Content Creator กับทักษะด้าน Programming จำเป็นแค่ไหนในทุกวันนี้?

ช่วงที่ผ่านมาผู้เขียนเองมีโอกาสได้คุยกับคนทำคอนเทนต์ที่โฟกัสทางด้านออนไลน์หลายคน ถึงทักษะที่พวกเขาอยากจะเรียนรู้เพิ่มเติมในปี 2019 นี้ ประมาณ 80% ของคนกลุ่มที่ผมได้พูดคุยด้วยบอกว่าอยากเพิ่มทักษะด้าน Programming!!

หลายคนให้เหตุผลว่าการทำงานคอนเทนต์ในยุคนี้มีความใกล้ชิดและต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมาก จึงอยากเขียนโปรแกรมเป็นเพื่อที่จะได้เข้าใจเทคโนโลยีและจะได้สร้างซอฟต์แวร์ไว้ใช้แก้ปัญหาต่างๆ ในส่วนนี้เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกทั้งหมด ขอแนะนำอย่างนี้ครับ

 

ข้อดีของคนทำคอนเทนต์ที่มีทักษะการเขียนโปรแกรม

ผู้เขียนเองก็เรียนทางด้านโปรแกรมมิ่งมาโดยตรง และเรียนจบมาทำงานด้าน Web Programming อยู่ประมาณ 2 ปี จากนั้นก็จับพลัดจับผลูมาทำงานด้าน Content และ Social Media จนถึงปัจจุบัน

ทักษะทางด้านเขียนโปรแกรมที่มีติดตัวมาก็เรียกได้ว่าช่วยให้การทำงานคล่องขึ้นมาก ข้อสรุปเป็น 5 ข้อสั้นๆ ประมาณนี้

1. ใช้งานเครื่องมือต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว

ฟีลคนไอทีมักจะมีทักษะการเรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือได้อย่างรวดเร็วมากกว่าคนทั่วไป เพราะรู้ flow หลักของเครื่องมือ และทราบ UX โดยทั่วไปของเครื่องมือต่างๆ อยู่แล้ว เช่นเมื่อ WordPress เปลี่ยนไปใช้ editor ตัวใหม่ ติดตั้งปุ๊บ เจ้าพวก programmer ใช้กันได้คล่องมืออย่างกับเมื่อคืนฝึกใช้ตอนฝันอย่างนั้นแหละ

2. เรียนรู้เทคโนโลยีได้เร็ว

เทคโนโลยีของงานสายโปรแกรมมักจะมีสิ่งใหม่ต้องเรียนรู้ทุกวัน การเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่เป็นนิสัยที่ฝังอยู่ภายในแทบจะเป็น DNA ของคนทำงานสายนี้ เพราะถ้าหยุดเรียนรู้เท่ากับล้าหลังในทันที

3. ทำคอนเทนต์ท่ายากได้มากกว่าคนอื่น

เบื้องหลังคอนเทนต์บนเว็บไซต์คือภาษาโปรแกรม ซึ่งถ้าคนที่สามารถอ่านและแก้ไขได้ ก็จะสามารถใส่ลูกเล่นหรือใช้เครื่องมือต่างๆ เท่าที่ภาษาโปรแกรมมันทำได้

4. เป็นโดราเอม่อนให้เพื่อนๆ

คนทำ Blog ส่วนตัวมักจะหาเพื่อนที่เป็นโปรแกรเมอร์ไว้ปรึกษาส่วนตัว เผื่อเว็บมีอันเป็นไปจะได้ให้ช่วยแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ตรงนี้ก็จะช่วยในเรื่องของความสัมพันธ์ระดับหนึ่ง คนที่เขียนโปรแกรมได้มักจะฮอต

5. แก้ไขปัญหาจุกจิกได้ด้วยตัวเองไม่ต้องรอใคร

ต่อเนื่องจากข้อก่อนหน้านี้ ถ้าหากเว็บไซต์ของเราเองหรือเว็บที่เราดูแลอยู่เกิดพัง ก็สามารถหาสาเหตุและแก้ไขได้ด้วยตัวเอง ถ้าได้รับ permission ทำให้ไม่ต้องรอและเปลืองแรงฝ่าย support

 

เหมือนจะดี แต่ทั้งหมดนี้ก็ใช้เวลาสั่งสมความรู้และประสบการณ์อย่างน้อยหนึ่งปีกว่าจะเข้าใจและสามารถใช้ทักษะเสริมในการทำงานได้ ซึ่งที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องเรียนรู้จนสามารถเขียนโปรแกรมได้ แต่เพียงแค่เข้าใจ logic การทำงานของโปรแกรมก็ชีวิตเปลี่ยนแล้วครับ

 

เครื่องมือที่ช่วยในการฝึกทักษะการเขียนโปรแกรม

ให้ท่านลืมภาพเด็กเนิร์ดใส่แว่นนั่งอยู่หลังคอมพิวเตอร์ที่เปิดหน้าจอสีเขียวสีดำออกไปก่อน การเขียนโปรแกรมไม่ได้ดูน่ากลัวหรือยากขนาดนั้น สำหรับการฝึกแนวคิดเชิงตรรกะแบบเดียวกับการเขียนโปรแกรมแนะนำด้านตัวสถาบันด้านล่างครับ

code.org

Code.org® เป็นเว็บไซต์ที่ร่วมแรงร่วมใจจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ตั้งแต่ Amazon, Facebook, Google, มูลนิธิ Infosys, Microsoft และอีกมากมาย เว็บไซต์นี้ไม่แสวงหาผลกำไร ดังนั้นทุกอย่างฟรี 100% จุดประสงค์เพื่อให้ทุกคนในโลกสามารถเรียนรู้การเขียนโปรแกรมได้

ในนี้จะมีคอร์สต่างๆ มากมาย กว่า 40 ล้านโปรเจค ตั้งแต่สำหรับเด็กไปจนถึงแล็บสนุกๆ สำหรับผู้ใหญ่ หลังจากจบแต่ละคอร์สแล้วก็จะมีใบ Certificate ให้อีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจคือแต่ละคอร์สจะนำเสนอให้คนที่มาเรียนมีความสนุก ไม่น่าเบื่อ เปลี่ยนจากการดู Netflix มานั่งทำแล็บในนี้ก็ไม่เลวนะ

อ้อ มีภาษาไทยด้วยนะ

 

ไม่ต้องเรียน Programming จนสร้าง Software ได้ แต่ให้เข้าใจกระบวนการทำงาน

จากที่เราได้แนะนำเครื่องมือฝึกทักษะในด้านบนนั้น หลายคนอาจจะมีคำถามว่า แค่นี้พอแล้วหรือ ยังไม่ได้ลงมือเขียนโปรแกรมเลย?

 

ทักษะการเขียนโปรแกรมที่จำเป็นสำหรับคนทำคอนเทนต์นั้น ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องสร้างแอปหรือเขียนเว็บ เพราะนอกจากไม่ใช่หน้าที่หลักของคนทำคอนเทนต์ และควรใช้เวลาพัฒนาทักษะหลักที่จำเป็นมากกว่า

การเรียนรู้นั้นแท้จริงแล้วเพื่อที่จะทำให้เรา มีความคิดในเชิงตรรกะ ซึ่งตรงนี้จะทำให้เราเข้าใจกระบวนการทำงานของเครื่องมือต่างๆ ได้เร็วขึ้น ใกล้ชิดกับเทคโนโลยีมากขึ้น พูดคุยและเข้าใจมนุษย์โปรแกรมเมอร์ที่เราอาจจะต้องทำงานด้วยได้ดียิ่งขึ้น

ที่สำคัญคือจะทำให้เราซึมซับเรื่องเทคโนโลยีได้ดีขึ้น ตื่นเต้นกับอะไรใหม่ๆ มากกว่าเดิม ซึ่งจำเป็นมากสำหรับการทำงานในยุคนี้

แต่ตรงนี้ถ้าคุณเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วหรือชื่นชอบในด้านนี้เป็นพิเศษ ก็สามารถพัฒนาต่อยอดได้ตามต้องการ

 

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ เราคงเคยได้ยินกับคำว่า Big Data กันมาอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา และหลายคนมักจะมองว่าไกลตัว แต่ความจริงแล้ว data นั่นเองที่เป็นวัตถุดิบอย่างดีในการนำมาประกอบคอนเทนต์ที่จะทำให้งานออกมามีคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือสูง

เราทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลหลายสิ่งมากขึ้นในยุคนี้ อย่างตอนนี้ก็มีหลายองค์กรทำ API หรือตัวกลางที่ให้ใครก็ได้สามารถดึงข้อมูลไปใช้ต่อได้ตามต้องการ (open data) มากขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลจำนวนประชากร, รายได้ประชากร, จำนวนรถยนต์จดทะเบียน ใครสนใจก็ลองดูเพิ่มที่ : https://data.go.th/Datasets.aspx

ข้อมูลส่วนมากเป็นไฟล์ csv หรือถ้ามาตรฐานหน่อยก็จะมาเป็น json ตรงนี้ถ้าเราพอมีทักษะที่จะอ่าน format ของข้อมูล หรือพอที่จะจับมา sort ง่ายๆ ได้ ก็จะทำให้เราทำงานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้นแล้ว

 

ฝึกนิสัยให้เป็นคนติดตามเทคโนโลยี

หลายคนทราบดีว่าคนทำคอนเทนต์ในยุคนี้ต้องอัปเดตในเรื่องเทคโนโลยีเยอะมาก โดยเฉพาะข่าวคราว (และข่าวคาว) ของแต่ละ platform ที่ขยันปล่อยฟีเจอร์กันแทบจะรายวัน ถ้าคุณมีทักษะการเขียนโปรแกรมมาบ้างแล้วคุณจะอ่านข่าวเทคโนโลยีได้ และคุยกับคนไอทีสนุกยิ่งขึ้น และสิ่งที่ผมอยากให้ทำมีดังนี้

  • อ่านข่าวเทคโนโลยีใน Blognone หรือถ้ามีเวลามากหน่อยก็อยากให้กดเข้าไปอ่านที่มาของแต่ละข่าวเพิ่มด้วย
  • ทดลองเล่นเครื่องมือใหม่ๆ ฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้บ่อยที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่หลุดเทรนด์ไปตามกาลเวลา และกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เข้าใจว่าวัยรุ่นเค้าสนใจอะไรกันอยู่
  • เข้าร่วมงานสัมนาที่เกี่ยวข้องกับสายงาน เช่น WordPress Meetup, WebPresso, iCreator, Creative Talk เป็นต้น ซึ่งนอกจากได้ความรู้ภายในงานแล้ว ยังได้ทำความรู้จักกับเพื่อนในวงการด้วย