
เมื่อเสียงที่ใครหลายคนรักและคิดถึง…กลับมาพูดกับผู้ชมอีกครั้ง เพื่อชวนคนไทยร่วมทำบุญแบบ “คิดถึงสุขภาพพระ” กลายเป็นโฆษณาที่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์ หลัง สสส. เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่เลือกใช้เทคโนโลยี Generative AI สร้างภาพและเสียงของศิลปินและนักแสดงผู้ล่วงลับ ให้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ผ่านบรรยากาศงานวัดไทยย้อนยุคที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความทรงจำ
ภายในคลิปมีการปรากฏตัวของบุคคลระดับตำนานหลายคน ไม่ว่าจะเป็น คุณเศรษฐา ศิระฉายา, คุณสรพงศ์ ชาตรี และคุณยอดรัก สลักใจ สามศิลปินผู้ล่วงลับที่ยังคงอยู่ในใจทุกคน ที่มาร่วมบอกบุญใหญ่ ผ่านสร้างขึ้นใหม่ผ่าน AI ทั้งภาพ เสียง และลักษณะการพูด เพื่อร่วมส่งต่อข้อความรณรงค์เกี่ยวกับสุขภาพพระสงฆ์
ความน่าสนใจของโฆษณาชิ้นนี้ ไม่ได้อยู่แค่ความสมจริงของเทคโนโลยี แต่คือการหยิบความคิดถึงมาเป็นเครื่องมือสื่อสารหลัก ผ่านใบหน้าและน้ำเสียงของคนดังในความทรงจำ ที่ผู้ชมจำนวนมากเติบโตมาพร้อมกัน จนทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปยังช่วงเวลาบางอย่างในอดีตอีกครั้ง
โดยสารสำคัญของแคมเปญคือการรณรงค์ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระที่ต้องการชวนให้คนไทยหันมาใส่ใจอาหารที่ถวายพระมากขึ้น หลังข้อมูลด้านสุขภาพพบว่า พระสงฆ์ไทยจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ไม่ว่าจะเป็น
- เบาหวาน
- ความดันโลหิตสูง
- โรคไขมันในเลือดสูง
- โรคอ้วน
ที่เกิดจากพฤติกรรมการฉันอาหารรสหวาน มัน และเค็มมากเกินไป และสำหรับ สสส. หรือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ผลักดันงานรณรงค์ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไทย ผ่านการสื่อสารสาธารณะในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญงดเหล้า ลดบุหรี่ สุขภาพจิต อุบัติเหตุบนท้องถนน ไปจนถึงประเด็นสุขภาพใกล้ตัวที่คนในสังคมอาจมองข้าม
ทำให้การเลือกทำโฆษณาชุด “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” จึงเกิดขึ้นจากความต้องการสื่อสารปัญหาโรค NCDs ในพระสงฆ์ไทย ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ค่อยถูกพูดถึงในวงกว้าง โดยเฉพาะพฤติกรรมการถวายอาหารที่มีรสหวาน มัน และเค็มมากเกินไป ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของพระสงฆ์ในระยะยาว แทนที่จะเลือกเล่าเรื่องแบบรณรงค์ตรงไปตรงมา สสส. จึงใช้ความคิดถึง เป็นเครื่องมือสื่อสาร ผ่านการนำศิลปินและนักแสดงในตำนานกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งด้วย AI เพื่อให้ข้อความเรื่องสุขภาพเข้าถึงผู้คนในเชิงอารมณ์มากขึ้น และทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า การตักบาตรไม่ใช่แค่การทำบุญ แต่คือการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ไปพร้อมกันนั่นเอง
และเนื่องจากพระสงฆ์ไม่สามารถเลือกอาหารได้เอง อาหารจากการตักบาตรหรือถวายเพลจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง ทำให้แคมเปญนี้พยายามเปลี่ยนมุมมองของ การทำบุญให้กลายเป็นการดูแลสุขภาพไปพร้อมกัน ผ่านแนวคิดง่ายๆ อย่าง ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม และเลือกอาหารที่เหมาะสมต่อสุขภาพพระสงฆ์มากขึ้น
ซึ่งอีกหนึ่งจุดที่หลายคนพูดถึง คือการที่โฆษณาระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การใช้ภาพและเสียงของศิลปินทั้งหมด ได้รับอนุญาตจากครอบครัวหรือผู้ดูแลผลประโยชน์อย่างถูกต้อง ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญในยุคที่สังคมเริ่มตั้งคำถามเรื่องจริยธรรมของ AI และการนำผู้ล่วงลับกลับมาปรากฏตัวบนสื่ออีกครั้ง
ท้านที่สุดแล้วโฆษณาชิ้นนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงหนังรณรงค์ด้านสุขภาพทั่วไป แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังกลายเป็นเครื่องมือใหม่ในการเล่าเรื่อง ที่สามารถเชื่อมโยงทั้งความทรงจำ อารมณ์ และประเด็นทางสังคมเข้าไว้ด้วยกัน จนเกิดเป็นงานโฆษณาที่ทั้งสร้างแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ และชวนให้ผู้ชมกลับมาทบทวนพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวันอีกครั้งนั่นเอง
