Case Study

Avatar

miss arisa May 15, 2019

RAiNMaker Research : March-April 2019

RAiNMaker Research คือ การสำรวจข้อมูลธุรกิจสื่อดิจิทัล เพื่อให้คนทำคอนเทนต์ แบรนด์ เอเจนซี่ได้ใช้เป็นอีกหนึ่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งในปัจจุบันสื่อดิจิทัลกำลังเติบโตไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มที่หลากหลาย คนทำคอนเทนต์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

สำหรับงานสำรวจชิ้นแรกของ RAiNMaker Research เป็นการสำรวจภาพรวมของ Lifestyle Publisherในไทยทั้งหมด 47 ราย จำนวน จำนวน 1,614 โพสต์ที่เป็นลักษณะงาน Advertorial บนแพลตฟอร์ม Facebook Page ในระหว่างเดือนมีนาคมเมษายน 2562 ออกมาเป็นสถิติที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

10 ประเภทธุรกิจที่ลงโฆษณาผ่าน Lifestyle Publisher

  1. Food ผลิตภัฑ์อาหารและร้านอาหาร 33%
  2. Beauty ผลิตภัณฑ์เสริมความงามและคลินิกศัลยกรรมตกแต่ง 16%
  3. Retail & Shopping Online ธุรกิจค้าปลีกและออนไลน์ช้อปปิ้ง 15%
  4. Financial ธนาคารและการเงิน 8%
  5. Real Estate อสังหาริมทรัพย์ 6%
  6. Fashion เครื่องแต่งกาย 6%
  7. Mobile โทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ 5%
  8. Motor รถยนต์และจักรยานยนต์ 5%
  9. Telecom ผู้ให้บริการเครือข่าย 4%
  10. Corporate หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ 3%

RAiNMaker Says :

จะเห็นได้ว่าธุรกิจประเภทอาหารมีจำนวนแบรนด์ลงมาซื้อสื่อดิจิทัลค่อนข้างมาก คิดเป็นเบอร์เซ็นต์ถึง 33% เพราะไม่ใช่แค่แบรนด์ใหญ่ๆเท่านั้น แม้แต่ร้านอาหาร สตรีทฟู้ดต่างๆ ก็โปรโมทร้านผ่าน Food Blogger กันเป็นจำนวนมาก Advertorial ประเภทอาหารจึงคึกคักเป็นพิเศษ

ส่วนลำดับที่ 2 ตลาดบิวตี้ยังครองตำแหน่งได้อย่างเหนียวแน่น แต่ที่น่าสนใจคือนอกจากเครื่องสำอางแล้ว คลินิกเสริมความงามก็มีการแข่งขันที่สูงช่วยผลักดันให้ตลาดบิวตี้ยังไปต่อได้ ไม่ใช่ใกล้เคียงกับคำว่าขาลงอย่างแน่นอน แม้จะมีบางส่วนที่หันไปทำตลาดใน Twitter มากขึ้นแต่ในส่วนของ Facebook ก็ยังคงเป็นแพลตเฟอร์มหลักที่ใช้ในการสื่อสารอยู่ดี

และถ้าพูดถึงอีกธุรกิจที่ลงเงินกับสื่อดิจิทัลเป็นพิเศษก็จะเป็น Retail & Shopping Online ซึ่งสัดส่วนใกล้เคียงกับบิวตี้เรียกว่าตีคู่กันมาเลย ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอล์หลายแห่งเลือกใช้เซเลบบล็อกเกอร์ไปทำคอนเทนต์เพื่อดึงดูดผู้คนเข้ามาทำอีเวนท์ต่างๆที่ทางห้างจัดขึ้นในลักษณะปูพรมคือเลื่อนฟีดมาจะเห็นหลายๆเพจลงคอนเทนต์พร้อมๆกัน เน้นการกระจายข่าวเพราะแต่ละอีเวนท์มีช่วงเวลาที่จำกัด จัดได้ว่าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงและมีเม็ดเงินการลงโฆษณาที่สูงอยู่ในลำดับต้นๆเสมอ

ส่วนที่เหลือมีเฉลี่ยๆกันไปในธุรกิจการเงิน อสังหาริมทรัพย์ แฟชั่น โทรศัพท์ รถยนตร์ เครือข่ายมือถือ ไปจนถึง หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเองที่เห็นความสำคัญของสื่อดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ทำให้เราได้เห็นคอนเทนต์ที่โปรโมทโครงการต่างๆของรัฐผ่าน Advertorial เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แบรนด์จากประเภทธุรกิจที่ซื้อ Advertorial สูงสุดในช่วงเวลาเดียวกัน

อีกหนึ่งลักษณะการซื้อสื่อที่น่าสนใจที่เรากล่าวถึงไปในช่วงแรกก็คือการปูพรม อธิบายคือเมื่อแบรนด์ต้องจะโปรโมทแคมเปญหรือโปรดักส์สัก 1 ชิ้น จะเลือกใช้วิธีลง Advertorial ในหลายๆสื่อเพื่อกระจายการสื่อสารไปยังหลายๆกลุ่ม Audience โดยที่เราสำรวจมาได้เป็น 5 ลำดับสูงสุดที่มีการลงโฆษณาพร้อมๆกันต่อ 1 แคมเปญหรือโปรดักส์

  1. แบรนด์จากธุรกิจ Mobile
  2. แบรนด์จากธุรกิจ Financial
  3. แบรนด์จากธุรกิจ Retail & Shopping Online
  4. แบรนด์จากธุรกิจ Food
  5. แบรนด์จากธุรกิจ Fashion

ในปีนี้เราคงได้เห็นจากหลายๆข่าวแล้วว่า Facebook นั้นให้สัดส่วนของอัลกอลิทึ่มไปที่คอนเทนต์วิดีโอ เพราะต้องการผลักดัน Facebook Watch คนทำคอนเทนต์เลยปรับตัวมาทำวิดีโอกันมากขึ้น การแข่งขันและราคาของงาน Advertorial ประเภทวิดีโอก็สูงตามมาเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นในไทยการลงคอนเทนต์ประเภทโพสต์ภาพชุดก็เป็นที่นิยมมากกว่า สามารถดึงดูดคนให้หยุดดูรูปสวยๆได้ง่ายกว่าคอนเทนต์วิดีโอ ส่วนการโพสต์ภาพเดี่ยวนั้นมีให้เห็นน้อยมาก ซึ่งเกิดจากการปรับตามพฤติกรรมความสนใจของผู้ชมนั่นเอง

Advertorial จำนวน 1,614 โพสต์ แบ่งเป็นประเภทคอนเทนต์

Photo 13 ชิ้น
Video 427 ชิ้น
Post 1,174 ชิ้น (ลิงค์และภาพชุด)

แบรนด์จากประเภทธุรกิจที่ซื้อ Advertorial ที่มี Engaement ดีที่สุด 5 ลำดับ จาก 1,614 โพสต์ แน่นอนว่าแต่ละแบรนด์มี KPI จาก Engaement แตกต่างกันไป แต่หากการพรีเซนต์คอนเทนต์นั้นน่าสนใจหลายๆครั้งที่เกิดเป็นไวรัลและสร้างปรากฏการณ์เกิน KPI ที่แบรนด์คาดหวังไว้ ลองมาดูลักษณะคอนเทนต์และยอด Engaement  ที่ได้รับการตอบเป็นอย่างดี และจาก 5 คอนเทนต์นี้ มาจาก 3 Publisher เท่านั้น

เรียบเรียงและสำรวจข้อมูลโดยทีมงาน RAiNMaker Research