Case Study

zealotzephyr September 8, 2018

ไม่อยากเสียส่วนแบ่งให้ Google ผู้เล่น Fortnite Android ต้องติดตั้งเกมด้วยตัวเอง

เหตุผลหลักที่ใครต่อใครหันมาเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนกันมากขึ้น ก็คือการใช้งานที่สะดวก และง่าย แต่ยังทำงานได้ใกล้เคียงเท่าคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเรื่องการดาวน์โหลดแอปหรือเกมนั้นสามารถทำได้เพียงแค่ไม่กี่ขั้นตอน ก็ได้แอปมาใช้งานแล้ว แต่ถ้าเกิดนักพัฒนาแอปหันมาทำแอปแล้วไม่ได้ลงให้ดาวน์โหลดในช่องทางหลักอย่าง Store ต่าง ๆ ล่ะ มันจะส่งผลต่ออะไรบ้าง และวันนี้เรามี case study จากเกม Fortnite มาฝากกัน

Fortnite สุดยอดเกม Battle Royale ที่ดาวน์โหลดผ่าน Play Store ไม่ได้

Tim Sweeney ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัท Epic Games ผู้พัฒนา Fortnite หรือเกมแนว Battle Royale ที่มาแรงสุด ๆ ในขณะนี้ ได้ออกมาแถลงว่า ตัวเกมในเวอร์ชั่นที่ลงสมาร์ทโฟน Android จะไม่มีให้ดาวน์โหลดผ่าน Google Play Store เหมือนกับแอปทั่วไป แต่ผู้เล่นนั้นจะต้องทำการดาวน์โหลดไฟล์ .apk จากเว็บไซต์ของเกมมาติดตั้งลงสมาร์ทโฟนเอง

โดย Epic Games นั้นก็ได้ยอมรับแบบตรง ๆ ว่า ส่วนแบ่งรายได้ในอัตราส่วน 70:30 (Epic Games ได้ 70% ส่วน Google ได้ 30%) สำหรับค่า in-app purchases จากการลง Play Store (การซื้อไอเทมโดยตรงในเกมนั้น) ส่งผลให้ ทีมงานสูญเสียรายได้มากเกินไป และไม่เพียงพอต่อการนำมาใช้ลงทุนพัฒนา รวมถึงทำการสนับสนุนตัวเกม เนื่องจากเกมนี้ถูกนำลงหลายแพลตฟอร์ม

ซึ่ง Epic Games ก็ได้ให้อีกเหตุผลว่า ต้องการให้ตัวเกมเชื่อมต่อกับผู้ใช้โดยตรง เหมือนตอนที่ลงเกมในพีซีผ่าน Epic Games Launcher โดยไม่ผ่านโปรแกรมจัดการ และจัดจำหน่ายเกมชื่อดังอย่าง Steam นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามมีแพลตฟอร์มที่ไม่สามารถทำได้ เช่น iOS และเกมคอนโซลอย่าง PS4, Xbox One และ Nintendo Switch

ยอมลงเองก็ได้ ถ้านายเจ๋งจริง

fortnite-2

สำหรับเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่ทำให้นักพัฒนา และผู้จัดจำหน่ายหลายคนที่พัฒนาแอปลง Google Play Store หันมาเลือกวิธีให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดไฟล์มาติดตั้งเองแทนเพื่อจะลดการสูญเสียส่วนแบ่ง แต่ต้องอย่าลืมว่า สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปแล้ว การค้นหาแอปใน Play Store โดยตรงแล้วดาวน์โหลดมาติดตั้งนั้นง่ายมาก ๆ เมื่อเทียบกับการดาวน์โหลดไฟล์ .apk แล้วมาติดตั้งด้วยตัวเอง

ซึ่งในกรณีนี้ เสียงตอบรับของเกมเมอร์หลายคนก็ไม่ได้ไปในทิศทางด้านลบเท่าใดนัก เพราะว่าเกมนี้เป็นเกมที่ “เจ๋งจริง” จะออกมาให้โหลดแบบไหนก็จะตามไปเล่นกัน เรื่องนี้จึงสามารถใช้เป็นกรณีศึกษาสำหรับคนทำคอนเทนต์ประเภทแอปได้ว่า “เนื้อหาที่ดีต้องมาก่อน” และต่อจากนั้นคุณจะเป็นคนกำหนดทิศทางเอง

ที่มา : 9to5google