Facebook จะถามเราเองว่าอยากเห็นเพื่อน หรือเพจไหนบน News Feed ไม่ใช่แค่ทำนาย

เรารู้กันว่าในการที่ Facebook จะเลือกเอาเนื้อหาจากเพื่อน หรือเพจใด ๆ มาแสดงบนหน้า News Feed ของเรานั้น เป็นการคัดเลือกมาจากพฤติกรรมของเรา และนำเข้าไปสู่อัลกอริทึมที่จะประมวลผลในการสร้างหน้า Feed ของเราขึ้นมาให้เราพอใจ ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนแรกที่ Facebook ได้ถูกสร้างขึ้น และวัตถุประสงค์ของ Facebook ก็คือต้องการให้คนกลับมาดูอีก มาดูเรื่อย ๆ เพราะคนเล่นได้เห็นสิ่งที่ตัวเองอยากจะเห็นและอยากจะรู้ แม้ว่าบางครั้ง พฤติกรรมเช่นนี้จะนำไปสู่ Echo Chamber ที่ดู ๆ แล้วน่าจะมีข้อเสียไม่น้อยไปกว่าข้อดีเลย ถ้าเราไม่รู้จักรู้เท่าทัน 

แต่สิ่งที่น่าสนใจของช่วงนี้ก็คือ เมื่อไม่นานมานี้ Facebook ได้ออกข่าวตัวนึงที่บอกว่า Facebook จะทำการถาม User โดยตรงว่าเราอยากเห็นเนื้อหาอันนี้ (ที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าหรือเปล่า) ซึ่งอารมณ์จะคล้าย ๆ ปุ่ม See More Like This หรือ Show Me More ของ Platform อื่น ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ถามว่ามันต่างจากการกดไลค์หรือมี Engagement อย่างไร ตรงนี้ Facebook ไม่ได้บอกแน่ชัด แต่พอเดา ๆ เองได้ว่า Facebook น่าจะให้ค่าน้ำหนักหรือ Weight การบอกว่าเราต้องการเห็นอันนี้มาประกอบร่วมกันการมี Engagement ธรรมดา (Facebook คงศึกษาจากพฤติกรรมที่ทั้งซับซ้อนและย้อนแย้งมาก ๆ ของมนุษย์)

ข่าวดังกล่าวของ Facebook มีชื่อว่า Using Surveys to Make News Feed More Personal ซึ่งในเนื้อความบอกว่า This direct feedback helps us better predict which friends people may want to hear from most. หรือ วิธีการถามตรง ๆ แบบนี้จะช่วยทำให้ Facebook เข้าใจและสามารถทำนายสิ่งที่เราอยากจะเห็นได้แม่นยำขึ้น

อย่างไรก็ตาม เรายังไม่เห็นหน้าตาของ Interface ตัวนี้ตามที่ Facebook บอกว่าจะเกิดขึ้น แต่ก็น่าสนใจตรงที่ความย้อนแย้งของตัว Facebook เอง เนื่องจาก Facebook นั้นในช่วงปีสองปีที่ผ่านมาเจอปัญหาหนักเกี่ยวกับ Echo Chamber และ Facebook ก็พยายามจะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยการ เพิ่มความรู้เท่าทันหรือ Literacy ให้กับคนอ่าน หรือแม้กระทั่งสร้างเครื่องมือต่าง ๆ มากมายที่ทำให้คนเข้าใจว่า ทำไมพวกเขาถึงเห็นเนื้อหาเหล่านี้บนหน้า Facebook หรือแม้กระทั่งความพยายามในการผลักดันตัว Facebook เองให้เดินทางไปสู่ความเป็น Private Social Media ที่ไม่ได้มีอัลกอริทึมที่ซับซ้อนคล้าย ๆ Instagram หรือ Snapchat แทน และดันฟีเจอร์อย่าง Story ขึ้นมา

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปปฏิเสธไม่ได้ว่า Facebook นั้นจะยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ในด้าน Social Network ที่มีจำนวนคนเล่นมากที่สุดในโลก และมีอิทธิพลทั้งในเชิงสังคม เศรษฐกิจและการเมืองกันอีกยาว ๆ ก็ไม่แน่ว่าเครื่องมือที่ Facebook กำลังจะออกมานี้ อาจจะสร้างขึ้นมาเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมที่ซับซ้อนและย้อนแย้งของมนุษย์ให้ดีขึ้นก็เป็นได้