NewsSocialTwitter

Nutn0n November 6, 2018

Twitter ทดสอบฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะให้เรียงตามเวลาหรือตามความนิยม

เนื่องจาก Twitter ถูกออกแบบมาให้เป็น Social Network ที่มีความรวดเร็วในเรื่องของเวลาและถูกนิยามให้เป็นกระจกสะท้อนปรากฏการณ์ต่าง ๆ บนโลกออฟไลน์ให้ขึ้นมาอยู่บนโลกออนไลน์ เราจะคุ้นชินกันดีว่าเวลาเกิดเหตุการณ์อะไรให้เข้ามาติดตาม Twitter แล้วเราจะได้เห็นพลังและความ Realtime ของมัน สิ่งนี้แตกต่างจาก Facebook ที่มีอัลกอริทึมแตกต่างออกไปแล้วนำโพสต์ที่ได้รับความนิยม (Popular) ขึ้นมาแสดงก่อน

แต่ภายหลัง Twitter ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนอัลกอริทึมเล็กน้อย เริ่มมีการนำโพสต์ที่ได้รับความนิยมขึ้นมาแสดง และไม่ได้เรียงตามเวลาแบบเดิม ซึ่งแน่นอนว่าผู้ใช้งานก็ไม่เห็นด้วย เนื่องจากต้องการให้ Twitter เป็นตัวแทนของความ Realtime อยู่ ซึ่งดูเหมือนว่า Twitter ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในส่วนนี้และออกวิธีการแก้ปัญหาออกมา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างทดสอบ

ทดสอบให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะดูแบบ Realtime หรือ Popular

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Twitter ได้ออกมาประกาศผ่านบัญชีอย่างเป็นทางการได้ว่า ได้เริ่มการทดสอบให้ผู้ใช้บางส่วนบน iOS สามารถปรับการแสดงผลของ Feed ได้ว่าจะให้แสดงแบบ Realtime หรือแสดงตาม Popular

ซึ่งถ้าดูจากวิดีโอที่ Twitter แสดงให้ดูนั้นจะเห็นว่าด้านบนของหน้า Home หรือ News Feed ของเราจะมีสัญลักษณ์รูปดาวเพื่อให้เลือกสลับไปมาระหว่าง Latest Tweets และ Top Tweets

สำหรับข้อแตกต่างง่าย ๆ ระหว่าง 2 แบบก็คือ Lastest Tweets จะเป็นการแสดง Tweet ที่มาก่อนอยู่ด้านบน และจะไม่ถูกนำมาแสดงอีกนอกจากจะถูก Retweet โดย Follower ส่วนแบบ Top Tweets คือเรามีโอกาสที่จะได้เห็น Tweet นั้น ๆ ที่ได้รับความนิยม ขึ้นมาอยู่ด้านบนแม้ว่าจะไม่มีใครที่เป็น Follower ของเรา Retweet เพื่อชุบชีวิตมันขึ้นมานั่นเอง (แต่ Tweet ที่เราเห็นก็ยังจะต้องมาจาก Follower หรือ Retweet ของ Follower อยู่ดี)

สำหรับการทดสอบเพิ่มฟีเจอร์นี้ก็เป็นหนึ่งในแผนการของ Twitter ที่ต้องการให้คนหันมาเล่น Twitter มากขึ้น ไม่ใช่แค่กด Retweet แต่เข้ามา Join ในบทสนทนาต่าง ๆ ซึ่ง Twitter ได้กำลังทดสอบ ฟีเจอร์ “สถานะ” โสด, หิว, เบื่อ ออนไลน์ ออฟไลน์ ไม่อยู่ หรือการเพิ่ม Live Broadcasts นำประเด็นที่กำลังเกิดขึ้นสด ๆ มาแสดงบน Timeline

ถ้าเทียบกับ Social Network อื่น ๆ แล้ว Twitter ณ ตอนนี้น่าจะดูมีความเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด และไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่เหมือนกับ Instagram และ Facebook ที่เปลี่ยนกันจนแทบจำไม่ได้แบบทิ้งความเป็นตัวเองเลย แต่ Twitter ก็ยังพยายามที่จะคงความเป็น “What’s happeining” อยู่ และไม่เปลี่ยนนับตั้งแต่มันถูกก่อตั้งขึ้นมา