สรุปงาน iCreator Meetup #3 เวทีสนทนาในหัวข้อ Beauty Inside & Inspire

iCreator Meetup ครั้งที่ 3 งานอีเวนท์ของ RAiNMaker ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเปิดโอกาสให้ชาว Thai Content Creator มาพบปะพูดคุยกันถึงเทรนด์คอนเทนต์ต่างๆ ตามความสนใจ ในครั้งนี้เราได้มาพูดคุยกันเกี่ยวกับคอนเทนต์สายบิวตี้ในหลากหลายแง่มุม

ตั้งแต่ภาพรวมสถานการณ์ Beauty Content ในไทย การเริ่มต้นทำคอนเทนต์สายบิวตี้ให้เป็นอาชีพ แนวคิด อุปสรรค การทำสื่อสายบิวตี้ท่ามกลางยุคของ Influencer ไปจนถึงคำแนะนำสำหรับคนที่สนใจอยากทำคอนเทนต์สายบิวตี้

 

ในงานครั้งนี้เราได้ Guest speaker 4 ท่าน มาร่วมพูดคุยและตอบคำถามต่างๆ ทั้ง Beauty Influencer อย่าง เอิ๊กเอิ๊ก พีรญา รชตสุวงศ์ จาก Erk-Erk, ทิฟ ทิฟวธู ธวัลรัตน์ พินิจารมณ์ จาก Tyffvathu และ ป้าจีน จีราภัสร์ อริยบุรุษ จาก & เก่ง ทิพย์วัลย์ คงประพันธ์ จาก Jeban.com แพลตฟอร์มที่รันวงการบิวตี้มาอย่างยาวนาน ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ได้รับแนวคิดในการทำ Beauty Content ไปเต็มๆ แต่ยังได้รับแรงบันดาลใจดีๆ อีกด้วย

 

ภาพรวมสถานการณ์ Beauty Content จาก RAiNMaker Research

เริ่มต้นด้วยเนื้อหาจาก RAinMaker Research ซึ่งได้ คุณเอ็ม @Khajochi มาพูดถึงข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับสถานการณ์ Beauty Content ในประเทศไทยโดย RAiNMaker Research หน่วยงานเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ Content Marketing ในประเทศไทย ได้สรุปสถิติที่น่าสนใจในช่วงครึ่งปีแรกนี้มาฝากกัน

 

กลุ่มประเภทธุรกิจที่ลงโฆษณาเยอะที่สุด กลุ่ม Beauty อยู่ที่อันดับ 2 รองจาก Food ซึ่งแบรนด์ที่ซื้อโฆษณาในกลุ่ม Beauty สามารถแบ่งได้ดังนี้

สินค้าบิวตี้โดยตรง เช่น เครื่องสำอาง สกินแคร์ แบ่งเป็น 78% คลินิกความงาม และสปา แบ่งเป็น 16% ห้างร้าน 3% ดังนั้น หากใครสนใจทำคอนเทนต์สายบิวตี้ ควรโฟกัสไปที่ Beauty Product ก่อน

 

ข้อมูล Engagement ช่วงไตรมาสที่ 1 และ 2 มีนาคม-พฤษภาคม 2019

บรรดาคอนเทนต์โฆษณาบน Facebook หากลงเป็น Link แล้ว Engagement ลดลง 11% ในขณะที่ วิดีโอและไลฟ์มี Engagement เพิ่มขึ้นคือ วิดีโอ เพิ่ม 20% และ ไลฟ์ เพิ่ม 32% ตาม algorithm ของ Facebook ที่เปลี่ยนไป

 

Beauty Blogger ไทยที่มีผู้ติดตามมากกว่า 10,000 คน มีมากกว่า 200 Channel!

นับว่าเป็นกลุ่มบล็อกเกอร์ที่มีจำนวนมาก และทรงอิทธิพลมากที่สุด ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าผู้หญิงมากกว่า 50% เลือกซื้อสินค้าจากการการอ่านรีวิว

 

Platform ของเหล่า Beauty Blogger

ช่องทางหลักของเหล่า Beauty Blogger ยังเป็น YouTube และ Instagram ตามมาด้วย Facebook อย่างไรก็ตาม Twitter ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่ผู้ทำคอนเทนต์สายบิวตี้

สถิติช่วงที่คนมี Engagement มากที่สุด

นอกจากนี้ยังได้แบ่งปันข้อมูลสถิติจาก Buzzsumo แนะนำช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการโพสต์ ช่วงเวลาที่คนนิยมเข้ามามี Engagement มากที่สุดคือ 20.00-22.00 15.00-16.00 ซึ่งวิดีโอจะมี Engagement ช่วงพีคคือช่วงค่ำมากที่สุด

 

Beauty Influencer ทำอย่างไรให้เติบโตและเป็นอาชีพได้

Talk session ช่วงแรกเราได้พูดคุยกับ 2 สาว Beauty Influencer เอี๊กเอิ๊ก Erk-Erk และ ทิฟวธู Tyffvathu จุดเริ่มต้นในการทำงานสายบิวตี้ของเอิ๊กเอิ๊กเริ่มจากการเขียนคอนเทนต์บิวตี้เป็นงานอดิเรกตั้งแต่ยุคโซเชียลยังไม่เป็นที่นิยม เริ่มจากโพสต์ลงกระทู้ Pantip หรือลงใน Jeban

ส่วนทิฟเป็นบล็อกเกอร์ที่เริ่มทำเพจในยุคที่โซเชียลกำลังบูม เริ่มต้นด้วยการใช้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook และยังทำเว็บไซต์ของตนเองด้วย ทั้งสองคนมี passion อยากทำสิ่งที่ตนรักให้เป็นอาชีพได้ จึงตัดสินใจเริ่มทำบล็อกจริงจัง

 

คอนเทนต์ในแบบที่ถนัด

สปีคเกอร์สองคนทำคอนเทนต์ด้วยสไตล์ที่ต่างกัน ทิฟเป็นคนที่มี passion ในการถ่ายภาพ สนุกกับการถ่ายภาพสินค้า คอนเทนต์ของทิฟจึงมีรูปภาพสวยๆ น่าดู และได้เปิด Instagram แยกสำหรับลงรีวิวสินค้าโดยเฉพาะ โปรแกรมแต่งภาพที่ทิฟใช้บ่อยๆ คือ Lightroom, VSCO นอกจากนี้ วิดีโอก็เป็นอีกแนวทางที่ทิฟชอบเช่นกัน หลังๆ ทำ Vlog ซึ่งมีข้อดีคือทำให้คนรู้จักตัวตนที่แท้จริงโดยที่ไม่จัดฉาก ซึ่งวิดีโอของทิฟ ตัดต่อเองทั้งหมดโดยใช้ Final Cut Pro

 

ส่วนสไตล์การทำคอนเทนต์ของเอิ๊กเอิ๊กคือการเขียนลงรายละเอียด ที่มีงานวิจัยหรือข้อมูลที่น่าเชื่อถือมารองรับ รีวิวผลิตภัณฑ์ก็ต้องทดลองใช้จริงก่อน ตั้งแต่ 14 วันถึงปีๆ ลงข้อมูลแน่นมาก พยายามค้นข้อมูลด้วยการแทนตนเองเป็นผู้บริโภค สรุปให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย

คอนเทนต์หลายงานเป็น Vanilla content ที่ไม่มีวันตาย มีคนอ่านเรื่อยๆ เช่น วิธีรักษาสิว นอกจากนี้ การลงในเว็บไซต์ทำให้คนเสิร์ชเจอคอนเทนต์ของเอิ๊กได้อยู่บ่อยๆ มี SEO ที่ดีมาก

 

เทคนิคการรับงานของ Beauty Blogger มืออาชีพ

ทิฟมีเทคนิคคือ การพิจารณาว่าแบรนด์เหมาะกับเราหรือไม่ การกวาดรับทุกงานอาจทำให้หมดความน่าเชื่อถือ สิ่งสำคัญคือมองว่าแบรนด์เหมาะกับเราไหม เช่น หากไม่มีสิวก็ไม่ควรรีวิวสกินแคร์รักษาสิว

สำหรับเอิ๊กเอิ๊ก มีการสร้างเงื่อนไขให้กับแบรนด์ก่อน ถามแบรนด์ก่อนว่าต้องการ key message แบบไหน บอกกับทางแบรนด์ก่อนว่าหากจะเขียนข้อเสียจะเขียนเรื่องไหน และตกลงกันเรื่องระยะเวลางานให้ชัดเจน เพราะต้องใช้เวลาในการทดลองผลิตภัณฑ์ก่อน

 

คำแนะนำสำหรับคนที่อยากเป็น Beauty Blogger ในยุคนี้

Beauty Blogger ทั้งสองคนฝากถึงคนที่อยากทำคอนเทนต์สายบิวตี้ไว้ได้อย่างน่าสนใจ

1. หาสไตล์ของตนเอง

ให้หาจุดเด่นของตนเองว่าถนัดและชอบแบบไหน อย่าฝืนทำตามกระแส ถ้าชอบบิวตี้และการเที่ยว อาจจะทำคอนเทนต์สองแนวนี้ผสมๆ กัน เช่น แต่งหน้าไปทะเล แต่งหน้าไปคาเฟ่ หากหาจุดเด่นของเราเจอคนจะจำเราได้

2.พัฒนาความรู้และข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอ

ทุกวันนี้แหล่งข้อมูลข่าวสารเยอะมาก ควรค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางของสื่อ เช่น เทคนิคการเล่าช่วงเปิดวิดีโอ การใช้ Hashtag การทำภาพ cover การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง

3.เริ่มลงมือทำเลย

ความท้าทายอย่างหนึ่งในการเริ่มทำบล็อกคือการเริ่มลงมือทำ อยากให้คนที่สนใจทำลองทำไปเยอะๆ แล้วจะมองเห็นลู่ทางว่าควรไปต่ออย่างไร ตอนนี้มีพื้นที่ให้ลงคอนเทนต์เยอะมาก ควรทำให้คนอื่นเห็นงานเรา

การทำสื่อสายบิวตี้ท่ามกลางยุคของ Influencer

หลังจากที่ได้ฟังมุมมองของ Beauty Influencer กันไปแล้ว Talk session ช่วงที่ 2 เราได้มาฟังมุมมองจาก ป้าจีน และ ป้าเก่ง ผู้อยู่เบื้องหลัง Community ความสวยงามในไทยอย่าง Jeban.com

Beauty content ก่อนยุคโซเชียล และทิศทางในปัจจุบัน

ก่อนจะมาเป็น Jeban.com ป้าจีนเริ่มต้นจากการเป็นบล็อกเกอร์ก่อน แต่ค้นพบว่าไม่ใช่ตนเองจึงทำแพลตฟอร์มขึ้นมาเพื่อให้คนมาพูดคุยเรื่องความสวยความงามกัน Community นี้จึงเกิดขึ้น ในฐานะคนที่อยู่แวดวงบิวตี้มานาน ป้าจีนและป้าเก่งได้เล่าเกี่ยวกับคอนเทนต์ในยุคก่อนให้ฟังกัน

 

ก่อนที่โซเชียลจะบูม คอนเทนต์สายบิวตี้มีไม่มากนัก เพราะคนยังมองว่าการแต่งหน้าเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดีจึงเป็นคอนเทนต์จากกองบรรณาธิการ หรือผู้ผลิตสื่อ ผ่าน Traditional media มากกว่า ไม่ใช่งานจากคนทั่วไป คอนเทนต์ส่วนมากเป็นแนวการแต่งหน้าไปโอกาสพิเศษต่างๆ บล็อกเกอร์มีแต่ยังเป็นส่วนน้อย ต่างกับยุคนี้ที่มีพื้นที่ให้แสดงออกมากขึ้นเพราะแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ความแตกต่างกับปัจจุบันคือ เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น คอนเทนต์มีความ Real time มาก เรื่องความสวยงามเป็นเรื่องในชีวิตประจำวันมากขึ้น เมื่อจำนวนแพลตฟอร์มมีมากขึ้น แนวโน้มจึงไปในทางรีวิว

 

Jeban.com เป็นเหมือนพื้นที่แจ้งเกิดของเหล่าคนทำคอนเทนต์สายบิวตี้ ทาง Jeban เห็นคอนเทนต์ของ creator มาตั้งแต่ลงโพสต์แรกๆ จึงเห็นแนวทางที่จะพัฒนาต่อว่าควรไปในทิศทางไหน แนะนำ Influencer ให้กับแบรนด์ต่างๆ ลักษณะการร่วมงานกับ Influencer มีหลากหลาย เช่น การร่วมทำ Advotorial Campaign ด้วยกัน, การทำ research, collaboration project  ทาง Jeban ต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนผู้หญิงไทยให้มีความมั่นใจและรักตนเอง

 

ในส่วนการทำ research นั้น Jeban ได้มีการสำรวจ เก็บสถิติและนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาเหล่า creator และแพลตฟอร์มอยู่เสมอ หนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจคือ SPRINGme by Jeban พบว่าตลาดต้องการ Influencer ทุกเลเวล ทั้งผู้ติดตามหลักแสน, micro influencer หรือแม้แต่ nano influencer

 

อย่างไรก็ตาม ทาง Jeban เองก็พบปัญหาบ้างเช่นกัน แม้ในฝั่ง Influencer เองจะไม่มีปัญหามากนักเพราะต่างก็เข้าใจเงื่อนไขของแพลตฟอร์มอยู่แล้ว เช่น ไม่รับรีวิวที่ไม่ได้ใช้จริง แต่ด้วยสถานะที่ Jeban เป็น Media platform หนึ่ง จึงต้องดูแลเรื่องกฎหมายเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้ขัดต่อ พรบ.การโฆษณาเครื่องสำอาง

เช่น การเลือกใช้คำเพื่อไม่ให้พูดเกินจริง ใช้การสื่อสารด้วยการสร้าง perception มากกว่าที่จะบอกว่า ผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ขาว ก็ใช้คำว่า “แลดูกระจ่างใส” แทน

ทางด้านการดีลกับแบรนด์ มักจะมีแบรนด์ที่ไม่ต้องการให้พูดข้อเสีย สิ่งที่ป้าจีนและป้าเก่งแนะนำคือ การถามจุดประสงค์ของงานและการหาจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ เช่น overall อาจจะไม่ให้ 5 ดาว แต่ทางด้านการล้างออกง่ายอาจจะโดดเด่น การปรับวิธีการสื่อสารมีความสำคัญมาก

 

3 สิ่งที่คนทำคอนเทนต์สายบิวตี้ควรมี

สปีคเกอร์จาก Jeban ได้ให้คำแนะนำสำหรับคนที่อยากทำคอนเทนต์สายบิวตี้ไว้

1. จริงใจ

สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ความจริงใจต่อคนที่คิดตามเราและมั่นใจในสิ่งที่ตนเองคิด ตนเองทำ

2. ขยัน

เพราะเครื่องสำอางออกใหม่ทุกวัน ดังแค่ไหน ถ้าไม่ขยันอัปคนก็จะหาย

3. ไม่ต้องคิดว่าตนเองไม่สวย รักในความเป็นตนเอง

 ทุกคนมีความไม่สมบูรณ์ ต้องเป็นตัวของเราเอง อย่างใน Jeban ก็มีคอนเทนต์สาวอ้วนที่มีความมั่นใจ

 

ดูเหมือนว่าสิ่งหนึ่งที่สปีคเกอร์ของทั้งสอง session พูดเป็นเสียงเดียวกัน คือ การหาสไตล์ของตนเองและรักในความเป็นตนเอง เราเชื่อว่าหากคนที่สนใจทำคอนเทนต์สายบิวตี้เริ่มต้นด้วยสองสิ่งนี้ คุณจะมองเห็นลู่ทางในการพัฒนางานของตนเองอย่างแน่นอน

 

หลังจากจบการพูดคุยบนเวทีก็เป็นช่วง Networking ที่ผู้ร่วมงานสามารถทำความรู้จักและพูดคุยกันกับหลายๆ ท่านในวงการบิวตี้ ด้าน Guest speaker ทั้ง 4 ท่านก็ยังอยู่พูดคุยกับผู้ร่วมงานต่อยาวๆ เช่นกัน นัับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ร่วมงานจะได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่สนใจนอกเหนือจากเนื้อหาบนเวที วันนี้ผู้ร่วมงานคงจะได้รับแรงบันดาลใจในการทำคอนเทนต์ไปอย่างเต็มเปี่ยม