
Session: Thriving in Chaos: วางหมากรบให้ธุรกิจ ในยุคที่โลกหมุนไวและผันผวน โดย รวิศ หาญอุตสาหะ (CEO, Srichand & Mission To The Moon)ในโลกธุรกิจทำให้ “กังวล” หรือ “ท้าทาย” มากกว่ากัน เมื่อโลกธุรกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนอาจไม่ใช่การพยายามควบคุมทุกอย่าง แต่คือวิธีคิดที่มีต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
โลกเปรียบเสมือนแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขณะที่สมองของเรามีขีดจำกัดในการรับรู้ เราจึงไม่มีทางเข้าใจทุกอย่างได้ทั้งหมด และสิ่งที่เรารู้ อาจเป็นเพียงเสี้ยวเล็ก ๆ ของโลกใบนี้
“กวาง” vs “สิงโต”
กวางจะวิ่งเมื่อถูกไล่ และหยุดเมื่อไม่มีอะไรไล่ ขณะที่สิงโตจะออกวิ่งเมื่อมันหิว ความแตกต่างนี้สะท้อนวิธีคิดในการทำธุรกิจ ‘คิดแบบกวาง’ คือมองว่าโลกไม่แฟร์ ทุกอย่างเกิดขึ้นจากสิ่งที่อยู่นอกตัวเรา และเราทำได้เพียงตั้งรับ แต่ ‘คิดแบบสิงโต’ คือยอมรับว่าโลกอาจไม่ได้เป็นอย่างที่ต้องการ แต่ยังถามต่อว่า “แล้วเราทำอะไรกับมันได้บ้าง?” เพราะวิธีคิด สามารถพาองค์กรไปคนละทิศทาง
จาก
“ทำไม่ได้ เพราะ…”
ไปสู่
“ทำได้ ถ้า…”
ทั้งสองประโยคไม่ได้มีคำตอบไหนผิด แต่ประโยคที่เราเลือกใช้จะกำหนดว่าทีมกำลังมองหาเหตุผลที่ทำไม่ได้ หรือเงื่อนไขที่จะทำให้มันเป็นไปได้ ดังนั้น หากคนในทีมตอบว่า “ทำไม่ได้ เพราะ…” อยู่บ่อยครั้ง ผู้บริหารอาจต้องกลับมามองว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของทีมเพียงอย่างเดียว แต่อาจอยู่ที่กรอบความคิดที่กำลังใช้ด้วย
ถ้า AI ทำงานบางอย่างได้เร็วขึ้น มนุษย์ต้องเก่งอะไรขึ้น

- Storytelling: เล่าเรื่องและแรงบรรดาลใจ
- Trust and Loyalty: ความไว้ใจและภักดี
- ความน่ารัก น่าเคารพ นิสัยดี
- Art of Something
- Impossible Projects: การตัดสินใจในโปรเจ็กที่ดูเป็นไปไม่ได้
- Negotiation Skills: ทักษะการเจรจาต่อรอง
- การสร้างควาทรู้สึกฝากชีวิตและเอาอยู่คนรอบข้าง
ธุรกิจในยุค AI ต้องเริ่มจากข้อมูลชุดเดียวกัน
องค์กรที่มีหลายทีม หลายระบบ และหลายฐานข้อมูล อาจกำลังเผชิญปัญหาที่มองไม่เห็น เพราะแต่ละทีมไม่ได้กำลังใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน เมื่อข้อมูลไม่ได้ถูกแยกอยู่ตามทีม แต่ถูกเชื่อมให้ทุกคนมองเห็นภาพเดียวกัน การนำ AI เข้ามาใช้ก็จะไม่ใช่แค่การทำงานให้เร็วขึ้น แต่ช่วยให้องค์กรเห็นว่า อะไรช้า อะไรซ้ำ และอะไรไม่จำเป็น
AI ยังสามารถเปลี่ยนบทสนทนาจากการประชุมให้กลายเป็นข้อมูลที่นำไปวิเคราะห์ต่อได้ ทำให้เห็นปัญหาและโอกาสในการปรับปรุงการทำงานได้ชัดขึ้น เมื่อคนทำงานดีขึ้น องค์กรก็โตขึ้น และเมื่อลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น ความไว้วางใจก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
งานของ AI กับงานที่ต้องใช้มนุษย์
สิ่งที่ AI ทำได้ดีในวันนี้คือการจัดการงานจาก Big > Small หรือการนำข้อมูลและงานขนาดใหญ่มาประมวลผลให้เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่นำไปใช้งานได้ แต่ในทางกลับกัน งานแบบ Small > Big ที่ต้องเริ่มจากโจทย์เล็ก ๆ แล้วค่อยขยายไปสู่โปรเจกต์ใหญ่ ยังต้องอาศัยการตัดสินใจและการลงมือทำของมนุษย์ โดยเฉพาะโปรเจกต์ที่มีความซับซ้อนและต้องใช้บริบทเฉพาะขององค์กร

Transformation ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนทุกอย่าง
การ Transformation ไม่ได้หมายความว่าต้องรื้อและเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว แต่เริ่มจากการช่วยกันทำให้สิ่งเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน ดีขึ้นกว่าวันนี้
“อย่าคิดว่าเมื่อไหร่จะพร้อม ให้ทำเลย”
Signal to Move Framework
กรอบการทำงานเพื่อจับสัญญาณจากโลกภายนอก แล้วเปลี่ยนให้กลายเป็นโอกาสผ่านวงจรการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- Signal (ตรวจจับสัญญาณ): สังเกตพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับลูกค้า หรือแนวโน้มที่น่าจะกระทบต่อธุรกิจ
- Meaning (แปลความหมาย): ถามและวิเคราะห์ว่า “ทำไมสิ่งนี้ถึงเกิดขึ้น?” และ “กำลังบอกอะไรเกี่ยวกับอนาคต?”
- Opportunity (ค้นหาโอกาส): สร้างทางเลือกเชิงกลยุทธ์จากความเข้าใจนั้น
- First Move (ทดลองก้าวแรก): ทำ Prototype เล็กๆ ทันที โดยไม่ต้องรอสมบูรณ์พร้อม
ศรีจันทร์กับเป้าหมายการสร้างแบรนด์ไทยที่คนไทย “ภาคภูมิใจ”
การเปลี่ยนแปลงของศรีจันทร์เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ต้องการพาแบรนด์พลิกจากภาพจำเดิม ไปสู่การเป็นแบรนด์ไทยที่คนไทยรู้สึกภาคภูมิใจ หัวใจสำคัญคือ เมื่อเลือกหลักการแล้ว ต้องรักษาหลักการนั้นให้ได้ 100% เพราะการรักษาหลักการให้ครบ 100% กลับง่ายกว่าการยอมให้มันลดเหลือ 90% แล้วค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ
“A Rising Tide Lifts All Boats” – John F. Kennedy

ประโยคที่สื่อถึงแนวคิดว่า เมื่อภาพรวมดีขึ้น ทุกคนก็มีโอกาสเติบโตไปด้วยกัน เปรียบเหมือนระดับน้ำที่สูงขึ้น ซึ่งไม่ได้ยกเรือลำใดลำหนึ่ง แต่ยกเรือทุกลำให้สูงขึ้นพร้อมกัน และในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนเร็ว การเติบโตจึงไม่ใช่แค่การทำให้ตัวเองอยู่รอด แต่คือการสร้างระบบ วิธีคิด และการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยให้ทั้งองค์กรเติบโตไปข้างหน้าด้วยกัน
