iCreatorTikTokVideo

Avatar

Nutn0n February 26, 2020

สรุป Trend คลิปวิดีโอสั้นมาแรงแค่ไหน TikTok คืออะไร และเทคนิคจากชงนม และ พิม SWEAT 16

วิดีโอ ยังคงเป็นคอนเทนต์ที่มาแรงเสมอต้นเสมอปลาย แต่ธรรมชาติของการรับชมวิดีโอก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่เราชมภาพยนตร์กันความยาวสองชั่วโมง เป็นละครทีวี ซีรีส์ เริ่มมาเป็น YouTube, Netflix ที่สามารถดูเมื่อไหร่ก็ได้ และเมื่อยุคของ Smartphone และ 4G มาถึง การรับชมวิดีโอได้เปลี่ยนมาอยู่ในรูปของหน้าจอสี่เหลี่ยมแนวตั้งมากขึ้น วันนี้ iCreator Meetup ในหัวข้อ วิดีโอสั้น พาทุกคนเข้ามาชมโลกที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นโลกที่หลายคนยังเข้าไม่ถึง แต่มีปริมาณของเรื่องราวและสิ่งที่เกิดขึ้นมหาศาล ทีมงานได้สรุปสิ่งที่น่าสนใจของงาน Meetup ในครั้งนี้มาให้ทุกคนได้อ่านย้อนหลังกัน

งานนี้จัดขึ้นที่ DTAC สำนักงานใหญ่จามจุรีสแควร์ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ให้ในการ Meetup ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการจัด iCreator Meetup กันนอกสถานที่ และคุณจีระภา สุริสุข บรรณาธิการ RAiNMaker มาสรุปเทรนด์วิดีโอสั้นที่น่าสนใจมาฝาก

1. วิดีโอสั้นคือ วิดีโอที่มีความยาวเพียง 3 – 20 วินาที

สมกับชื่อวิดีโอสั้น เพราะมีความยาวเพียง 3-20 วินาทีเท่านั้น ซึ่งต้นกำเนิดของมันมาในช่วงเดียวกับ Story ซึ่งเป็นรูปแบบของคอนเทนต์แนวตั้งที่ให้คนอื่นรู้ว่าเรา ทำอะไรอยู่ที่ไหน มองเห็นอะไร ด้วยพัฒนาการของกล้องโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต วิดีโอสั้นจึงเป็น Instagram ในรูปแบบของวิดีโอนั่นเอง หลังจากนั้น รูปแบบของวิดีโอสั้นก็ได้เริ่มมีพัฒนาการขึ้นเช่นกัน สามารถตัดต่อ ใส่ Effect และเรียบเรียงให้มีความน่าสนใจมากขึ้นได้ หลายคนอาจจะทันยุคของ Vine ที่เป็นวิดีโอทำคลิปขำ ๆ แต่หลังจากนั้น TikTok ก็เป็น Platform ที่ปลุกกระแสวิดีโอสั้นขึ้นมาอย่างฉุดไม่อยู่อีกครั้ง ในขณะที่คอนเทนต์บน Facebook เองก็รับอิทธิพลความนิยมตามไปด้วย

2. คนไทยใช้เวลากว่า 35 นาทีต่อวัน เพื่อชมวิดีโอสั้น

สถิติจาก TikTok พบว่า คนไทยใช้เวลาดูคลิปต่อวันเฉลี่ยถึง 35 นาที ซึ่งถ้าเฉลี่ยให้ทุกคลิปมีความยาว 10 วินาที แปลว่าคนไทยดูคลิปถึง 35 คลิปต่อวัน ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ว่า แม้ว่าคลิปจะสั้น แต่คนก็ใช้เวลาต่อ 1 การดูเยอะ อาจจะมากกว่าไถ Feed Facebook อีก

แปลว่าคลิปสั้นนั้น ธรรมชาติของมันคือการดูเป็นช่วง ๆ ช่วงละหลายนาที และปัดผ่านไปเรื่อย ๆ คลิปไหนสนใจก็กดดู ไม่สนใจก็ข้าม (คล้ายกับ Story) แต่ทำไม TikTok ถึงเป็น Platform ที่น่าสนใจขนาดนี้ ต้องข้ามไปอ่านข้อต่อไป

3. คำอธิบายง่าย ๆ ของ TikTok คือ Story ที่ไวรัลได้ เหมือน Twitter เพราะมีระบบ #

สิ่งที่น่าสนใจของ TikTok คือ การทำวิดีโอที่ไวรัลได้ อันนี้อยากให้นึกถึงระบบของ Twitter ที่แม้ว่าเราจะไม่ได้มีผู้ติดตามหรือมี Friend เยอะมาก แต่ถ้าเราเข้าไปอยู่ในจุดที่ถูกที่ถูกเวลา ซึ่งก็คือ # ก็จะทำให้เราสื่อสารกับคนจำนวนมากที่กำลังดู # นั้นได้โดยที่เราไม่ต้องเป็น Friend หรือ Follower กัน

คนที่ขึ้นมาเล่าเรื่องนี้ก็คือ สมม๊าค หรือ SOMMARKZ Creator ไทยที่เข้าไปศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้งาน TikTok ในไทยผ่านการทำคอนเทนต์และนำตัวเองเข้าไปเป็นคอนเทนต์ด้วยเอง นอกจากผลงานคลิป มุก มีม ต่าง ๆ แล้ว สมม๊าคยังมีแนวคิดการทำ TikTok มาแชร์ให้เราฟัง

  • ความเป็นคอนเทนต์เต็มจอและแนวตั้งของ TikTok ทำให้คนโฟกัสกับเนื้อหามาก
  • ในช่วง 1-2 วินาทีแรกก็แทบจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนตัดสินใจว่าจะดูคลิปต่อหรือไม่ดูคลิปต่อ
  • ทำคลิปบน TikTok อย่าใช้สมองมาก ทำไป ไม่ต้องกลัว ถ้ามันจะไวรัลเดี๋ยวมันไวรัลเอง แค่ให้แน่ใจว่าเราอยู่ถูกที่
  • ฟีเจอร์ของ TikTok มีเยอะกว่าที่เราคิด ตั้งแต่นำคลิปมาเรียงต่อกัน หรือการทำ Battle กับคลิปต้นฉบับ นอกจาก Effect ต่าง ๆ แล้ว ฟีเจอร์พวกนี้ยังสงผลให้เกิดการ Interact กันในรูปแบบที่แตกต่างออกไป

4. คอนเทนต์ส่วนมากของวิดีโอสั้น จะเป็นเนื้อหาเบาสมอง มุก เต้น แต่ก็มีการพยายามดันให้เนื้อหาอื่น ๆ เข้ามามากขึ้น เป็นโอกาสของเรา เริ่มก่อนได้เปรียบก่อน

เนื้อหาเบาสมองที่ว่าไม่ใช่ทำไปแบบไม่คิด แต่คือการไม่ยึดติดกับ Production หรือรูปแบบความจริงจังอะไรมากมายนัก เวลาที่เราทำคอนเทนต์บน Facebook เราอาจจะนึกถึงความจริงจังต้องคิดเยอะ ในขณะที่บน TikTok ต้องอย่าคิดเยอะ เต้น เล่นมุก อะไรไปหรือทำอะไรที่มีความน่าสนใจและสร้างความบันเทิง วิดีโอสั้นคือความบันเทิง ในขณะที่เนื้อหาสาระอื่น ๆ TikTok ก็พยายามดึงเข้ามา เช่น ติว สาระ ต่าง ๆ ดังนั้นใครที่มีไอเดียจะทำคลิปสั้นไม่ว่าจะบน Platform อะไรก็ตาม ต้องลอง และเริ่มก่อนได้เปรียบก่อน

5. สรุปเทคนิคจากเพจ ชงนม และ พิม SWEAT 16

นอกจากนี้แล้ว ทีมงานยังได้เชิญเพจ ชงนม และ พิม SWEAT 16 มาพูดคุยถึงเบื้องหลังประสบการณ์การทำวิดีโอสั้น โดยทั้งสองเริ่มต้นจาก Platform บน Facebook เหมือนกัน ชงนม แทบจะเป็นผู้แรก ๆ ที่เข้ามาทำคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอสั้น ส่วนพิม ในฐานะไอดอล จากที่ไอดอลหลาย ๆ คนใช้วิธีการถ่ายรูป อัพ Story แต่ พิม เลือกที่จะทำคลิป ทำคอนเทนต์ ตัดต่อ เป็นคอนเทนต์ที่แตกต่างออกไป

  • พิมบอกว่าเทคนิคของตัวเองคือการหาไอเดียแล้วจดเอาไว้ ว่าอยากทำอะไร และทำอย่างสม่ำเสมอ มีตารางให้กับตัวเอง
  • ชงนม เล่าว่า ตัวเองเลือกที่จะทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพที่สุด ถ้าดูแล้วไม่ฮาก็จะไม่ลง ไม่ดีก็จะไม่ลง เพราะเราอาจจะได้ยอด Reach ยอด View แต่สิ่งที่สำคัญจริง ๆ คือจำนวนคนที่แชร์คอนเทนต์นั้นไปเพื่อกระจายความบันเทิง
  • สรุปเลยก็คือ การทำวิดีโอสั้นเป็นทักษะใหม่ แม้จะสั้นแต่ต้องอาศัยความคุ้นชินกับ Platform และจับทางคนให้ได้

นั่นคือสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่า วิดีโอสั้นนั่นเป็นหนึ่งใน Trend ที่ตอนนี้จริง ๆ ก็มาแรงแล้ว แต่โอกาสที่เราจะเข้าไปจับจองพื้นที่ ก็ยังคงมีอยู่ และรูปแบบนี้ถ้ายังทำไม่ได้เราอาจจะกลายเป็นว่าตามไม่ทันเพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวิดีโอสั้นคือเนื้อหาแห่งอนาคตในโลก 4G และ 5G ที่กำลังจะมา นอกจากคอนเทนต์จริงจังแล้ว ก็ยังมีรูปแบบวิดีโอสั้นที่คอยมาเป็นคอนเทนต์เบาสมองในโลกที่วุ่นวาย

เรียบเรียงโดย ทีมงาน RAiNMAKER