ผู้บริหารบอกเอง Facebook ไม่ได้จะมาช่วยชีวิตสื่อจากยุค Disruption

Campbell Brown หัวหน้าฝ่าย Global News Partnerships พูดในงานสัมนากับนักข่าวและ Publisher หลายสำนักในงาน American Magazine Media Conference ในมหานครนิวยอร์ค จากรายงานของ AdAge บอกว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นมีใจความสำคัญมาก ๆ ที่ Facebook ต้องการจะบอกกับ Publisher ว่า Facebook  ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยสื่อ

สิ่งที่เธอพูดอ้างอิงจากรายงานก็คือ “Facebook cannot be the entire solution to your problems” และ “By its very nature, Facebook is constantly changing and not dependable.” หมายความว่า Facebook ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาของพวกคุณ (หมายถึงสื่อในยุค Disruption) และโดยธรรมชาติแล้ว Facebook ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยไม่สามารถพึ่งพาได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

หลังจากที่มีแนวคิดเรื่อง Traditional Media กับ New Media บรรดา Social Network ต่าง ๆ ก็ถูกมองว่าเป็นทางออกของคนทำสื่อ ซึ่งดูเหมือนก็จะใช่ แต่จริง ๆ แล้ว Nature ของ Network นั้น ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับสื่ออยู่แล้ว และดูเหมือนว่าที่ Facebook ออกมาพูดเรื่องนี้ด้วยตัวเองก็หมายความว่า Facebook เริ่มรู้สึกเหมือนกันว่าสื่อพยายามจะพึ่งพา Facebook และเวลามีอะไรที่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนก็จะโทษ Facebook เช่น กรณี Facebook ปรับอัลกอริทึม, การเน้นไปให้ความสำคัญกับคอนเทนต์วิดีโอ หรือแม้กระทั่งการสร้างเครื่องมือต่าง ๆ สำหรับสื่อเช่น Facebook Instant Article แบะ Facebook Business Tools ต่าง ๆ

เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีประเด็นว่า Facebook นั้น แสดงยอด View ของ Video บน Facebook ไม่เป็นไปตามจริง ทำให้ Publisher เสียหายเนื่องจากวิดีโอที่ลงทุนไปอาจจะไม่ได้เข้าถึงคนมาเท่าที่เห็น หรือเม็ดเงินโฆษณาที่ลงไปอาจจะไม่คุ้มค่า ทำให้ Facebook โดน Publisher และ Agency ด่ายับ

ดังนั้น ถ้าให้ลองวิเคราะห์ดู สิ่งที่ Facebook บอกก็คือ Facebook นั้นจะไม่รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Publisher ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่ความผิดโดยตรงของ Facebook ซึ่งน่าจะไม่รวมถึงกรณี Fake News และความวุ่นวายต่าง ๆ ที่ Facebook อาจจะทำให้เกิด ซึ่งตรงนี้ Facebook นั้นมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว และก็ทำงานอย่างหนักเพื่อต่อสู้กับปัญหานี้ ต่างจากปัญหา Media Disruption ที่เป็นคนละเรื่องกัน

สุดท้าย การที่ Facebook ออกมาบอกแบบนี้เองเลยก็น่าจะชัดเจนว่า Facebook นั้นสามารถช่วยเหลือ Publisher เท่าที่พอจะช่วยได้ในสถานะสภาพแวดล้อมนึงเท่านั้น เรื่องรายได้หรือการตกที่ยากลำบากของสื่อนั้นไม่ใช่สิ่งที่ Facebook จะต้องมารับผิดชอบด้วย