
Week 6: Winner Announcement iCreator Camp Gen 3 Presented by Sony! Session: Scaleing Your Hustle เบื้องหลังสู่ตัวตนที่คนรัก โดย คุณตังค์ มรรคพร ขัตติยะทองคำ จาก Tang Makkaporn
จากคนที่เรียนจบมาไม่ตรงสายสู่การเป็นครีเอเตอร์สายความรู้ที่มีผู้ติดตามจำนวนมากบนโลกออนไลน์ นี่คือเส้นทางของ มรรคพร ขัตติยะทองคำ หรือ ‘หมอตังค์’ เจ้าของช่อง Tang Makkaporn และเข้าของรายการ Podcast ที่ใคร ๆ ต่างต้องเคยได้ฟังอย่าง ‘เวรชันสูตร’ ที่มาแบ่งปันแนวคิดในหัวข้อ ‘Scaling Your Hustle: เบื้องหลังสู่ตัวตนที่คนรัก’
โดยหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือการชวนทุกคนเปลี่ยนมุมมองจาก ‘Scaling Your Passion’ มาเป็น ‘Scaling Your Hustle’ เพราะในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสทำตาม Passion ตั้งแต่วันแรก แต่ทุกคนสามารถเริ่มต้นจากความกระเสือกกระสนหรือความพยายามที่จะเดินหน้าต่อได้เสมอ
“บางครั้งเราไม่สามารถรอวันที่พร้อม หรือรอวันที่จะเจอ Passion ได้ แต่เราสามารถเริ่มต้นจากการลงมือทำก่อน”
The 3C Framework for Content Strategy

หนึ่งใน Framework สำคัญที่หมอตังค์ใช้ในการสร้างคอนเทนต์ คือแนวคิด 3C Framework ประกอบด้วย
Create : สร้างคอนเทนต์ที่มีตัวตน
การเป็นครีเอเตอร์ไม่ได้เริ่มจากการทำทุกอย่าง แต่เริ่มจากการสร้างจุดยืนที่ชัดเจน
• Niche = Rich
- เริ่มจากการหากลุ่มเป้าหมายเฉพาะทางก่อน
- สร้างฐานแฟนคลับกลุ่มเล็กที่แข็งแรง
- เมื่อมีฐานคนดูแล้วค่อยต่อยอดไปสู่คอนเทนต์รูปแบบอื่น
• Analyze & Adapt
- วิเคราะห์ผลงานของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ
- กล้าปรับเปลี่ยนเมื่อเห็นสิ่งที่ควรพัฒนา
- ไม่ยึดติดกับวิธีเดิม ๆ
• Steal Like an Artist
- เรียนรู้จากผลงานของคนอื่น
- นำมาปรับใช้ในแบบของตัวเอง
- ไม่ใช่การ Copy แต่คือการต่อยอดความคิด
• Depth & Width
- ทำคอนเทนต์ที่ลึกพอจะมีคุณค่าแม้มีคนดูเพียงคนเดียว
- แต่กว้างพอที่จะเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ได้เช่นกัน
- คุณภาพและการเติบโตต้องเดินไปพร้อมกัน
• Be Unpredictable
- อย่าทำให้คนดูเดาทางได้ทุกครั้ง
- สร้างความตื่นเต้นและความแปลกใหม่อยู่เสมอ
• Input Determines Output
- สิ่งที่เราเสพคือสิ่งที่หล่อหลอมตัวตน
- หากอยากทำคอนเทนต์ระยะยาว ควรเริ่มจากสิ่งที่เราชอบจริง
- เมื่อมีความรู้ลึกในเรื่องนั้น ผู้ชมจะสัมผัสได้ถึงความจริงใจ
Curate : รวบรวมข้อมูลอย่างมีคุณภาพ
การ Curate คือการรวบรวมข้อมูลที่มีประโยชน์มานำเสนอให้ผู้ชมเข้าใจง่ายขึ้น แต่ข้อจำกัดของการเป็น Curator คือ
- มีโอกาสสร้างตัวตนได้ยากกว่า
- เนื้อหาอาจพึ่งพาแหล่งข้อมูลภายนอกมากเกินไป
- เป็นนักรวบรวมมากกว่านักสร้าง
เครื่องมือสำคัญของการ Curate ได้แก่
- Narrate : เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย
- Translate : แปลข้อมูลยากให้เข้าถึงง่าย
- Slide Show Thinking : คิดแบบนำเสนอทีละสไลด์ เพื่อให้คนดูตามทัน
Collaborate : เติบโตผ่านการร่วมมือ
การ Collaboration ไม่ได้หมายถึงการร่วมงานกับคนดังเสมอไป ซึ่งในกรณีนี้หมอตังค์มองว่า Collaboration สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น
• Place
- สถานที่ใหม่ ๆ
- โลเคชันที่ช่วยสร้างเรื่องราว
• Thing
- วัตถุ สิ่งของ หรืออุปกรณ์
- เครื่องมือที่ช่วยเพิ่มมิติให้คอนเทนต์
• Person
- บุคคลอื่นที่มีมุมมองแตกต่าง
- ผู้เชี่ยวชาญในสายงานต่าง ๆ
แต่ก่อนจะ Collaborate ได้อย่างมีคุณภาพ ครีเอเตอร์ต้องมีข้อมูลและตัวตนที่ชัดเจนก่อนเสมอ
From Hustle to First Mover
จุดเปลี่ยนสำคัญของหมอตังค์เกิดขึ้นเมื่อกลับมาถามตัวเองว่า “จริง ๆ แล้วเราอยากเป็นอะไร” ดังนั้นคำตอบที่ได้คือ การกลับมาเป็นคนหน้ากล้องอย่างเต็มตัว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่หมอตังค์นั้นเลือกใช้ชื่อตัวเองเป็นชื่อช่อง เพราะเชื่อว่านี่คือการสร้าง Personal Branding ที่แข็งแรงที่สุด เพราะหมอตังค์เชื่อว่า
- ไม่มีใครจำเป็นต้องพร้อมก่อนเริ่ม
- ไม่มีใครต้องสมบูรณ์แบบก่อนลงมือ
- เส้นทางต่างหากที่จะค่อย ๆ หล่อหลอมเรา
เนื่องจากเราสามารถที่จะใช้ทุก Feedback และทุก Comment เป็นกระจกสะท้อนตัวเองอยู่เสมอ เพื่อพัฒนางานให้ดีขึ้นในทุกวันนั่นเอง
สิ่งสำคัญที่สุดของการเป็นครีเอเตอร์ คือ ‘ตัวตน’

หมอตังค์ย้ำว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างคอนเทนต์ไม่ใช่อัลกอริทึม แต่คือตัวตน เพราะไม่มีความสำเร็จใดได้มาฟรี ทุกคนต้องยอมแลกอะไรบางอย่างเพื่อให้ได้บางสิ่งกลับมา หากใช้เพียง Passion อย่างเดียว วันหนึ่งอาจหมดไฟได้ แต่เมื่อใช้ Hustle หรือความพยายามเป็นเชื้อเพลิง เราจะค่อย ๆ พบทางลัด วิธีการ และโอกาสใหม่ ๆ ที่เข้ามาระหว่างทาง
“ความสม่ำเสมอและความกระเสือกกระสน สำคัญกว่าการพยายามค้นหาตัวตนเสียอีก”
อะไรทำให้ “เวรชันสูตร” แตกต่าง?
หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่หมอตังค์ค้นพบคือ คนดูชอบเรื่องยากที่ถูกเล่าให้ง่าย ดังนั้น การทำคอนเทนต์จึงไม่ใช่แค่การนำข้อมูลมาใส่ทั้งหมด แต่คือการเลือกวิธีเล่าให้เหมาะกับผู้ชมไม่มุมของ
- เข้าใจว่าคนดูต้องการอะไร
- ปรับรูปแบบการสื่อสารให้เข้าถึงง่าย
- รักษาคุณค่าของเนื้อหาเอาไว้
Behind The Scene : ลงทุนกับสิ่งที่สำคัญก่อน
สำหรับคนที่กำลังเริ่มต้น หมอตังค์แนะนำว่าอย่าเพิ่งลงทุนทุกอย่างพร้อมกันให้เริ่มจากการถามตัวเองว่า “ช่องของเราควรลงทุนกับอะไรก่อน”
ตัวอย่างของหมอตังค์คือ
- ซื้อไมโครโฟนที่ดี
- พัฒนาสู่กล้อง
- เพิ่มระบบไฟ
- ค่อยขยายสู่อุปกรณ์อื่น ๆ
การเติบโตควรเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และสอดคล้องกับทิศทางของช่อง
Hustle Ecosystem to Community
เมื่อช่องเติบโตขึ้น หมอตังค์เริ่มตั้งคำถามว่า “ทำไมคนยังรู้จักเราไม่มากพอ” คำตอบคือการขยายจักรวาลคอนเทนต์ไปสู่ Short-form Contentโดยไม่ได้ตัดคลิปเดิมมาลงซ้ำ แต่คิดใหม่ ทำใหม่ และสร้างประสบการณ์ใหม่สำหรับผู้ชมแต่ละแพลตฟอร์ม
ตัวอย่างเช่น
- YouTube มีรูปแบบหนึ่ง
- TikTok มีอีกภาษาหนึ่ง
เพราะผู้ชมในแต่ละแพลตฟอร์มมีพฤติกรรมแตกต่างกัน การก้าวสู่ Multiverse ของคอนเทนต์จึงไม่ใช่การทำซ้ำ แต่คือการมองหามุมใหม่ ๆ ของตัวเองอยู่ตลอดเวลา
กล้าเสี่ยง เพื่อค้นพบโอกาสใหม่
หมอตังค์ยกแนวคิดจากงานวิจัยด้านนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งพบว่าคนเหล่านี้มักเป็นคนที่กล้าลองสิ่งใหม่จึงนำมาปรับใช้กับการทำคอนเทนต์ว่า
“ถ้าเสี่ยงแล้วพลาด ก็เอามาปรับปรุง แต่ถ้าปัง ก็เอาไปต่อยอด”
ดังนั้นครีเอเตอร์ไม่ควรกลัวการทดลอง เพราะทุกการทดลองล้วนสร้างบทเรียนให้เราเสมอ
Beyond Passion : ต่อยอดตัวตนให้อยู่ได้ทุก Format

เมื่อฐานผู้ชมเติบโตขึ้น หมอตังค์เริ่มขยายตัวตนออกไปในหลายรูปแบบ
- Podcast
เปิดพื้นที่พูดคุยกับเพื่อนร่วมวงการ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้ชม
- Channasoot Publishing
ต่อยอดสู่การทำหนังสือ เพราะครีเอเตอร์มีพื้นที่พบปะแฟนคลับน้อยกว่าศิลปินหรือนักร้อง หนังสือจึงกลายเป็นตัวกลางที่ช่วยเชื่อมต่อกับผู้ติดตามได้มากขึ้น ผ่านงานหนังสือและกิจกรรมต่าง ๆ
- ชันสูตร On Stage
สร้างประสบการณ์แบบ Exclusive ผ่านกิจกรรมออฟไลน์โดยใช้แนวคิด Unpredictable ทำให้ผู้ชมคาดเดาไม่ได้ว่าครั้งต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น
Message from Tang
ช่วงท้ายของเซสชัน หมอตังค์ฝากข้อคิดสำคัญถึงครีเอเตอร์ทุกคนว่า
“ชีวิตเหมือนการวิ่งมาราธอน สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าเราจะวิ่งได้ไกลแค่ไหน แต่คือเราจะวิ่งได้นานแค่ไหน”
การสร้างคอนเทนต์จึงไม่ใช่การแข่งขันระยะสั้น แต่เป็นการเดินทางระยะยาว ที่ต้องอาศัยทั้งความสม่ำเสมอ การเรียนรู้ และการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาและหากมีสิ่งหนึ่งที่เขาอยากฝากไว้มากที่สุด ก็คือ
“ถ้าเชื่อว่าตัวเองมีของ จงลงมือทำ และทำอย่างสม่ำเสมอ”
เพราะผลลัพธ์ที่คาดหวังอาจไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง แต่อาจซ่อนอยู่ในทุกก้าวที่เราเดินอยู่บนเส้นทางนั้นแล้วก็ได้
รายละเอียดแคมป์
- ระยะเวลาแคมป์: 25 เม.ย. – 30 พ.ค. 69 (เรียนทุกวันเสาร์ตลอด 6 สัปดาห์)
- เวลาเรียน: 09.30 – 17.30 น. (ลงทะเบียนเรียน 09.00 น.)
- สถานที่: คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ
