
Week 4: Creator & Business iCreator Camp Gen 3 Presented by Sony! Session: From Lens to Business Branding ถ่ายสร้างแบรนด์ สู่ธุรกิจครีเอเตอร์ โดย คุณโต นันทภพ ศรีทีศนการ Product Specialist จาก Sony Thai
ในยุคที่ใครก็ขายของได้ผ่านคอนเทนต์การถ่ายภาพเลยไม่ใช่แค่เรื่องความสวยอีกต่อไป แต่คือเครื่องมือสำคัญในการสร้างความรู้สึกให้คนอยากซื้อตั้งแต่แรกเห็น เพราะสำหรับผู้บริโภคหลายครั้ง การตัดสินใจไม่ได้เริ่มจากเหตุผล แต่มาจากอารมณ์ และภาพที่สื่อสารออกมาได้ถูกจังหวะก่อนเสมอ
คนซื้อสินค้าซื้อจากความรู้สึกก่อนเหตุผลเสมอ

หนึ่งในประเด็นสำคัญของคือการทำความเข้าใจว่า ภาพถ่ายสามารถสร้างความรู้สึกต่อสินค้าได้ทันที ก่อนที่คนดูจะอ่านรายละเอียดหรือดูราคา ทำให้องค์ประกอบภาพจำเป็นต้องคำนึงถึง
- การจัดวางสินค้า
- การจัดองค์ประกอบภาพ
- มุมกล้อง
- ระยะเลนส์
- ความชัดตื้น-ชัดลึกของภาพ
ซึ่งทั้งหมดนี้คือภาษาภาพที่แบรนด์และครีเอเตอร์ใช้สื่อสารตัวตนได้โดยไม่ต้องพูด ดังนั้นมุมภาพต่างกัน ก็ย่อมให้ความรู้สึกต่างกัน เพียงแค่เปลี่ยนมุมกล้อง ความรู้สึกของภาพก็เปลี่ยนทันที
มุมต่ำ (Low Angle)
ช่วยให้วัตถุดูมีพลัง ดูยิ่งใหญ่ และอลังการมากขึ้น เหมาะกับการถ่ายสินค้าให้ดู Premium หรือมี Impact สูง เพราะเป็นมุมกล้องที่ให้ความรู้สึก
- ให้ความรู้สึกทรงพลัง
- เพิ่มความยิ่งใหญ่ให้สินค้า
- ทำให้ Subject ดูโดดเด่นขึ้น
ระดับสายตา (Eye Level)
เป็นมุมที่ให้ความรู้สึกเข้าถึงง่าย แต่ยังดูแพงและดู Professional เพราะเป็นมุมกล้องที่ให้ความรู้สึก
- ภาพดูสมจริง
- ให้ Mood Luxury ได้ง่าย
- เหมาะกับงาน Branding และ Product Shot
มุมสูง (Bird Eye View)
มุมภาพที่ช่วยเพิ่มความสนุกและความเฟรนลี่ให้คอนเทนต์ เพราะเป็นมุมกล้องที่ให้ความรู้สึก
- เหมาะกับสาย Lifestyle
- ทำให้ภาพดูเล่นง่าย เข้าถึงง่าย
- ถ้าใช้ร่วมกับเลนส์มุมกว้าง จะยิ่งเพิ่ม Dynamic ให้ภาพมากขึ้น
รวมถึงการใช้ Fish Eye ก็ช่วยสร้างอารมณ์สนุกและดึงสายตาคนดูได้ดีเช่นกัน
การเลือกเลนส์ต่างกัน Mood ของแบรนด์ก็เปลี่ยน

อีกเรื่องสำคัญคือระยะเลนส์ เพราะแต่ละระยะให้ความรู้สึกต่อภาพไม่เหมือนกัน
เลนส์มุมกว้าง
อย่างเช่น Sony E 11mm f/1.8 เหมาะกับการเก็บบรรยากาศรอบ ๆ ได้ครบ ให้ภาพดูมี Space และสร้างความรู้สึก Immersive มากขึ้น
เหมาะกับคอนเทนต์ประเภท
- Vlog
- Lifestyle Content
- คาเฟ่ / ร้านอาหาร
- งานที่อยากให้เห็น Environment
เลนส์ระยะ 35mm
อย่าง Sony FE 35mm f/1.8 จะช่วยให้เกิด “ระยะชัดตื้น” มากขึ้น ทำให้ Subject เด่นจากฉากหลัง
เหมาะกับคอนเทนต์ประเภท
- ภาพดู Cinematic
- ละลายหลังสวย
- เหมาะกับ Product และ Portrait
Kit Lens vs Prime Lens ต่างกันอย่างไร?

Kit Lens หรือเลนส์ติดกล้อง
เช่น Sony E 16-50mm F3.5-5.6 PZ OSS II
ข้อดีคือความอเนกประสงค์
- ซูมได้หลายระยะ
- ใช้งานง่าย
- ครบทั้งกว้าง กลาง แคบ ในตัวเดียว
แต่ข้อจำกัดคือ
- ละลายหลังได้น้อยกว่า
- ความสว่างเลนส์น้อยกว่า Prime Lens
Prime Lens
จุดเด่นคือ
- รูรับแสงกว้าง
- ภาพคม
- ละลายหลังสวย
- ให้ Mood แบบมืออาชีพมากกว่า
เหมาะกับงานที่ต้องการสร้าง Character ให้ภาพชัดเจน
เทคนิคทำหน้าชัดหลังเบลอให้ภาพดูโปร
อีกหนึ่งเทคนิคที่ครีเอเตอร์สายถ่าย Product และ Video Content นิยมใช้ คือการสร้าง Depth of Field หรือระยะชัดตื้น เพื่อดึงสายตาคนดูไปยัง Subject หลัก
Aperture Size สำคัญมาก
- รูรับแสงกว้าง จะทำให้ภาพชัดตื้น หลังเบลอ
- รูรับแสงแคบ จะทำให้ภาพชัดลึก เห็นรายละเอียดทั้งภาพ
เพราะยิ่งค่า f ต่ำ ก็ยิ่งละลายหลังได้มากขึ้น เพราะฟีเจอร์ช่วยง่าย ๆ สำหรับสายคอนเทนต์สำหรับคนที่ยังไม่ชินกับการตั้งค่ากล้อง ในกลุ่ม Sony ZV Series มีฟีเจอร์อย่าง Bokeh Switch ที่ช่วยเปิดโหมดละลายหลังได้ทันที โดยไม่ต้องคำนวณรูรับแสงหรือระยะเลนส์เอง
- ใช้งานง่าย
- เหมาะกับครีเอเตอร์มือใหม่
- ช่วยให้ได้ภาพดูโปรเร็วขึ้น
รายละเอียดแคมป์
- ระยะเวลาแคมป์: 25 เม.ย. – 30 พ.ค. 69 (เรียนทุกวันเสาร์ตลอด 6 สัปดาห์)
- เวลาเรียน: 09.30 – 17.30 น. (ลงทะเบียนเรียน 09.00 น.)
- สถานที่: คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
