
YouTube เริ่มเปิดให้ผู้ชมสามารถทดลองสมัครเป็นสมาชิกช่อง (Channel Membership) ได้ฟรีเป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งเป็นการเปิดให้ผู้ชมจะสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ครีเอเตอร์เตรียมไว้สำหรับสมาชิก เพื่อทดลองใช้งานก่อนตัดสินใจสมัครต่อ
โดยข้อมูลการอัปเดตฟีเจอร์ดังกล่าวถูกเผยแพร่โดย Mario Joos ผู้ทำงานด้าน Retention และกลยุทธ์สำหรับครีเอเตอร์ ที่ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามรวมมากกว่า 100 ล้าน Subscriber ไม่ว่าจะเป็น MrBeast, Stokes Twins และ Alan’s Universe
และจากข้อมูลที่ vidIQ ได้แชร์ ว่าผู้ชมที่เข้าเกณฑ์จะได้รับข้อเสนอให้ทดลองสมัคร Membership ฟรีเป็นเวลา 1 เดือนโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของสมาชิกได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการในช่วงทดลอง
ที่ทางด้าน YouTube ก็มีการอัปเดตรายละเอียดของฟีเจอร์ Channel Membership Trials เช่นกัน โดยผู้ชมที่มีสิทธิ์จะสามารถทดลองเป็นสมาชิกช่องได้ฟรี 1 เดือน และแต่ละบัญชีสามารถใช้สิทธิ์ทดลองได้ 1 ครั้งเท่านั้น ครอบคลุมทุกครีเอเตอร์บน YouTube ขณะที่ระบบจะเสนอสิทธิ์ทดลองให้กับผู้ชมที่เข้าเกณฑ์โดยอัตโนมัติ
ทำให้ในส่วนของครีเอเตอร์ YouTube เองก็ได้เปิดให้เลือกไม่เข้าร่วมการทดลองได้ผ่านแท็บ Memberships ใน YouTube Studio ขณะที่สิทธิประโยชน์ที่นำมาใช้ในช่วงทดลองจะเป็นสิทธิประโยชน์เดียวกับที่ครีเอเตอร์กำหนดไว้สำหรับสมาชิก ไม่ว่าจะเป็น คอนเทนต์เฉพาะสมาชิก ไลฟ์สำหรับสมาชิก โพสต์เฉพาะสมาชิก หรือการเปิดให้สมาชิกเข้าถึงวิดีโอก่อนผู้ชมทั่วไป
อย่างไรก็ตามครีเอเตอร์จะไม่ได้รับรายได้จาก Membership ในช่วงทดลองใช้ฟรี ซึ่งทำให้สิ่งที่ต้องจับตาคือหลังจากผู้ชมได้ทดลองใช้งานและเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แล้ว จะมีจำนวนเท่าไรที่ตัดสินใจสมัครสมาชิกต่อแบบเสียเงิน และสำหรับครีเอเตอร์ที่ไม่ต้องการเปิดให้ผู้ชมทดลอง Membership สามารถเลือก Opt out ได้ผ่านเมนู Earn และ Memberships ใน YouTube Studio
ซึ่งนอกจากข้อมูลเกี่ยวกับฟีเจอร์แล้ว Mario Joos ยังแชร์ข้อสังเกตจากประสบการณ์ของตัวเองเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจส่งผลต่อจำนวนสมาชิกของแต่ละช่อง โดยย้ำว่าข้อมูลส่วนนี้ไม่ใช่ข้อมูลที่ YouTube ยืนยัน แต่เป็นมุมมองจากประสบการณ์ในการทำงานกับครีเอเตอร์
- ความสัมพันธ์ระหว่างครีเอเตอร์กับผู้ชม: ที่ในมุมมองของ Mario Joos ได้มองว่า Parasocial Relationship หรือความรู้สึกผูกพันระหว่างผู้ชมกับครีเอเตอร์ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลมาก โดยเฉพาะช่องที่ไม่ได้มีสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เป็นจุดขายหลัก
- ประเภทของคอนเทนต์: ครีเอเตอร์ที่ทำคอนเทนต์ซึ่งสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่น หรือให้ข้อมูลที่มีประโยชน์และนำไปใช้ได้จริงอย่างสม่ำเสมอ อาจมีโอกาสได้รับ Membership มากขึ้น
- สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก: การมีสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น คอนเทนต์ Behind-the-scenes หรือเนื้อหาที่ผู้ชมทั่วไปเข้าถึงไม่ได้ อาจช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ชมตัดสินใจสมัคร Membership
- อายุเฉลี่ยของผู้ชม: อีกข้อสังเกตคือ ช่องที่มีผู้ชมอายุมากกว่าอาจมีแนวโน้มสร้างสมาชิกได้ง่ายกว่า โดย Mario Joos ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับกำลังในการใช้จ่ายของผู้ชม
ทั้งนี้จากข้อมูลทั้ง 4 ปัจจัยเป็นเพียงข้อสังเกตจาก Mario Joos ไม่ใช่ข้อมูลที่ YouTube ยืนยัน จึงต้องติดตามผลหลังฟีเจอร์เริ่มถูกใช้งานว่า การเปิดให้ทดลอง Membership ฟรี 1 เดือนจะส่งผลต่อจำนวนสมาชิกแบบเสียเงินมากน้อยแค่ไหน
สำหรับครีเอเตอร์ประเด็นที่น่าจับตาจึงไม่ได้มีเพียงการดึงผู้ชมให้เข้ามาทดลองสมัคร แต่ยังรวมถึงการทำให้ผู้ชม เห็นคุณค่าของ Membership มากพอที่จะเปลี่ยนจากการทดลองฟรีมาเป็นสมาชิกแบบเสียเงินหลังครบ 1 เดือน โดยเฉพาะการออกแบบสิทธิประโยชน์ที่สามารถสร้างเหตุผลให้ผู้ชมอยากอยู่ต่อในระยะยาว
ที่มา: https://x.com/MarioJoos/status/2102400258433012186?s=20
