News
ในปัจจุบันที่ Reels ได้รับความนิยมสูงสุดบนทั้ง Facebook และ Instagram ทำให้ล่าสุดมีผลสำรวจจาก Emplifi ออกมายืนยันแล้วว่า การที่ครีเอเตอร์ทำคลิปสั้นโดยใช้เสียงหรือใบหน้าตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของคลิป สามารถช่วยสร้าง Engagement ได้จริงบน Meta
แอปตัดต่อ Edits ของ Meta เดินหน้าอัปเดตฟีเจอร์ใหม่อีกครั้ง โดยเพิ่มได้เพิ่มเอฟเฟกต์ที่ทำให้การตัดต่อวิดีโอมีความ ‘Cinematic’ มากขึ้น เพราะมีเครื่องมือตัดต่อระดับโปร ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพได้มากกว่าเดิมด้วย เพราะมีเครื่องมือที่ยืดหยุ่นในการควบคุมเมื่อใช้งาน
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา Meta ได้อัปเดตโปแกรมใหม่ให้กับ Facebook ด้วย ‘Creator Fast Track’ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์ได้เร่งการเติบโตของฐานผู้ชมและสร้างรายได้ได้ง่ายกว่าที่เคย กับความคาดหวังที่จะดึงดูดให้ครีเอเตอร์จากแพลตฟอร์มอื่นมาสร้างคอนเทนต์บน Facebook มากขึ้นนั่นเอง
ใครทำคอนเทนต์บน Facebook เตรียมจด! เพราะมีประกาศปรับกฎอัลกอรทึมใหม่ เพื่อให้ความสำคัญกับ ‘Original Content’ หรือคอนเทนต์ที่มาจากครีเอเตอร์ถูกมองเห็นและเพิ่มยอด Reach มากขึ้น แต่คอนเทนต์ ‘Unoriginal Content’ จะโดนลดการมองเห็นด้วย เพื่อลดปัญหาคอนเทนต์ซ้ำหรือก็อปปี้เต็มหน้าฟีด
Facebook กำลังพยายามปรับสมดุลของแพลตฟอร์มให้กลับมาสนับสนุนครีเอเตอร์ที่สร้างคอนเทนต์ ‘ต้นฉบับ’ มากขึ้น โดยล่าสุด Meta ประกาศปรับอัลกอริทึมเพื่อเพิ่มการมองเห็นให้กับคอนเทนต์ที่ผลิตโดยเจ้าของบัญชี พร้อมเปิดเครื่องมือใหม่ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถจัดการและรายงานบัญชีเลียนแบบหรือบัญชี Copycat รวมถึงบัญชีที่แอบอ้างตัวตน หรือ Impersonation ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ถือเป็นชาติแรกในอาเซียนก็ว่าได้สำหรับ อินโดนีเซีย ที่เตรียมออกมาตรการควบคุมการใช้งานโซเชียลมีเดียของเยาวชนอย่างจริงจัง หลังรัฐบาลประกาศเตรียมห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีมีบัญชีบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลายประเภทเพื่อรับมือกับความเสี่ยงในโลกดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น นับเป็นหนึ่งในความพยายามสำคัญของประเทศในภูมิภาคเอเชียที่เริ่มเดินหน้ากำกับแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อปกป้องผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชนมากขึ้น
เป็นที่รู้จักกันสำหรับเพจ ‘มนษย์กรุงเทพฯ’ ที่ทำคอนเทนต์บอกเล่าเรื่องราวชีวิตผู้คนผ่านการสัมภาษณ์ในแง่มุมต่าง ๆ โดยล่าสุดได้มีการเปิดระบบ Subscribe ให้ผู้ติดตามสามารถร่วมสนับสนุนคอนเทนต์ของทางเพจ เพื่อเพิ่มรายได้จากทางแพลตฟอร์มท่ามกลางปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น
รีพอร์ตจาก Social Media Benchmarks ฉบับล่าสุดของ Emplifi ได้เผยสถิติบนโซเชียลมีเดีย พบว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่เพิ่มการเข้าถึงได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 สำหรับแบรนด์ ในขณะที่ Instagram จาก Meta กลับมีการเข้าถึงที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังคงเป็นแพลตฟอร์มพื้นฐานที่ทุกแบรนด์ควรมีเพื่อสร้างความน่าเชื่อมั่นให้ผู้ติดตาม
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
