แบรนด์ก็เจน Creative Ads บน Meta ได้ กับ ‘Muse Image’ แค่บรีฟก็เข้าใจคอนเทนต์และวิชวล นำทีมพัฒนาโดย Alexandr Wang วัยรุ่นแสนล้าน

Meta เปิดตัวเครื่องมือ AI ใหม่ อย่าง “Muse Image” ที่อาจเป็นปรากฏการณ์ของวงการอีกครั้ง เพราะนับเป็นโมเดลตัวแรกที่ AI สามารถเจนแบบเข้าใจ และสามารถตีความให้ครีเอทีฟมากขึ้นได้จากบรีฟ ที่พัฒนาโดย Meta Superintelligence Labs (MSL) พร้อมนำทีมจาก ‘Alexandr Wang’ หรือวัยรุ่นแสนล้านที่ Meta ทุ่มดีลตัวมาทำงานด้วย

เพราะหลังจากที่ Meta เป็นฝ่ายได้ตัว Alexandr Wang ไปในฐานะ Chief AI Officer ที่ดูแลด้าน AI ของ Meta และนำทีม Superintelligence Labsโดยเฉพาะ ก็ได้ปล่อยผลงานออกมาอย่าง Muse Image เพื่อมาแทนที่โมเดลตระกูล Llama เดิม

และสิ่งที่ทำให้ Muse Image ต่างจาก AI Image Generator ทั่วไป อย่าง Midjourney หรือ ChatGPT ก็คือการที่ Meta ไม่ได้มีแอปแยก แต่ฝัง Muse Image เข้าไปใน Ecosystem บนแพลตฟอร์มที่ผู้คนใช้งานอยู่แล้วทุกวัน ทั้ง Meta AI App, Instagram Stories และ WhatsApp Direct Messages โดยตรง

Prompt Image

ซึ่งการใช้งาน Muse Image เพื่อเจนรูปจะไม่ได้แค่ Generate ออกมาทันที แต่จะมีการคิดร่วมกับ Muse Spark เพื่อวางแผน Layout, ค้นหา Real-time Web Context เพื่อทำให้ภาพที่เจนออกมามี Visual Reference เข้ากันมากขึ้น โดยไม่ได้ป้อนพรอมพ์อย่างละเอียดอย่างเดียว

Markup

หากกดไปที่ไอคอน Markup แล้ววงสเก็ตช์บนรูปที่อยากแก้ไข Meta AI จะเข้าใจบริบทขององค์ประกอบในภาพ หรือบทสนทนาทั้งหมดที่แชตป้อนพรอมพ์เข้าไปโดยไม่ต้องเริ่มใหม่ เพราะสามารถแก้ไขต่อได้ทันที

Account Profile

การเมนชันก็สามารถใส่ชื่อแอ็กเคานต์แบบ Public ลงในพรอมพ์พื่อดึงรูปจากโปรไฟล์นั้นมาสร้างเป็นภาพใหม่ได้เลย โดยจะใช้ภาพจาก

โดยโมเดลนี้จะเปิดให้ใช้งานฟรีผ่าน Meta AI App, WhatsApp, Instagram Stories และจะขยายไปยัง Facebook ในอนาคต ซึ่งจะเป็นการนำภาพจากแอ็กเคานต์นั้นมาใช้จริง ๆ เพื่อนำไปสร้างเป็นการ์ดเชิญ หรือตามฟอร์แมตต่าง ๆ ที่ต้องการ

Graphic Format

เพราะภาพที่เรนเดอร์มาจาก Muse Image จะมีตัวอักษรในรูปชัดเจนกว่า AI Image Generator รุ่นก่อนมาก ทำให้สามารถลบ Photobomber, สร้าง QR Code ไปจนถึงสร้าง Infographic ได้ เพราะมีฟอนต์ที่อ่านออกได้จริง

Preset Prompts

หากใครที่อยากใช้งาน Muse Image แต่ไม่รู้จะเริ่มป้อนพรอมพ์อะไรลงไป ก็จะมีพรอพ์แบบพรีเซ็ตขึ้นมาแนะนำให้ หรือแตะเพื่อ Restore รูปเก่าที่เคยเจน หรือเปลี่ยนฟอร์แมตต่าง ๆ ในภาพก็ทำได้

ฟีเจอร์ที่ทำให้ Muse Image แตกต่าง

  • Content Seal: Muse Image จะมี Watermark ที่มองไม่เห็นแต่ก็ลบไม่ออก โดยทุกรูปที่สร้างผ่าน Muse Image จะมี Invisible Watermark ที่ยังคงอยู่แม้จะถูก Crop, Compress, Resize หรือ Screenshot แล้ว ทำให้ตรวจสอบได้ว่าภาพไหนสร้างจาก AI จริง ๆ ได้
  • Agentic Tool Use: จะมีความต่างจาก AI Image Generator ทั่วไปที่รับพรอมพ์แล้วสร้างรูปเลย เพราะ Muse Image จะทำงานเป็น Agent ที่สามารถเรียกใช้ Search และ Coding Tools เพื่อทำให้แม่นยำก่อนจะแสดงผลลัพธ์ออกมาด้วย
  • Performance: หากเทียบภายในเดือนนี้ Muse Image อยู่ในระดับที่แซง Google’s Nano Banana 2 และตามหลังแค่ ChatGPT Image Generator ซึ่งถือว่าเป็นโมเดลที่น่าสนใจไม่น้อยแม้จะพึ่งปล่อยออกมา

เรียกได้ว่าจากความสามารถทั้งหมดของ Muse Image ไม่ได้ถูกคิดมาเพื่อผู้ใช้งานอย่างเดียว แต่เตรียมที่จะรองรับการใช้งานจากแบรนด์ด้วย ทั้งสร้าง Ad Variations จาก Creative เดิมได้หลายแบบโดยอัตโนมัติ

หรือรีสไตล์โฆษณาและโพสต์ให้เข้ากับเทรนด์ หรือการเอนเกจบน Facebook และ Instagram ได้ ไปจนถึงสามารถเจนภาพนิ่งจาก Video Asset ได้เลย เพราะ Muse Image จะทำความเข้าใจ Creative Brief ไม่ใช่แค่ Keyword Matching กับพรอมพ์ที่เคยป้อนไป

แต่นอกจาก Muse Image ที่เปิดตัวออกมา ทีมของ Alexandr Wang ยังได้ส่งสัญญานพรีวิวโมเดล Muse Video ไว้สร้างวิดีโอพร้อมเสียงแบบ Native และโมเดลภาษาตัวท็อปโค้ดเนม “Watermelon” ที่ตั้งเป้าจะปล่อยออกมาเพื่อแข่งขันกับ GPT-5.5 ของ OpenAI ในเร็ว ๆ นี้อีกด้วย แต่จะเหนือกว่าคู่แข่งอื่น ๆ แค่ไหนมารอติดตามกัน!

ที่มา: https://www.facebook.com/business/news/muse-image-for-businesses

Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save