WELCOME TO THE AI ERA รู้ทัน 5 เทรนด์ AI พลิกโอกาสธุรกิจ สู่ทักษะที่คนต้องมี

Session: รู้เทรนด์ AI เข้าใจโอกาส ฝ่าการเปลี่ยนผ่าน เพื่อชนะเกมธุรกิจ โดย รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ (IMC Insitute), โดม เจริญยศ (Tokenine, DomeCloud & Thaichain) และณัฐกร เวียงอินทร์

5 เทรนด์ AI ที่กำลังเปลี่ยนโลกธุรกิจ

AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากเครื่องมือช่วยทำงาน ไปสู่เทคโนโลยีที่สามารถลงมือทำงานและเชื่อมต่อกับบริการต่าง ๆ ได้มากขึ้น โดยมี 5 แนวโน้มสำคัญที่ต้องจับตา

  1. From Chatbot to Agent: เปลี่ยนจากการโต้ตอบผ่านแชต สู่ AI Agent ที่สามารถรับคำสั่ง วางแผน และลงมือทำงานได้ด้วยตัวเอง ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างเต็มรูปแบบ
  2. Model Competition: การแข่งขันด้านความฉลาดของโมเดลเริ่มเปลี่ยนทิศทาง เมื่อโมเดลชั้นนำมีความสามารถสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญข้อจำกัดด้านข้อมูลและแรงกดดันทางกฎหมาย
  3. Open Model: โมเดลแบบเปิดเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่น่าสนใจ ทั้งในแง่การเข้าถึงและการนำไปพัฒนาต่อยอด
  4. AI Platform: แพลตฟอร์มต่าง ๆ เริ่มผูกบริการเข้ากับ AI Agent มากขึ้น ทำให้ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือแยกส่วน แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Ecosystem
  5. AI Governance: เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ประเด็นเรื่องกฎหมาย ความปลอดภัย และขอบเขตการใช้งานจึงสำคัญขึ้นตามไปด้วย

From Chatbot to Coding Agent เมื่อ AI ไม่ได้แค่ตอบ แต่ลงมือทำงานได้

หากย้อนกลับไป 3 ปีก่อน เราเห็นพัฒนาการของ AI ตั้งแต่การสร้างภาพด้วย Midjourney จนมาถึง ChatGPT ที่เปลี่ยนวิธีการเข้าถึงเทคโนโลยีของคนทั่วไป

ก่อนที่ความสามารถจะก้าวไปอีกขั้น จากการสั่งงานผ่านแชต สู่การเขียนโค้ดและพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ด้วย Coding Agent อย่าง Claude

เมื่อ AI สามารถเขียนโค้ดและนำไปสู่การทำงานจริงได้ คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า หาก AI สามารถส่งมอบผลลัพธ์ได้เอง เรายังจำเป็นต้องจ้างคนมาทำงานทุกขั้นตอนหรือไม่?

นี่คือแนวคิด Results as a Service ที่เปลี่ยนจากการจ้างคนเพื่อทำงาน ไปสู่การมองหาผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยให้ AI เข้ามาจัดการกระบวนการต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบการจ้างงาน โดยเฉพาะงานด้านการเขียนโปรแกรม

Always-on Agent เทรนด์ AI ที่ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง

หนึ่งในแนวโน้มที่เริ่มเห็นชัดคือ Always-on Agent หรือ AI Agent ที่สามารถทำงานต่อเนื่องได้ตลอดเวลา โดยหลายคนเริ่มนำ AI มาใช้เป็นเหมือนเลขาส่วนตัว ช่วยจัดการงานในชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม AI Agent ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อนหรือการตัดสินใจเชิงลึก ซึ่งอาจยังต้องอาศัยเครื่องมือและความสามารถเฉพาะทางเพิ่มเติม

AI กำลังสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจอย่างไร?

ในยุคที่มีโมเดล AI ให้เลือกใช้งานมากกว่า 2 ล้านโมเดล ท่ามกลางข้อจำกัดด้านทรัพยากรการประมวลผลและชิป การพัฒนาโมเดลใหม่ ๆ ยังคงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่สำหรับองค์กร การเลือกใช้ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่งของโมเดลเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีประเด็นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและความเหมาะสมกับการใช้งานจริง เช่น การเลือกใช้โมเดลจากแพลตฟอร์มภายนอกที่อาจมีข้อกังวลด้านข้อมูล

สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือมุมมองของธุรกิจ เพราะแทบทุกอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจาก AI แล้ว คำถามจึงไม่ใช่ว่าอุตสาหกรรมไหนจะได้รับผลกระทบ แต่คือเราจะนำ AI มาใช้สร้างประโยชน์ได้อย่างไรมากกว่า ประโยชน์สำคัญที่องค์กรจะได้รับ ได้แก่

  • ลดภาระงานและขั้นตอนที่ไม่จำเป็น
  • ลดจำนวนคนในบางกระบวนการ
  • ลดต้นทุนการดำเนินงาน

One-Person Company โอกาสใหม่ของธุรกิจยุค AI

เมื่อ AI สามารถทำงานแทนหลายตำแหน่งได้มากขึ้น เราอาจได้เห็นธุรกิจรูปแบบใหม่ที่คนเพียงคนเดียวสามารถบริหารจัดการงานได้แทบทั้งองค์กร นี่จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี แต่เป็น Game Changer ที่เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กสามารถสร้างธุรกิจและแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น

แม้วันนี้เราจะยังคาดเดาไม่ได้ว่าธุรกิจใหม่ในยุค AI จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่สามารถมองเห็นทิศทางจากการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีที่ผ่านมา เช่น จากการซื้อสินค้าหน้าร้าน สู่การซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และกำลังเปลี่ยนไปสู่การใช้ AI ช่วยค้นหา เลือก และตัดสินใจซื้อสินค้า

ทุกการเปลี่ยนผ่านสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆเสมอดังนั้นคำแนะนำสำคัญคืออย่ารอให้ทุกอย่างชัดเจนแล้วค่อยเริ่มแต่ควรเริ่มเรียนรู้และทดลองใช้ AI ตั้งแต่วันนี้ เพราะกระแสเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

3 แนวทางรับมือ AI สำหรับผู้บริหารและองค์กร

การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ไม่ใช่แค่การเลือกซื้อเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นการเปลี่ยนกระบวนการทำงานและวัฒนธรรมขององค์กรทั้งหมด โดยมี 3 ขั้นตอนสำคัญ

  1. Management Mindset: ผู้บริหารต้องเข้าใจและเปิดใจเรียนรู้ AI ก่อน รวมถึงมองให้ออกว่าการเป็นองค์กรที่ใช้ AI กับการเป็น AI First Organization นั้นแตกต่างกันอย่างไร
  2. Culture Transformation: ปรับวัฒนธรรมองค์กรให้พร้อมกับการทำงานรูปแบบใหม่ และสร้างความเข้าใจร่วมกันในทีม
  3. Technology Selection: ค่อยเลือกเทคโนโลยีและโมเดล AI ที่เหมาะสมกับลักษณะงานและบริบทขององค์กร โดยเริ่มจากการทดลองใช้ในงานเล็ก ๆ ก่อนขยายไปสู่การใช้งานจริง

หัวใจสำคัญคือผู้บริหารต้องเข้าใจว่า AI กำลังเปลี่ยนกระบวนการทำงานทั้งหมด และต้องประเมินให้ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะสร้างประสิทธิภาพให้กับองค์กรได้อย่างไร

What Will Remain Human? ทักษะอะไรที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้

บทเรียนจากการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ตั้งแต่ Yahoo สู่ Google ทำให้เห็นว่า คนที่เก่งที่สุดในวันนี้อาจไม่ใช่คนที่จะอยู่รอดได้ในวันข้างหน้า เมื่อ AI เข้ามาทำงานที่ต้องใช้ทักษะทางเทคนิคได้มากขึ้น ทักษะที่มนุษย์ต้องพัฒนาอาจไม่ใช่แค่ความสามารถเฉพาะทาง แต่เป็นสิ่งที่ AI ยังทำได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้ ทักษะสำคัญที่คนทำงานควรมี ได้แก่

  • Adaptability: ความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
  • Critical Thinking: การคิดวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูล และประเมินว่าสิ่งใดถูกหรือผิด
  • Problem Solving: ความสามารถในการแก้ไขปัญหาและจัดการสถานการณ์ที่ซับซ้อน
  • Business Understanding: ความเข้าใจธุรกิจและมองเห็นความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า
  • Soft Skills: ทักษะการสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความเข้าใจในบริบทของมนุษย์

โดยเฉพาะคนทำงานสายเทคนิคอย่างโปรแกรมเมอร์ อาจต้องพัฒนาจากการเป็นเพียงผู้เขียนโค้ด ไปสู่การเข้าใจความต้องการของธุรกิจและสามารถปรับเปลี่ยนโซลูชันให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่แค่การมีทักษะที่ AI ทำไม่ได้ในวันนี้ แต่คือการพร้อมพัฒนาตัวเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

AI มีอะไรให้กลัว?

แม้ AI จะเข้ามาสร้างโอกาสและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ความสามารถที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องและทำงานได้ตลอดเวลา ก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อ AI Agent เริ่มสื่อสารและทำงานร่วมกันเองได้มากขึ้น จนเกิดคำถามว่า หากวันหนึ่ง AI มีความสามารถเกินกว่าที่มนุษย์จะควบคุมได้ จะเกิดอะไรขึ้น?

และแม้แต่วิศวกรที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนา AI เอง ก็ยังมีความกังวลต่อความฉลาดและความสามารถที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีนี้ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากังวลอาจไม่ใช่แค่ตัว AI แต่คือ ‘มนุษย์’ ที่เป็นผู้พัฒนาและนำ AI ไปใช้งาน ด้วยเช่นกัน

เพราะในปัจจุบันเราจะเห็นการแข่งขันด้าน AI ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Data Center รวมถึงการหยั่งเชิงเรื่องการชะลอการลงทุนและขยายโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่ยังเกี่ยวข้องกับการแข่งขันและอำนาจในระดับประเทศ

สิ่งที่อาจเปลี่ยนแปลงตามมาจึงไม่ใช่แค่ความก้าวหน้าของ AI แต่รวมถึง ‘นโยบาย’ และกฎเกณฑ์ในการกำกับดูแลเทคโนโลยี ที่จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่องค์กรต้องเตรียมพร้อมคือการวางระบบ Security ให้รัดกุม ทั้งด้านข้อมูลและการใช้งาน AI เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้ โดยไม่ละเลยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

สุดท้ายแล้ว คนที่ชนะในยุค AI อาจไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือคนที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด

เพราะในวันที่ AI ทำงานได้มากขึ้น ประสบการณ์ วิจารณญาณ การแก้ปัญหา และความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ สุดท้ายนั้นเราอาจไม่สามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงของ AI ได้ แต่สามารถเลือกได้ว่าจะเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมกับมันอย่างไรนั่นเอง

Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save