basics Acting 

ภายในคลาสยังมีการแชร์พื้นฐานสำคัญที่ครีเอเตอร์สามารถนำไปใช้ได้จริง เช่น

  • ฝึกพูดด้วย Intention ไม่ใช่แค่พูดให้จบ
  • ฝึก Eye Contact กับกล้อง ให้เหมือนกำลังสื่อสารกับคนจริง ๆ
  • ฝึกใช้ Body Language เพื่อเพิ่มพลังให้การเล่าเรื่อง
  • ฝึกการ Pacing & Pause เพื่อทำให้คำพูดมีน้ำหนักมากขึ้น
  • ฝึกดึงความทรงจำและประสบการณ์จริงผ่าน Sensory Work หรือการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5

รวมถึงการเรียนรู้วิธีรับมือกับ Emotion ที่ไม่ต้องการ แล้วเปลี่ยนมันให้กลายเป็น ‘พลังงานหน้ากล้อง’ แทน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว คลาสนี้ทำให้เห็นว่า Acting ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของครีเอเตอร์อีกต่อไป เพราะทุกครั้งที่เราเปิดกล้อง เราก็กำลังสื่อสารความรู้สึกบางอย่างออกไปเสมอและบางครั้ง สิ่งที่ทำให้คนดูหยุดดูต่อ ไม่ใช่แค่คุณภาพภาพหรือข้อมูลในคลิป แต่อาจเป็นเพราะความจริงใจ ที่กล้องสามารถจับได้จากตัวตนของเราเองนั่นต่างหาก

รายละเอียดแคมป์

  • ระยะเวลาแคมป์: 25 เม.ย. – 30 พ.ค. 69 (เรียนทุกวันเสาร์ตลอด 6 สัปดาห์)
  • เวลาเรียน: 09.30 – 17.30 น. (ลงทะเบียนเรียน 09.00 น.)
  • สถานที่: คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ

#iCreatorCamp2026 #iCreatorCamp

Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save