Real Time Content
Session: Thriving in Chaos: วางหมากรบให้ธุรกิจ ในยุคที่โลกหมุนไวและผันผวน โดย รวิศ หาญอุตสาหะ (CEO, Srichand & Mission To The Moon)
หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน การทำ Creator Marketing ของหลายแบรนด์นั้นยังมีสูตรสำเร็จที่คล้ายกัน คือการเลือกครีเอเตอร์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมาทำงานในบรีฟ ที่มีพร้อม Key Message และ KPI ก่อนปล่อยคอนเทนต์ออกสู่ผู้บริโภค แต่ทว่าในปี 2026 ผู้บริโภคต่างเริ่มเห็นอีกหนึ่งแนวทางที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน นั่นคือการทำงานของ ‘Co-Creation’
ทุกวันนี้หลาย ๆ แบรนด์ต่างเริ่มทำงานร่วมกับครีเอเตอร์จนเกิดเป็นรูปแบบของ Co-Creation ที่น่าจับตามอง เพราะดึงเอาความเป็นเอกลักษณ์ของเหล่าครีเอเตอร์มาสร้างภาพจำร่วมกับแคมเปญใหม่ ๆ เพื่อดึเอาทั้งกลุ่มลูกค้าและแฟนคลับมาเป็นกำลังซื้อและกระบอกเสียงสำคัญ จนทำให้แคมเปญใหม่ระหว่าง Grab และ KFC ครั้งนี้จึงน่าจับตามองเพราะได้ดึงเอา ‘นัดเป็ด’ ร่วมออกแบบไอเทมสุดลิมิเต็ด!
‘เมื่อ UNO COFFEE กำลังจะมีน้องชาย!?’ ประโยคสั้น ๆ ที่ UNO! โพสต์ลง Instagram พร้อมภาพปริศนาที่เผยเพียงบางส่วนของโลโก้ และป้ายสีเขียวที่เขียนว่า MATCHA COMPANY โดยไม่บอกชื่อแบรนด์ ไม่บอกสินค้า และไม่เฉลยว่ากำลังจะเปิดตัวอะไร มีเพียงคำถามชวนให้ผู้ติดตามร่วมทายว่าน้องชายคนนี้คือใคร!
แม้หลายคนจะมองว่าผู้บริโภคในช่วงนี้ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่ความจริงอาจไม่ใช่ว่าพวกเขา ‘ไม่กล้าใช้เงิน’ หากแต่กำลังใช้เงินอย่างมีเหตุผลมากขึ้นแทนเพราะการตัดสินใจซื้อในวันนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างราคา คุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และคุณค่าที่จะได้รับกลับมา ผู้บริโภคจึงใช้เวลาค้นหาข้อมูล อ่านรีวิว และเปรียบเทียบตัวเลือกมากขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หนึ่งในโจทย์ใหญ่ที่นักการตลาดพยายามหาคำตอบคงหนีไม่พ้นว่าต้องโพสต์บ่อยแค่ไหน? หรือต้องทำคอนเทนต์แบบไหนถึงจะปัง? แต่ข้อมูลจากโซเชียลที่ Wisesight แชร์ให้กับนักการตลาดและครีเอเตอร์ กำลังสะท้อนว่าในช่วงครึ่งปีแรกของ 2026 การทำคอนเทนต์ให้มากขึ้นอาจไม่ได้หมายความว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเสมอไป
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
