
Session: Social Spy ภารกิจลับ จับสัญญาณคู่แข่ง
โดย กล้า ตั้งสุวรรณ CEO at Wisesight
หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยในองค์กรคือ นักการตลาดและผู้บริหารมักมองข้อมูลคนละมุม
แม้จะใช้ชุดข้อมูลเดียวกันก็ตาม ทำให้หลายครั้งการตัดสินใจทางธุรกิจไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ตลาดกำลังส่งสัญญาณอยู่จริง
โดยข้อมูลที่นักการตลาดใช้งานในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

- Own Data: ข้อมูลของแบรนด์ เช่น ยอดขาย ผลลัพธ์แคมเปญ หรือข้อมูลสินค้า
- Competitor Data: ข้อมูลของคู่แข่ง เช่น Followers, Engagement และ Performance บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ
- Market & Other Data: ข้อมูลตลาด เทรนด์ และพฤติกรรมผู้บริโภค
ที่ผ่านมาหลายองค์กรให้ความสำคัญกับ Own Data เป็นหลัก โดยเฉพาะการทำ Monthly Report
หรือการวัดผลแคมเปญ แต่เมื่อการแข่งขันในตลาดเข้มข้นขึ้น การดูเพียงข้อมูลของตัวเองอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
เพราะสุดท้ายแล้ว นักการตลาดต่างต้องการคำตอบจากคำถามเดียวกันว่า
- แคมเปญที่ทำอยู่เวิร์กหรือไม่?
- รูปแบบไหนให้ผลลัพธ์ดีที่สุด?
- เรายังสามารถปรับปรุงอะไรได้อีก?
- คู่แข่งกำลังทำอะไรอยู่?
- ตลาดกำลังเคลื่อนไปในทิศทางไหน?
ในขณะที่มุมมองของผู้ประกอบการหรือผู้บริหารมักจะมองข้อมูลผ่าน 3 คำถามสำคัญ ได้แก่
- Good or Bad? ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นดีหรือแย่
- Better or Worse? ดีขึ้นหรือแย่ลงจากเดิม
- Threat or Opportunity? สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือโอกาสหรือความเสี่ยง

และคำตอบของคำถามเหล่านี้จะไม่มีทางชัดเจนได้เลย หากไม่มีข้อมูลจากคู่แข่งมาใช้เปรียบเทียบ จึงนำเสนอแนวคิด Better or Best Matrix
ซึ่งใช้การวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ การเปรียบเทียบกับอดีตของตัวเอง และการเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาด
เมื่อมองผ่านกรอบนี้ จะเกิดสถานการณ์สำคัญที่นักการตลาดควรจับตา ได้แก่
- ดีขึ้นจากอดีต แต่ยังตามหลังคู่แข่ง: แปลว่ากลยุทธ์กำลังมาถูกทาง แต่ยังต้องเร่งสปีดให้มากขึ้น
- ผลงานแย่ลง แต่ยังนำคู่แข่งอยู่: ต้องระวังการเปลี่ยนแปลงของตลาด และรักษาความได้เปรียบเอาไว้ให้ได้นานที่สุด
- แย่ลงทั้งจากอดีตและเมื่อเทียบกับคู่แข่ง: เป็นสัญญาณชัดเจนว่าถึงเวลาต้องปรับกลยุทธ์อย่างจริงจัง
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่การฟังเสียงของลูกค้า แต่คือการ “ฟังคู่แข่ง” ให้เป็น เพราะข้อมูลของเราเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่ากำลังชนะหรือแพ้อยู่ในสนามแข่งขัน
เพื่อช่วยให้นักการตลาดเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น Wisesight จึงพัฒนา Brand Scan เครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ข้อมูลบน Meta, TikTok, X และ YouTube ที่ช่วยให้เห็นภาพการแข่งขันได้รอบด้านมากขึ้น โดยสามารถติดตามข้อมูลสำคัญได้ทั้ง
- Top Post ของแต่ละแบรนด์
- Own Brand Performance
- Earned Media
- Paid Ads ของคู่แข่ง
- Influencer Activity
- Social Score และ Benchmark
จุดเด่นสำคัญคือการรวบรวมข้อมูลสาธารณะที่กระจายอยู่บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ มาประมวลผล
ให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถนำไปใช้งานเชิงกลยุทธ์ได้ทันทีไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ว่า
- คู่แข่งใช้งบโฆษณาเท่าไร
- ลงโฆษณาในช่วงเวลาใด
- ใช้คอนเทนต์รูปแบบไหน
- Creative แบบใดทำผลงานได้ดี
- ให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์มใดมากที่สุด
รวมถึงยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจาก Google และแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่น ๆ เพื่อสร้างภาพรวมของตลาดและการแข่งขันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
นอกจากข้อมูลของแบรนด์แล้ว อีกหนึ่งส่วนที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ Influencer Data ซึ่งช่วยให้แบรนด์เข้าใจว่า Creator หรือ Influencer คนใดกำลังสร้าง Engagement ให้กับตลาด และสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้วางแผนกลยุทธ์ KOL หรือ Influencer Marketing ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ฟีเจอร์ Social Matrix ยังช่วยให้แบรนด์สามารถเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างตัวเองและคู่แข่งได้โดยตรง พร้อมดึงข้อมูลออกไปต่อยอดเป็น Dashboard หรือ Framework สำหรับการวางกลยุทธ์ในระดับองค์กรได้อีกด้วย
ท้ายที่สุดแล้ว ข้อมูลจะไม่มีความหมายเลย หากไม่มีบริบทให้เปรียบเทียบ เพราะการรู้เพียงว่าตัวเองทำได้ดีขึ้น อาจยังไม่เพียงพอ หากคู่แข่งกำลังวิ่งเร็วกว่าหลายเท่า
ดังนั้น ในโลกที่การแข่งขันขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การมี Competitor Data อยู่ในมือจึงเปรียบเสมือนการ “ชนะโดยไม่ต้องรบ” ช่วยให้แบรนด์มองเห็นทั้งโอกาส ความเสี่ยง และช่องว่างทางการตลาดได้ก่อนใคร พร้อมใช้ข้อมูลเป็นเข็มทิศในการวางกลยุทธ์ให้ก้าวนำทั้งคู่แข่งและตัวเองในอดีตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
