5 ข้อสรุปจากงาน Thailand Zocial Awards 2018 ที่คนทำคอนเทนต์ต้องรู้

Thailand Zocial Awards 2018 งานมอบรางวัลให้กับแบรนด์ที่โดดเด่นแต่ละสาขาบนโลกออนไลน์ นอกจากนี้ภายในงานก็จะมีหลากหลายเรื่องราวที่น่ารู้ ความเป็นไปของสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ พร้อมทั้งเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

โดยการจัดอันดับและข้อมูลต่างๆ จะรวบรวมมาจาก ZocialEye เครื่องมือวัดผล (Social Monitoring Tool) จาก Thoth Zocial เรียกว่าใครอยู่แวดวงดิจิทัล หรือกำลังทำธุรกิจที่ต้องพึ่งพา Social Media ห้ามพลาดแน่นอน

โดยเราได้รวม 5 เรื่องราวน่าสนใจสำหรับคนทำคอนเทนต์ไว้ดังนี้

 

1. สถิติบนโลก Social ในปีที่ผ่านมา

ในทุกปีของงาน Zocial Award ก็จะมีการอัพเดทสถิติบนโลก Social ที่ผ่านมา เพื่อที่เราจะได้นำตัวเลขไปใช้ในการวางแผนการทำงานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจมีดังนี้

 

  • คนไทยใช้ Facebook 49 ล้านคน ล้านคน มีอัตราเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4%
  • คนไทยใช้ Instagram 13.6 ล้านคนมี อัตราเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 24%
  • คนไทยใช้ Twitter 12 ล้านคนมี อัตราเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 33% ที่น่าสนใจคือตัวเลข Active User ของ Twitter คือ 5.7 ล้าน จากเดิมปีก่อน 3.1 ล้านคน

สังเกตได้ว่าแต่ละ Platform มีอัตราการเติบโตที่ช้าขึ้นเรื่อยๆ เทียบกับคนที่ต้องการลงโฆษณาที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนแย่งพื้นสื่อที่มีอัตราการเติบโตน้อย สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือราคาของโฆษณาจะแพงขึ้น

 

คนไทยใช้ Facebook เยอะที่สุดในช่วง 18.00-21.00 น. สำหรับวันอาทิตย์จะมีคนใช้น้อยที่สุด

 

คนไทยเล่น Twitter เยอะที่สุดในช่วง 21.00-22.00 น. ของทุกวัน

 

คนไทยใช้ Instagram มากที่สุดในช่วงเวลา 18.00-22.00 น. ในวันธรรมดา และ 10.00-22.00 น. ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

 

 

2. ตัวเลขที่น่าสนใจ เมื่อ Facebook ลด Reach

การที่ Facebook ประกาศว่าจะลด Reach ในแต่ละครั้ง ทำให้คนทำคอนเทนต์ต้องทราบว่ามีผลกระทบมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทาง Thoth Zocial ได้สรุปภาพรวมเอาไว้ดังนี้

  • ในปีที่ผ่านมา Brand โพสต์คอนเทนต์เพิ่มขึ้น 52%
  • ในปีที่ผ่านมา Engagement รวมกันทั้งหมดเพิ่มขึ้น 12%
  • ในปีที่ผ่านมา Engagement/Post ลดลง 27%

สังเกตได้ชัดเจนเลยว่า Engagement ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจนถึง 27% ดังนั้นถ้าเราต้องการ Engagement โดยรวมบนเพจให้อยู่เท่าเดิม เราต้องลงทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 27%

 

3.  Facebook Post รูปแบบไหนได้ผลมากที่สุด

จากตัวเลขในภาพคือ Engagement/Post ของ Post ในแต่ละรูปแบบ ซึ่งแน่นอนว่าอันดับหนึ่งเป็นรูปแบบ Video ด้วยการที่ Facebook พยายามดันตัวเองให้เป็น Video Platform มากขึ้น จึงพยายามส่ง Post ที่เป็นรูปแบบ Video ถึงผู้ใช้ให้มากที่สุด

จากตัวเลขเราจะเห็นว่า Engage ต่างกับอันดับสองที่เป็น Photo เกินเท่าตัวเลยทีเดียว

อีกปัจจัยหนึ่งคืออินเตอร์เน็ตบ้านเรามีความเร็วที่สูงขึ้น ในขณะที่ราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ ดังนั้นแล้ว การชมวิดีโอผ่านโทรศัพท์มือถือโดยที่ไม่ได้เชื่อมต่อ WiFi ไม่ได้เป็นความกังวลของผู้ใช้อีกต่อไปแล้ว

 

4. ถึงเวลาหรือยังที่ Brand ควร Focus บน Twitter

สำหรับคำถามยอดฮิตในช่วงปีที่ผ่านมา คือแบรนด์หรือคนทำคอนเทนต์เองนั้น ควรให้ความสนใจกับ Twitter มากน้อยแค่ไหน ลองมาดูอัตราการเติบโตการใช้งาน Twitter จากปีที่ผ่านมากันครับ

  • Active User เพิ่มขึ้น 83%
  • Total Branded Tweet เพิ่มขึ้น 124%
  • Total Branded Retweet เพิ่มขึ้น 101%

ข้อมูลชุดนี้สะท้อนให้เห็นว่านอกจาก Twitter จะมีผู้ใช้เพิ่มมากขึ้นแล้ว ตอนนี้หลายแบรนด์หันมาให้ความสนใจกับ Tweet กันมาก และมีคนแชร์ข่าวสารจากแบรนด์เพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว ซึ่งสวนทางกับ Social Media ตัวอื่นแบบสุดๆ

คุณ Chanachai Chaipanya ตำแหน่ง Business Development Lead ของ MediaDonuts ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเอาไว้ดังนี้

  • Twitter มีอัตราผู้ใช้เพิ่มขึ้นสูงที่สุดในบรรดา Social Network
  • Twitter มีผู้ใช้เติบโตเยอะทั้งโลก โดยที่ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในโลก
  • วัยรุ่นส่วนใหญ่มาเล่น Twitter เพราะรู้สึกมีความส่วนตัวสูงกว่า
  • กลุ่มของผู้มีชื่อเสียงมาเล่น Twitter เพื่อพูดคุยกับแฟนคลับ ทำให้บรรดาแฟนคลับเขยิบเข้ามาเล่น Twitter มากขึ้นเพื่อติดตามบุคคลที่ชื่นชอบ
  • สามารถลงโฆษณา ตำแหน่งอันดับหนึ่งของ Twitter ได้แล้ว นั่นคือ Promote Trend ในราคา 180,000 บาทต่อวัน

 

5. Tools ใหม่ที่น่าสนใจของแต่ละ Platform ในปี 2018

ภายในงานได้เชิญผู้บริหารของ Social Media Platform ทั้ง 5 ท่าน มาปล่อยของใหม่ที่กำลังจะมาในปี 2018 ซึ่งเป็นที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับคนทำคอนเทนต์และนักการตลาด

Pantip.com 

  • Brand Expert Account เป็น Account พิเศษของแบรนด์บน Pantip.com ที่มีความแตกต่างจากการตอบแบบ Customer Support แบบเดิม เน้นการตอบเชิงคุณภาพ แบรนด์สามารถเข้าไปให้ความรู้เพิ่มเติมได้ ซึ่งเป็นประโยชน์กับทั้งคนตั้งกระทู้และคนอ่าน

Twitter

  • Promote Trend เครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดของ Twitter จากเดิมที่แบรนด์อาจจะต้องมานั่งปั่น Hashtag เพื่อให้ติดเทรนด์ ในปีนี้แบรนด์สามารถซื้อตำแหน่งที่ดีที่สุดของ Twitter ได้แล้ว ซึ่ง Twitter จะให้ซื้อได้วันละ 1 แบรนด์เท่านั้น
  • วิธีการ Targeting ที่แตกต่าง โดย Twitter จะไม่ได้ Target ที่ Demographic แต่จะไป Target ที่ Interest ของผู้ใช้ และ Account ของแต่ละคนได้ รวมไปถึง Keyword Targeting ที่สามารถไป Target บน Keyword ที่ต้องการได้ เช่น ยิงโฆษณาร้านอาหารไปที่คน Tweet ว่ากำลังหิว หรือ ยิงโฆษณาครีมกันแดดไปที่คนที่กำลัจะไปหัวหิน เป็นต้น

LINE

  • LINE จะไปในทางของ Data Management Solution เพิ่มประสิทธิภาพของ Business Connect แบรนด์สามารถเก็บข้อมูล Conversation ของลูกค้า เชื่อมต่อกับ CRM หลังบ้านได้ เช่น เมื่อรู้ว่า Retail เจ้านี้ซื้อสินค้าไป ก็สามารถยิงโปรโมชันเพิ่มเติมได้
  • Pantip Branded Content เป็นกระทู้ที่แบรนด์ออกมาพูดให้ข้อมูลตรงๆ โดย Pantip เชื่อว่าคอนเทนต์ที่ดีของแบรนด์ และมีการเปิดเผย โปร่งใส เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยมีตำแหน่งพิเศษบนเว็บไซต์ให้

Youtube

  • เก็บและวิเคราห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลด้วย AI ที่เป็น Machine Learning เป็นการเลือกความสนใจของคนที่เจาะได้ละเอียดมาก สามารถเลือก Target แบบกว้างได้ แต่ได้ผลมาก เป็นเครื่องมือที่อยู่บน Youtube อย่างเช่น Life Event สามารถดูได้ว่าคนกำลังสนใจอะไร กำลังทำอะไร, In-Market Audiences คนกำลังจะซื้ออะไรอยู่ เป็นต้น

Facebook/Instagram

  • Instagram Story Ad การโฆษณาบน Instagram Story ที่มีผู้จำนวนผู้ใช้งานเยอะ และมีคนเห็นเยอะ นอกจากนี้ยังสามารถใส่ความ Creative เข้าไปได้
  • Messenger Ad โฆษณาที่แสดงบน Contact List และใน Chat รวมไปถึง Chat Bot ที่ทาง Facebook ปล่อย API ให้ Developer นำไปใช้งานต่างๆ ได้ในลักษณะ Interaction อย่างเช่น Customer Service, เกมสนุกๆ เป็นต้น