News
ประเด็นพูดคุยร้อนแรงในช่วงนี้ของเหล่าคนทำคอนเทนต์คือ อยู่ๆ Facebook ก็ของขึ้น จริงจังกับการใช้กฎมากขึ้น ทำให้เพจขายของออนไลน์หลายเจ้าถูก Facebook ตักเตือนบ้าง ลดการเผยแพร่บ้าง จนไปถึงการถูกลบเพจถาวรเลยทีเดียว
เป็นข่าวกันมาซักพักแล้วกับเครื่องมือในการจับคู่ระหว่าง Brand กับ Influencer ของ Facebook เอง ซึ่งตอนนี้ Facebook ก็ได้เปิดตัวออกมาจริง ๆ แล้วในชื่อว่า Facebook Brand Collabs Manager ซึ่งแบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ฝั่งได้แก่ฝั่ง Influencer และฝั่ง Brand และเปิดให้ได้ใช้งานแล้วในไทย หลายคนอาจจะสงสัยว่าตัว Brand Collabs Manager นี้ทำอะไรได้บ้างเนื่องจากเป็นสิ่งที่ค่อนข้างใหม่ วันนี้เราจะมาลองดูกัน
สำหรับมือใหม่เริ่มปั้นแฟนเพจ จะให้ไปลงเงินกระหน่ำบูสโพสต์เพื่อเรียกยอดไลค์คงไม่ใช่ต้นทุนที่ดีแน่ แต่เราสามารถได้ยอดไลค์กลับมาแบบออร์แกนิค หรือลูกเพจเต็มใจมาไลค์จริงๆ ได้จากการลงแรงปั้นคอนเทนต์นี่แหละ ทีมงาน RAiNMaker มีทริคเริ่มต้น สำหรับมือใหม่ให้ไปลองทำกันดูค่ะ เพื่อให้เพจเติบโตอย่างมีคุณภาพด้วยนะ
Facebook ได้ดำเนินการปล่อยฟีเจอร์ที่เพิ่มความโปร่งใสให้กับผู้ใช้มาอย่างต่อเนื่อง และในครั้งนี้เองก็เช่นกัน ที่ทาง Facebook จะแสดงชื่อบริษัทที่เป็นเจ้าของ Page ให้ผู้ใช้งานได้เห็นอย่างชัดเจนว่าเบื้องหลังแล้วเป็นคอนเทนต์ที่มาจากใคร เพื่อหวังว่าจะช่วยลดการแพร่กระจายของ Fake News ได้ด้วย
ปกติแล้วเวลาเราจะเขียนบทความปัญหาของหลายคนเลยก็คือไม่รู้ว่าจะเลือกรูปอะไรเป็นหน้าปกบทความดี หรือจะต้องใช้รูปแบบไหน หรือมีอะไรที่ต้องคำนึงถึงบ้าง วันนี้ทีมงานจะมาลองพาค่อย ๆ คิดกันไปว่าปัจจัยอะไรบ้างที่เราควรคำนึงถึงในการเลือกจะเอารูปมาเป็นรูปประกอบบทความ ซึ่งทุกวันนี้เวลาเราเอาลิ้งค์ไปแชร์หรืออะไรก็ตามภาพเหล่านี้จะปรากฎให้เห็นเป็นอย่างแรก
พอพูดว่าทำคอนเทนต์ด้วยตัวเลขและสถิติ หลายคนอาจจะนึกว่ามันจะต้องเป็นกราฟ ต้องเป็น Data Visulization ต้องเป็นอะไรที่ดูทำยาก แต่จริง ๆ แล้วการทำคอนเทนต์ที่เป็นตัวเลข แทบจะไม่ได้หาข้อมูลหรือเขียนหรือทำ Research ยากไปกว่าการทำคอนเทนต์แบบเนื้อความปกติเลย หลายคนอาจจะสงสัยว่าสรุปแล้วการทำคอนเทนต์ด้วยตัวเลขจริง ๆ แล้วคืออะไรกันแน่ คือการทำ Listing Content เป็นข้อ ๆ หรือเปล่า
ช่วงนี้อาจจะเน้น Instagram เยอะกันเสียหน่อย แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า IG Story เป็น Trend การทำคอนเทนต์ที่มาแรงจริง ๆ หลายคนก็ใช้เครื่องมือที่มีอยู่าในแอพในการช่วยทำเช่น นำรูปมาใส่ นำสติกเกอร์ต่าง ๆ มาแปะ ใช้ตัวอักษรต่าง ๆ ที่มีมาให้ แต่เคยเอะใจไหมว่าสุดท้ายแล้ว พอเราอัพมาเป็น Story มันก็เป็นแค่ภาพธรรมดา ๆ เท่านั้นเอง ยกเว้นพวก Sticker ที่มัน Interactive เช่น Quiz หรือ GIF ต่าง ๆ แถมเล่นไปซักพักก็จะเหมือน ๆ กัน ดังนั้นมี 2 วิธีแบบง่าย ๆ ที่เราจะทำคอนเทนต์บน IG Story ให้โดดเด่นและแปลกตากว่าชาวบ้านได้แก่
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
