
ล่าสุด TikTok ได้ออกกฎใหม่ที่เขย่าวงการครีเอเตอร์สาย Live และแบรนด์สินค้า ด้วยการสั่งแบน! การใช้เสียงที่สร้างจาก AI ในการ Live สดแบบเด็ดขาด ด้วยการห้ามใช้การสื่อสารที่ไม่ได้เกิดแบบเรียลไทม์ ทั้งเสียงจาก AI และการอัด Live สดไว้ล่วงหน้าแทนการพูดสดนั่นเอง
โดยภายใต้กฎการ Live สดใหม่ที่ทาง TikTok ได้อัปเดตขึ้นมาในหมวด ‘เนื้อหาที่ห้ามทำ’ ที่มีการระบุว่าผู้ Live ต้องมีการ Interact กับผู้ชมแบบเรียลไทม์ด้วยน้ำเสียงหรือท่าทางที่มีความเหมาะสมกับผู้ชมทุกกลุ่ม ส่วน Live ที่มีการพึ่งพาเสียง AI หรือเสียงที่อัดไว้ล่วงหน้าแทนการพูดสดนั้นจะถูกจัดเป็น ‘เนื้อหาที่ไม่เป็นไปตามนโยบาย’ ทันที
จุดที่น่าสนใจสำหรับการอัปเดตในครั้งนี้คือ กฎนี้ดูจะขัดกับทิศทางของแพลตฟอร์มที่ต้องการผลักดันมาโดยตลอด อย่างการเปิดตัว AI Avatars สำหรับการLive สดและสร้างคอนเทนต์ในปี 2024 ที่ต้องการจะขายการใช้ AI Live แทนการใช้คนของแบรนด์ซึ่งช่วยเพิ่มความถี่และมูลค่าในการโปรโมตได้และมีกรณีศึกษาที่เห็นได้ชัดเจน แบบ Live สตรีมเมอร์ AI ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากใน Douyin ที่ถือเป็น TikTok เวอร์ชันจีนนั่นเอง
เนื่องจากตอนนี้ใน Douyin อินฟลูเอนเซอร์สาย AI Avatars ได้กลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีรายงานว่าพบบริษัทอวตารดิจิทัลจำนวนมากกว่า 993,000 แห่งที่มีการจดทะเบียนในประเทศจีน และมีต้นทุนการผลิตที่ไม่สูงนัก รวมไปถึงตัวละคร AI ที่สามารถสตรีมได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันในแอปพลิเคชันต่าง ๆ พร้อมกัน เลยดูเหมือนว่าทาง TikTok ที่เคยต้องการเดินเส้นทางนี้กลับขัดแย้งกับต่อสิ่งที่แพลตฟอร์มเคยทำมาอย่างการห้ามใช้เสียง AI ซึ่งก็กระทบไปถึง AI Avatar เช่นกัน
และเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือมีแบรนด์จำนวนไม่น้อยที่เลือกใช้ระบบนี้แบบเกินขอบเขต โดยปล่อยให้ AI พูดแต่ข้อความซ้ำๆ ทั้งวันแบบไม่มีคนจริงคุมอยู่เลย ผลที่เกิดขึ้นคือผู้ชมได้ประสบการณ์ที่แย่ลง และถ้าผู้ชมเริ่มรู้สึกไม่สนุกกับ Live ก็มักจะไม่กลับมาดูซ้ำ และนี่คือปัญหาที่ TikTok มองว่าใหญ่มากพอจะต้องออกกฎมาควบคุมโดยตรง
ซึ่งสิ่งที่น่าสังเกตอีกเรื่องคือในกฎใหม่นี้กลับมีช่องว่างเล็ก ๆ ที่ยังเห็นอยู่คือห้ามใช้ตัวละครที่บังหน้าจอเกิน 50% ซึ่งหมายความว่าถ้าตัวละคร AI ไม่บังจอเกินครึ่ง ก็ถือว่าไม่ผิดกฎ ทำให้ภาพรวมของกฎก็ยังดูคลุมเครือว่าขอบเขตจริง ๆ ของกฎอยู่คืออะไร เพราะไม่ว่าจะตีความแบบไหนก็ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองให้กับครีเอเตอร์และแบรนด์ใน TikTok
ทำให้การอัปเดตกฏใหม่นี้ได้สะท้อนถึงภาพใหญ่ที่แพลตฟอร์มต้องเริ่มปรับตัวรับมือกับคอนเทนต์ AI ที่ล้นทะลักพร้อมกับผู้ชมที่เริ่มเบื่อคอนเทนต์ AI Slop ที่เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพที่มีมากขึ้นทุก ๆ วัน สิ่งนี้จึงผลักดันให้ TikTok เลือกให้ความสำคัญกับคุณภาพของ Live มากกว่าปริมาณของคอนเทนต์ ที่แม้จะดูขัดกับทิศทาง AI ที่แพลตฟอร์มเคยผลักดันมาตลอด แต่หากผู้ชมเริ่มเบื่อกับคอนเทนต์ AI Slop มากขึ้นเท่าไหร่ การยอมเสียผลประโยชน์บางส่วนเพื่อรักษาความไว้ใจของผู้ชมก็อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มกว่าสำหรับครีเอเตอร์และแบรนด์เช่นกัน
