NewsSocial

Avatar

Nokkaew February 26, 2018

Google Chrome เริ่มจัดการ Block โฆษณาที่เข้าข่ายรบกวนผู้ใช้มากเกินไป

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา Google Chrome เริ่มใช้ฟีเจอร์ ad blocker ที่พัฒนาโดย Google เอง เพื่อกันโฆษณาที่น่ารำคาญจะไปรบกวนผู้ใช้ โดยฟีเจอร์นี้ built-in มากับ Google Chrome ที่อัปเดตใหม่ เรียกว่าใครใช้ Google Chrome ก็จะมี ad blocker ติดมาให้เรียบร้อย

ผู้ที่ลงโฆษณาไม่จำเป็นต้องกังวลไป Google ไม่ได้มีแผนที่จะนำโฆษณาทั้งหมดออก แต่เค้าจะช่วยให้ผู้ใช้งานเล่นเน็ตได้อย่างราบรื่นโดยการไม่แสดงโฆษณาที่ค่อนข้างรบกวนผู้ใช้มากเกินไป อย่างเช่น แบนเนอร์ที่โคตรใหญ่เต็มหน้า, วิดีโอเสียงที่เล่นอัตโนมัติ ,โฆษณาที่กระพริบจนน่ารำคาญ เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะดูน่ารำคาญแล้ว ยังเปลืองเน็ตคนเข้าเว็บไปอี๊กกก

 

โดย Google เค้าจะประเมินว่าโฆษณานั้นผ่านหรือไม่ผ่าน ด้วยมาตรฐานของ Coalition for Better Ads เจ้าของเว็บสามารถเข้าไปทดสอบโฆษณาของเว็บไซต์ตัวเองกันได้ที่ Web Tools

ในช่วงแรกนั้น Google จะแจ้งเตือนว่าโฆษณาของเว็บไซต์นั้นๆ เข้าข่ายที่จะโดนบล็อค หากเจ้าของเว็บไซต์ไม่จัดการภายใน 30 วัน โฆษณาบนเว็บไซต์ถึงจะโดนบล็อค

 

ความเจ๋งคือการบล็อคระดับเน็ตเวิร์ค

ถ้าใครเคยติดตั้งพวกโปรแกรมที่ช่วยเอาโฆษณาออกทั้งหลาย การทำงานส่วนใหญ่ที่คือการแค่ทำให้เราไม่เห็นโฆษณานั้น แต่สคริปต์ต่างๆ ของโฆษณาก็ถูกโหลดขึ้นมาอยู่ดี

แต่ของ Chrome เจ๋งกว่านั้นคือ เมื่อผู้ใช้เข้าหน้าเว็บไซต์ Chrome จะตรวจสอบหน้านั้นว่าผ่านมาตรฐานของ Better Ads หรือไม่ ซึ่งถ้าไม่ผ่าน Chrome จะดักตั้งแต่โหลด request ต่างๆ รูปภาพ, โค้ด JavaScript เพื่อที่จะไม่ให้โหลดโฆษณาพวกนี้มาตั้งแต่แรก

 

สิ่งที่ผู้ใช้เห็น เมื่อเข้าเว็บที่มีโฆษณาถูกบล็อค

เมื่อผู้ใช้พบโฆษณาที่โดนบล็อค Google Chrome จะแจ้งผ่าน pop-up เล็กๆ ว่า หน้าเว็บที่อ่านอยู่นั้น มีโฆษณาที่โดนบล็อคอยู่ ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกให้โฆษณานั้นโหลดขึ้นมาได้ด้วย ถ้าต้องการ

สำหรับใครใช้ Google Chrome หรืออยู่ในแวดวงโฆษณา น่าจะรู้จัก Extension ที่ชื่อว่า AdBlock กันเป็นอย่างที่ดี ที่เมื่อผู้ใช้ติดตั้งเจ้านี่ลงไปจะทำให้โฆษณาไม่แสดงขึ้นมา ซึ่งในส่วนนี้เป็นปัญหาทั้งเจ้าของเว็บไซต์และคนที่ลงโฆษณา

ความน่าเซ็งคือ AdBlock เนี่ย เค้ามีโมเดลการหารายได้โดยการที่ให้แบรนด์จ่ายเงินมาที่เค้า เพื่อที่เค้าจะทำการยกเลิกการ Block ของโฆษณาแบรนด์นั้นให้ เรียกว่าแบรนด์ก็ต้องเสียเงินทั้งค่าโฆษณา และค่ายกเลิกการ Block ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่ออกจะดูเทาๆ ไปหน่อย

ในส่วนนี้ดูเหมือนเป็นความหวัง ถ้าหากว่า Web Browser ทุกเจ้ามีมาตรฐานการ Block โฆษณาที่จริงจังชัดเจน ทำให้ผู้ใช้งานเข้าเว็บไซต์ได้อย่างราบรื่น อาจส่งผลให้ผู้ใช้พึ่งพา AdBlock น้อยลง และจะเป็นผลดีกับทุกวงการ

Google Chrome เองนั้นก็เป็น Web Browser ที่กิน Market Share อยู่ที่ 56% จากทั้งโลก ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เยอะมาก คนทำเว็บไซต์และโฆษณาจะต้องปรับตัวตามการอัปเดตทุกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา – www.theverge.comblog.chromium.orgwww.betterads.org