JournalismSocialTips

Avatar

Nutn0n October 21, 2019

รู้จักกับ Call-to-action บอกให้คนทำอะไร สิ่งสำคัญที่ต้องมีในทุก Content

เวลาที่เราดูคลิปบน YouTube สิ่งที่เราจะเจอแน่ ๆ ก็คือตอนท้ายคลิปจะมีการบอกว่า อย่าลืมกดติดตาม กดไลค์ กด Subscribe หรือให้กดรับ Notification ด้วย ซึ่งเราอาจจะได้ยินกันจนเป็น Standard ของการทำ YouTube ไปแล้ว และวัตถุประสงค์ของมันค่อนข้างชัดเจนก็คือให้คนกดติดตาม จะได้มีคนดูเยอะ ๆ แต่จริง ๆ แล้วแนวคิดแบบนี้นั้นเรียกว่า Call-to-action และไม่ได้นำมาใช้ได้แค่เพียงคลิปบน YouTube เท่านั้น จริง ๆ แล้ว แนวคิด Call-to-action สามารถนำมาใช้ได้กับทุกการทำคอนเทนต์ในทุกรูปแบบถ้าหากเราเข้าใจวัตถุประสงค์ของมันจริง ๆ

สำหรับแนวคิดเรื่อง Call-to-action นั้น จริง ๆ แล้วก็คือการบอกให้คนดูทำอะไรบางอย่าง ซึ่งมาจากวัตถุประสงค์ที่เราตั้งไว้ ซึ่งเราบอกไปแล้วว่าการทำคอนเทนต์ที่ดีต้องมีวัตถุประสงค์ เช่น ต้องการบอกให้คนรู้อะไร, ต้องการให้คนทำหรือไม่ทำอะไร, ต้องการให้คนไปซื้อของ, ต้องการให้คนไปทดลองใช้สินค้า แต่เบสิกเลยก็คือ เราต้องการให้คนมาเป็นผู้ติดตามของเราเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำวัตถุประสงค์เหล่านั้นให้บรรลุ (พอคนมาเป็น audience ในมือของเราแล้วทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น)

ดังนั้นไอเดียของ call-to-action จริง ๆ แล้วคือการบอกให้ทำหลังจากดู อ่าน หรือชมคอนเทนต์ของเราจบไม่ใช่แค่ดูจบแล้วก็คือดูจบไป ซึ่งเราสามารถบอกได้ทั้งสิ่งที่เป็นเรื่องเล็ก ๆ (อย่างการกด Like) ไปจนถึงการชักชวนให้คนดูมาร่วมเปลี่ยนแปลงสังคมหรือช่วยกันส่งต่อ Message นี้

ตัวอย่างเช่น

  • เรากำลังทำคลิปให้ความรู้เรื่อง Fake News ดังนั้น Call-to-action ของเรา อาจจะเป็นการบอกว่า “ให้ทุกคนช่วยกันแชร์คลิปนี้ไปในกลุ่ม LINE ของครอบครัว” หรือ “ช่วยกันเป็นหูเป็นตาและการเฝ้าระวัง Fake News เป็นหน้าที่ของทุกคน”
  • ถ้าเรากำลังทำคลิป Advertorial ให้ลูกค้า แล้วโจทย์ของลูกค้าคือการให้คนดูมาลองใช้บริการสินค้า เราก็บอก call-to-action ไปว่า “ให้ไปลองใช้สินค้านี้ได้ ไม่ต้องกลัว ลองใช้ฟรี ไปสมัครเลย ที่…”
  • ถ้าอยากกระตุ้น Engagment ก็อาจจะใช้ Call-to-action เชิงคำถามเช่น “ดูคลิปแล้วชอบ iPhone สีไหนลองคอมเม้นกันเข้ามาได้”
  • หรือเอาแบบง่าย ๆ เลยถ้าเรากำลังให้ความรู้อะไรบางอย่างอยู่ แล้วมันดูเยอะมาก ยากมาก เราอิาจจะมี call-to-action ว่า “ถ้าจำอะไรที่พูดมาไม่ได้เลย อยากให้จำแค่ว่า …”

แนวคิดนี้ถ้าเอามาใช้ร่วมกับ ทำคอนเทนต์ให้มีคุณค่า ดูฉลาด และ มีประโยชน์จริง ๆ ตามทฤษฎีการเรียนรู้ของ Bloom จะทำให้เราผสมผสานระหว่างทำคอนเทนต์เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ กับ ทำคอนเทนต์ให้คน “บรรลุ” ถึงขั้นที่เราตั้งเป้าหมายไว้

ดังนั้นเวลาที่เราทำคอนเทนต์ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตาม สเตตัส, บทความ, ภาพ, วิดีโอ เราสามารถแทรก call-to-action ไปได้ เพียงแค่บอกว่า เราอยากให้คนดู คนอ่าน ทำอะไร อาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ อย่างแค่ให้มาติดตาม หรือทำเรื่องใหญ่ ๆ (ที่อาจจะไม่ได้ทำในทันที แต่ถ้าพูดกรอกหูไปเรื่อย ๆ ก็จะช่วยได้เยอะ)

เรียบเรียงโดย ทีมงาน RAiNMAKER