
เมื่อ AI ทำคลิปปลอมหน้าเริ่มสมจริงขึ้นทุกวัน ทำให้ YouTube ใช้มาตรการด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่เปิดฟีเจอร์ใหม่ที่สามารถสแกนและตรวจจับ Deepfake อัตโนมัติ หากมีใครใช้ AI ปลอมใบหน้าของเราในวิดีโอบนแพลตฟอร์ม ระบบจะส่งแจ้งเตือนทันที พร้อมเปิดทางให้เจ้าของใบหน้าสามารถยื่นลบคอนเทนต์เหล่านั้นได้โดยตรง ถือเป็นก้าวสำคัญของ YouTube ในยุคที่ AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสร้างคอนเทนต์ แต่เริ่มกลายเป็นความเสี่ยงด้านตัวตนบนโลกออนไลน์
โดยก่อนหน้านี้ฟีเจอร์ดังกล่าวเริ่มทดสอบมาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2025 แต่เปิดใช้งานเฉพาะกลุ่มครีเอเตอร์ คนดัง และนักการเมืองบางส่วนเท่านั้น แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านนั้น YouTube เริ่มทยอยเปิดให้ผู้ใช้อายุ 18 ปีขึ้นไปสามารถใช้งานได้แล้วผ่าน YouTube Studio
วิธีการใช้งานคือ ผู้ใช้ต้องเข้าไปสแกนใบหน้าของตัวเองจากหลายมุม เพื่อให้ระบบสร้างข้อมูลอ้างอิงสำหรับตรวจจับ Deepfake ในอนาคต หลังจากนั้น AI ของ YouTube จะคอยตรวจสอบวิดีโอที่ถูกอัปโหลดบนแพลตฟอร์ม หากพบว่ามีคอนเทนต์ที่ใช้ใบหน้าของผู้ใช้งานในลักษณะจำลองหรือปลอมแปลง ระบบจะส่งแจ้งเตือนให้เจ้าของบัญชีทราบทันที
สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในฟีเจอร์ใหม่ของ YouTube
- เปิดระบบ Likeness Detection สำหรับตรวจจับ Deepfake บนแพลตฟอร์ม
- ให้ผู้ใช้สแกนใบหน้าตัวเองเพื่อสร้าง Face Reference สำหรับ AI
- ระบบตรวจสอบวิดีโออัตโนมัติ หากพบการปลอมใบหน้าจะส่งแจ้งเตือนทันที
- สามารถส่งคำร้องให้ YouTube ลบคลิปที่ใช้ใบหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตได้โดยตรง
- เริ่มเปิดให้ผู้ใช้อายุ 18 ปีขึ้นไปใช้งานผ่าน YouTube Studio
- จากเดิมที่เปิดเฉพาะกลุ่มครีเอเตอร์และบุคคลสาธารณะบางส่วน
อีกจุดที่น่าสนใจคือ YouTube เริ่มขยับจากการเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอ ไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่จริงจังกับ ‘AI Safety’ มากขึ้น เพราะในช่วงที่ผ่านมา ปัญหาคลิปปลอม การสวมใบหน้า หรือการนำภาพบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เริ่มเกิดขึ้นถี่ขึ้นตามความสามารถของ Generative AI ที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว
ท้ายที่สุดแล้วการมาของฟีเจอร์ Likeness Detection ไม่ได้สะท้อนแค่การอัปเดตเครื่องมือใหม่ของ YouTube แต่ยังชี้ให้เห็นว่าการยืนยันตัวตน และการปกป้องใบหน้ากำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของโลกคอนเทนต์ยุค AI มากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเมื่อเทคโนโลยีสร้างภาพและวิดีโอปลอมทำได้ง่ายขึ้น แพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็จำเป็นต้องเร่งสร้างระบบป้องกัน เพื่อให้ทั้งครีเอเตอร์ คนดัง และผู้ใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยมากกว่าเดิมนั่นเอง
