
Meta ได้เปิดตัวแพ็กเกจสมาชิก ‘Plus’ สำหรับ Instragram และ Facebook อย่างเป็นทางการ หลังมีการเปิดทดลองมาหลายเดือนโดย Instagram Plus และ Facebook Plus ในราคา 130 บาทต่อเดือน ส่วน WhatsApp Plus อยู่ที่ประมาณ 97บาทต่อเดือน เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าโฆษณาและเฟสต่อไป Meta ยังเตรียมตัวทดสอบบริการสำหรับสมัครสมาชิกเพิ่มเติมสำหรับบัญชี AI, ธุรกิจ และครีเอเตอร์ภายใต้พื้นที่ทดลองใหม่ที่ใช้ชื่อว่า “Meta One”
ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ได้มีภาพการทดสอบ Instagram Plus หลุดออกมาบนโซเชียลเผยให้เห็นฟีเจอร์ที่ไม่มีในแอปพลิเคชั่นปกติ ไม่ว่าจะเป็น
- การเลือกกลุ่มเป้าหมายหลายกลุ่มสำหรับ Story
- การดูว่าใครมาดู Story ซ้ำ,การค้นหารายชื่อผู้ชม
- การยืดอายุ Story ให้นานเกิน 24 ชั่วโมง
- การสร้าง Stories แบบ ‘Spotlight’
โดยยังมีฟีเจอร์อย่าง ‘Super Heart’ ที่สามารถดู Story ของผู้อื่นแบบไม่ระบุตัวตนได้โดยผู้ใช้ที่สมัครสมาชิกรายเดือนจะไม่ใช่แค่ได้ Badge แต่จะได้รับฟีเจอร์พิเศษที่ไม่มีในเวอร์ชันฟรี
นอกจากนี้ฟีเจอร์เหล่านี้กำลังจะทยอยเปิดให้ใช้งานได้แล้วตั้งแต่วันนี้ รวมถึงความสามารถในการโพสต์ที่ไม่ให้เนื้อหาปรากฏบนฟีดของผู้ติดตาม ขณะที่ Facebook Plus ก็จะมีสิทธิประโยชน์ใกล้เคียงกันเช่นเดียวกับ WhatsApp Plus ที่จะได้รับธีมพิเศษ เสียงเรียกเข้าเฉพาะและปักหมุดแชทได้มากขึ้นเช่นกัน
อีกทั้งทาง Meta ก็กำลังสร้างระบบ ‘Subcriber’ ที่เรียกว่า Meta One ในเฟสต่อไปที่รวมบริการแบบเสียค่าบริการทั้งหมดไว้ด้วยกันทั้งเครื่องมือ AI, เครื่องมือครีเอเตอร์ และฟีเจอร์สำหรับธุรกิจ ทั้งนี้ฟีเจอร์ AI ขั้นสูงอย่างการสร้างภาพ วิดีโอหรือระบบการคิด วิเคราะห์ที่อาจถูกจำกัดไว้สำหรับสมาชิกที่เสียค่าบริการในอนาคต
ดังนั้นแล้ว Meta ไม่ได้ต้องการที่จะนำฟีเจอร์ฟรีออกไปแต่อย่างใด หากเพียงต้องการกำลังทำให้ ฟีเจอร์แบบฟรีสามารถใช้งานได้น้อยลงในอนาคต เพื่อผลักดันให้ผู้ใช้งานเริ่มสมัครบริการ Plus เพื่อให้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์ พร้อมเปิดการมองเห็นที่มากกว่า และที่สำคัญคือเพื่อสร้างความได้เปรียบบนแพลตฟอร์มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั่นเอง
