Meta เปลี่ยน Instagram Stories! เปิด Spin View ให้ผู้ชมหมุนมือถือดูมุมมองจากแว่น AI พร้อมอัปเดตโหมด Multi-Cam และเครื่องมือตัดต่อใหม่!

Meta เดินหน้าต่อยอด AI Glasses อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอัปเดตฟีเจอร์ใหม่บน Instagram Stories สำหรับผู้ใช้งาน Ray-Ban Meta, Oakley Meta และ Meta Glasses ซึ่งได้เพิ่มรูปแบบการรับชมแบบอินเทอร์แอกทีฟ การซิงก์วิดีโอจากหลายมุมกล้อง และเครื่องมือตัดต่อที่ออกแบบมาสำหรับฟุตเทจจากแว่น AI โดยเฉพาะ เพื่อให้การสร้างคอนเทนต์แบบ Hands-free มีความสมจริงและเล่าเรื่องได้หลากหลายมากขึ้น

โดยการอัปเดตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Meta กำลังพยายามสร้าง Use Case ใหม่ให้กับ AI Glasses จากเดิมที่ถูกมองเป็นอุปกรณ์สำหรับถ่ายภาพหรือวิดีโอ สู่การเป็นอุปกรณ์สร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากวิดีโอจากแว่น AI มีจุดเด่นคือการถ่ายทอดมุมมองแบบ First-person Perspective หรือมุมมองเดียวกับสายตาของผู้สวมใส่ ซึ่งแตกต่างจากการถ่ายด้วยสมาร์ตโฟนทั่วไป จึงต้องมีเครื่องมือที่ช่วยให้การเล่าเรื่องและการรับชมรองรับประสบการณ์รูปแบบใหม่นี้มากขึ้น

โดยการอัปเดตหลักครั้งนี้ประกอบด้วย 3 ฟีเจอร์สำคัญ คือ

Spin View เปลี่ยน Stories

ฟีเจอร์ Spin View ผ่าน Instagram Stories ให้ผู้ใช้งานสร้างอินเทอร์แอกทีฟได้ง่ายขึ้น โดยการหมุนสมาร์ตโฟนเพื่อแพนดูภาพจากมุมมองทั้งหมดของผู้สวมแว่น แทนการรับชมวิดีโอแนวตั้งเพียงเฟรมเดียว ช่วยให้ผู้ติดตามสำรวจบรรยากาศรอบตัวได้เสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง เหมาะกับคอนเทนต์ท่องเที่ยว กีฬา อีเวนต์ หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการถ่ายทอดประสบการณ์มากกว่าภาพเพียงด้านเดียว

Multi-Cam Sync

อีกหนึ่งฟีเจอร์คือ Multi-Cam ที่ช่วยซิงก์วิดีโอจากแว่น AI และสมาร์ตโฟนเข้าด้วยกันโดยอัตโนมัติ ทำให้ครีเอเตอร์สามารถเล่าเรื่องผ่านทั้ง มุมมองจากสายตาของผู้สร้าง หรือ First-person และ มุมกล้องภายนอก แบบ Third-person ได้ในเวลาเดียวกัน พร้อมเลือกรูปแบบการแสดงผลได้ทั้งแบบ Stacked และ Floating ช่วยให้การเล่าเรื่องมีมิติมากขึ้น และทำให้ผู้ชมเข้าใจบริบทของเหตุการณ์ได้ง่ายกว่าเดิม

Stories Editing Tools

นอกจากนั้น Native Stories Editing Tools สำหรับฟุตเทจจาก AI Glasses โดยเฉพาะ ผู้ใช้สามารถปรับเฟรมภาพใหม่ (Reframe) ปรับความเร็ววิดีโอ (Playback Speed) และควบคุมสมดุลระหว่างเสียงบรรยากาศกับ Voiceover ได้ภายใน Instagram โดยตรง ลดขั้นตอนการส่งออกคลิปไปตัดต่อผ่านแอปอื่น และช่วยให้การเผยแพร่คอนเทนต์ทำได้รวดเร็วขึ้น

อีกทั้ง Meta ระบุว่า การอัปเดตทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม Creative Flexibility ให้กับผู้ใช้งาน และช่วยเปลี่ยนฟุตเทจที่ถ่ายแบบ Hands-free ให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่ดูเป็นธรรมชาติ น่าสนใจ และสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ชมได้มากขึ้น ผ่านทั้งรูปแบบการรับชมใหม่ การซิงก์หลายมุมกล้อง และเครื่องมือตัดต่อที่ทำงานได้ครบภายใน Instagram Stories

ท้ายที่สุดแล้วสำหรับวงการครีเอเตอร์ การอัปเดตครั้งนี้อาจเป็นอีกสัญญาณสำคัญว่า คอนเทนต์จาก AI Glasses กำลังถูกยกระดับให้เป็นรูปแบบคอนเทนต์เฉพาะบนโซเชียลมีเดีย มากกว่าจะเป็นเพียงวิดีโอที่บันทึกจากอุปกรณ์สวมใส่ เพราะเมื่อแพลตฟอร์มเริ่มออกแบบฟีเจอร์ให้รองรับประสบการณ์แบบ First-person โดยตรง ก็อาจเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์สร้างสรรค์รูปแบบการเล่าเรื่องใหม่ ๆ ที่สมจริงและชวนให้ผู้ชมมีส่วนร่วมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสายท่องเที่ยว กีฬา ไลฟ์สไตล์ หรือ Vlog

ซึ่งเป็นอีกก้าวที่สะท้อนว่า Meta กำลังผลักดันให้ AI Glasses กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักของ Creator Economy ในอนาคต ไม่ใช่แค่ฮาร์ดแวร์สำหรับบันทึกภาพเท่านั้น แต่เป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับการสร้าง ตัดต่อ และเผยแพร่คอนเทนต์ได้ครบภายในแพลตฟอร์มเดียว

ที่มา: https://www.instagram.com/p/DaN72YWG5nC/?utm_source=ig_web_copy_link&igsh=MzRlODBiNWFlZA==

Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save