
หากใครที่กำลังอยากเป็นครีเอเตอร์แต่ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นจะไปทางไหน ‘สตรีมเมอร์’ คืออีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจ เพราะวงการสตรีมมิ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ โดยการไลฟ์สตรีมเป็นการทำคอนเทนต์แบบเรียลไทม์ ซึ่งในไลฟ์นั้นก็สามารถให้ผู้ชมมีส่วนร่วมได้ตลอดเวลา เช่น การคอมเมนต์, กดไลก์ หรือโดเนทเงินให้กับครีเอเตอร์
โดยคอนเทนต์ในการไลฟ์สตรีมนั้นถือว่าเปิดกว้างมากๆ สตรีมเมอร์สามารถที่จะคิดคอนเทนต์ได้อย่างอิสระไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม, พูดคุยกับผู้ชม ไปจนถึงท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ก็สามารถทำได้ เป็นเหตุให้ในปัจจุบันมีสตรีมเมอร์ที่สร้างชื่อเสียง และมีรายได้มากมายผ่านการไลฟ์สตรีม
แล้วถ้าอยากเป็นสตรีมเมอร์แต่ยังไม่มั่นใจว่าอาชีพนี้สามารถทำเงินได้จริงหรือไม่ และอาชีพนี้มีการเติบโตอย่างไร ซึ่งเราจะมาศึกษาอุตสาหกรรมนี้อย่างเจาะลึกไปพร้อม ๆ กัน ว่าการไลฟ์สามารถสร้างรายได้ รวมถึงทำยังไงให้คอนเทนต์บนไลฟ์สตรีมมีผู้ติดตามมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันนี้ RAiNMaker จะพาทุกคนไปเปิดโลกสตรีมเมอร์ด้วยกัน ไปกันเลย!
ชวนเปรียบเทียบสตรีมเมอร์กับครีเอเตอร์
ความจริงแล้วครีเอเตอร์กับสตรีมเมอร์มีความใกล้เคียงกันอย่างมาก แต่แตกต่างกันที่วิธีการกับแพลตฟอร์มที่ใช้ โดยครีเอเตอร์จะเน้นไปที่การผลิตคอนเทนต์ และเผยแพร่ในช่องทางที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบวิดีโอ, รูปภาพหรือบทความต่าง ๆ ซึ่งแพลตฟอร์มที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็น YouTube, TikTok, Instagram รวมถึง Facebook นั่นจึงทำให้คอนเทนต์สามารถวางแผนการถ่ายทำได้มากกว่า และผู้ติดตามสามารถกลับมาดูคอนเทนต์เหล่านี้ซ้ำได้อีกด้วย
แต่คอนเทนต์ที่สตรีมเมอร์ทำจะเป็นรูปแบบเรียลไทม์ โดยมีการวางแผนก่อนลงมือไลฟ์เช่นเดียวกับครีเอเตอร์ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการทำคอนเทนต์ไม่สามารถคาดเดาได้เลย เพราะฉะนั้นสตรีมเมอร์จึงต้องอาศัยทักษะในการด้นสดมากกว่าครีเอเตอร์ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นความเรียลที่ทำให้ผู้ติดตามสนุกกับการรับชม ทั้งหมดนี้จะสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ติดตาม และสตรีมเมอร์ได้ง่ายกว่าครีเอเตอร์ โดยแพลตฟอร์มที่ใช้ในการสตรีมก็ถือว่ามีจำนวนมาก เช่น Twitch, YouTube Live, Facebook Gaming, TikTok Live เป็นต้น
การเติบโตของวงการสตรีมเมอร์ใน 3 ปีที่ผ่านมา
ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมาวงการสตรีมเมอร์ และไลฟ์สตรีมมิ่งทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของผู้ชม, รายได้ และความหลากหลายของแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทยหรือต่างประเทศโดยการเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ มีดังนี้
- ชั่วโมงการรับชมเพิ่มขึ้น: จากปี 2022 มียอดชมรวม 6 หมื่นล้านชั่วโมง และขยับขึ้นมาเกิน 8.5 หมื่นล้านชั่วโมงในปี 2024 โดยปีต่อมาเพียงไตรมาสแรกก็มียอดเข้าชมแตะเกือบ 3 ล้านล้านชั่วโมง
- การเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์ม: แม้ว่า YouTube Live จะครองอันดับหนึ่ง แต่ TikTok Live ขึ้นมาแซง Twitch ขึ้นเป็นอันดับสองของแพลตฟอร์มสตรีมที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลก สะท้อนว่าผู้ชมรุ่นใหม่หันไปเสพคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น
- การใช้อุปกรณ์ที่หลากหลาย: ผู้ชมผ่านโทรศัพท์เติบโตจาก 52% ในปี 2022 มาเป็น 60% ในปี 2025 ขณะเดียวกันการดูไลฟ์สตรีมผ่าน Smart TV ก็เติบโตขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบปีต่อปี เป็นผลจากความสะดวกสบายของการรับชมบนอุปกรณ์ที่ผู้ใช้สามารถเลือกได้ตามความต้องการ
- มูลค่าตลาดไลฟ์สตรีมมิ่งขยายตัวสูง: มูลค่าตลาดไลฟ์สตรีมทั่วโลกในปี 2024 อยู่ที่ราว 104.9 พันล้านดอลลาร์ (3.3 พันล้านบาท) และคาดว่าจะโตเป็น 2.11 พันล้านในปี และคาดว่าในปี 2033 มูลค่าการตลาดจะเพิ่มสูงถึง 7.12 หมื่นล้านดอลลาห์ (2 ล้านล้านบาท)

เส้นทางรายได้ของสตรีมเมอร์ในแต่ละแพลตฟอร์ม
YouTube
- Super Chat & Super Stickers: ผู้ชมจ่ายเงินเพื่อส่งข้อความ หรือสติกเกอร์เพื่อแชตในไลฟ์สตรีม
- Channel Membership: การสมัครสมาชิกช่อง
- AdSense: รายได้จากโฆษณาที่แสดงบนวิดีโอ และไลฟ์สตรีม
- YouTube Premium Revenue: สตรีมเมอร์จะได้รับส่วนแบ่งเมื่อผู้ใช้ที่สมัคร YouTube Premium เข้ามาดูช่องเรา
- Donation / Sponsorship: ผ่าน Patreon, BuyMeACoffee หรือแบรนด์ที่เข้ามาสนับสนุน
- Facebook Stars: ผู้ชมซื้อดาวส่งให้สตรีมเมอร์ที่ผ่านเกณฑ์ระหว่างไลฟ์
- Level Up Program: เปิดโอกาศให้สตรีมเมอร์สร้างรายได้ด้วยโฆษณา
- In-stream Ads: โฆษณาที่แทรกระหว่างไลฟ์หรือคลิปย้อนหลังในเพจ
- Fan Subscriptions: สมัครสมาชิครายเดือนเพื่อสนับสนุนสตรีมเมอร์
TikTok
- Virtual Gift: ผู้ชมซื้อเหรียญ (Coins) แล้วแลกเป็นของขวัญส่งให้สตรีมเมอร์
- Live Subscription: ระบบสมาชิกใน TikTok Live
- Creator Fund: รายได้จากระบบ TikTok Creator Fund โดยจะได้รายได้จากการมีส่วนร่วมในช่องเช่น ไลค์, คอมเมนต์ หรือการแชร์
- Affiliate: ปักตะกร้าขายสินค้า เพื่อรับค่าคอมมิชั่นจากยอดขายของแบรนด์
Twitch
- Subscription: ผู้ชมสมัครสมาชิกช่องแบบรายเดือน ซึ่งจะนับเป็น Tier ต่าง ๆ โดยจะหักส่วนแบ่งจากแพลตฟอร์มแล้วจ่ายให้สตรีมเมอร์
- Bits / Cheers: สำหรับใครที่ต้องการสนับสนุนด้วยการส่งของขวัญในแชตสามารถซื้อ Bits หรือ Cheers แล้วส่งให้สตรีมเมอร์ได้เลย
- Ads: รายได้จากการแสดงโฆษณาระหว่างไลฟ์สตรีม
- Donation: เงินสนับสนุนนอกระบบ Twitch ผ่าน PayPal / Patreon และอื่น ๆ
นอกจากรายได้ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมเมอร์ยังได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์เช่นเดียวกับครีเอเตอร์ ซึ่งรูปแบบการโปรโมตสินค้าอาจต่างกับครีเอเตอร์เล็กน้อย เพราะส่วนใหญ่สตรีมเมอร์จะทำการโปรโมตสินค้าขณะที่ยังไลฟ์อยู่ และไม่ได้ Hard Sale จนเกินไป เช่น การวางสินค้าไว้ในฉากขณะที่สตรีมอยู่
และอีกหนึ่งสปอนเซอร์ที่สตรีมเมอร์จะได้รับนั่นคือสัญญาการไลฟ์ในแพลตฟอร์ม โดยสตรีมเมอร์ที่มีผู้ติดตามสูงจะได้สิทธ์ในการทำข้อตกลงร่วมกับแพลตฟอร์มในการผูกขาดให้อยู่ในแพลตฟอร์มเหล่านั้น ซึ่งรายได้ที่มาจากสัญญาก็จะมีรายละเอียดที่ต่างกัน เช่น การันตีเงินรายเดือน, ส่วนแบ่งจากการโฆษณา หรือการเป็น Brand Ambassador ทั้งของแพลตฟอร์มเอง และแบรนด์ต่าง ๆ

Case Study จากสตรีมเมอร์ทั่วโลก
Heartrocker
พี่เอก (Heartrocker) คือตัวอย่างสตรีมเมอร์ที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย โดยปัจจุบันมีผู้ติดตามในช่องมากกว่า 9.36 ล้านคน โดยจุดเด่นของพี่เอกคือการเอนเตอร์เทนระหว่างการเล่นเกม และมีการพูดคุยกับผู้ชมขณะไลฟ์สตรีมตลอดเวลา เท่านั้นยังไม่พอคอนเทนต์ของ Heartrocker ได้มีการชวนแขกรับเชิญคนอื่นมาร่วมสนุกด้วยกัน ทำให้คอนเทนต์มีความน่าสนใจ และดึงดูดผู้ชมมากขึ้น
ซึ่งความสำเร็จของสตรีมเมอร์คนนี้ไม่ได้อยู่แค่ในหน้าจอเท่านั้น แต่ยังมีการต่อยอดจนได้คอลแลบกับแบรนด์ต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น Doritos ที่ได้ออกแคมเปญร่วมกับ Heartrocker โดยมีการแจกของรางวัลมากมายจากช่อง ซึ่งได้เสียงตอบรับที่ดีจากแฟนคลับเป็นอย่างมากจนทำให้เกินการคอลแลปอีกครั้ง รวมถึง ROV เกมโทรศัพท์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาในประเทศไทยก็ได้เพิ่มสกิน Heartrocker เพื่อให้แฟนคลับได้
9arm
นายอาร์ม (9arm) สตรีมเมอร์สาย Edutainment ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตามถึง 1.42 ล้านคนใน YouTube คือตัวอย่างของการนำเนื้อหาสาระ มาผสมกับความสนุกเพื่อสร้างอรรถรสอย่างลงตัว โดยคอนเทนต์ของนายอาร์มจะเป็นการแบ่งปันความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เช่น ประวัติศาสตร์, นวัตกรรม หรือความรู้ด้านการทำธุรกิจ ผ่านการพูดคุยที่เป็นกันเอง จึงทำให้ผู้ติดตามรู้สึกผูกพันกับนายอาร์มเหมือนสนทนากับเพื่อน หรือพี่ชายของตัวเองเลยก็ว่าได้ และการมีแฟนคลับที่เหนียวแน่นนี้เองทำให้มีหลายแบรนด์มาร่วมเป็นสปอนเซอร์ให้กับช่อง และได้กระแสตอบรับที่ดีจากแฟนคลับ
เท่านั้นยังไม่พอ นายอาร์มได้เคยมีการจัด Fan Meet ในช่วงปี 2023 ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาของงานจะเป็นการแชร์ประสบการณ์ในการสร้างคอนเทนต์ของเขาตั้งแต่ช่วงแรกจนถึงการผันตัวมาเป็นสตรีมเมอร์ในปัจจุบัน และจากความนิยมของนายอาร์มทำให้ได้มีโอกาศในการเป็นนักแสดงรับเชิญของซีรีย์สาธุที่ออกฉายทาง Netflix
IshowSpeed
ถ้าพูดถึงสตรีมเมอร์ที่กำลังมาแรงในต่างประเทศ ชื่อที่โด่งดังจนฉุดไม่อยู่ในตอนนี้คงต้องเป็น IshowSpeed สตรีมเมอร์ชาวอเมริกาที่มียอด Subscribe ใน YouTube มากถึง 43.8 ล้านคนทั่วโลก โดยคอนเทนต์ไม่ได้มีการเจาะจงว่าทำอะไรเป็นหลัก แต่เน้นไปที่การแสดงคาแรกเตอร์ที่สนุกสนานผ่านการไลฟ์สตรีม ซึ่งทำให้เนื้อหาของในช่องมีความหลากหลาย เช่น การเล่นเกม, การพูดคุยกับแฟนคลับ หรือการออกไปพบปะผ่านไลฟ์สตรีมกับแฟนคลับระหว่างการท่องเที่ยวในแต่ละประเทศ และในครั้งที่ IshowSpeed มาประเทศไทยก็มีหลายคนไปรอเจอสตรีมเมอร์ในดวงใจตามสถานที่ต่าง ๆ ด้วย
การที่สตรีมเมอร์อย่าง IShowSpeed มีอิทธิพลต่อวงการนี้ ทำให้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ธุรกิจระดับโลกต่างให้ความสนใจเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ และทาบทามให้เขาเป็น Brand Ambassador ตัวอย่างเช่น ‘Prime’ แบรนด์เครื่องดื่มชื่อดังจากอเมริกา ก็ได้เลือก IShowSpeed มาร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ หรือ Dick’s Sporting Goods ร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬาอันดับต้น ๆ ของอเมริกาใช้ IshowSpeed ในการเป็นพรีเซนเตอร์ และมีการถ่ายทำโฆษณาร่วมกับนักกีฬาชื่อดังอย่าง Kevin Durant, Tom Brady, Travis Hunter และ Sunny Lee
เท่านั้นยังไม่พอด้วยชื่อเสียงของ IshowSpeed ทำให้มีแขกรับเชิญมากมายไม่ว่าจะเป็น นักร้อง, นักแสดง หรือนักกีฬา ที่มีชื่อเสียงทั่วโลกต่างเคยมาร่วมทำคอนเทนต์ร่วมกับ IshowSpeed สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเป็นสตรีมเมอร์ที่ประสบความสำเร็จสามารถต่อยอดอาชีพไปสู่การเป็น Celebrity ระดับโลกได้
Ninja
สำหรับใครที่ชอบคอนเทนต์แนวเกมคงรู้จัก Ninja สตรีมเมอร์ที่มีฝีมือติดระดับต้น ๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งผู้ติดตามใน YouTube มีจำนวนถึง 23.8 ล้านคน และในขณะเดียวกัน Twitch ของ Ninja มีจำนวนกว่า 19.2 ล้านคน โดยจุดเด่นแน่นอนว่าต้องเป็นลีลาการเล่นเกมที่เหนือชั้น ซึ่งจุดเริ่มต้นของชื่อเสียงมาจากการสตรีมเกม ‘Fortnite’ เรียกได้ว่าผู้ติดตามที่ได้ดูคอนเทนต์ก็สามารถนำเทคนิคเพื่อไปปรับใช้ในแบบฉบับของตัวเอง
และแนวทางการสร้างรายได้ของ Ninja นั้นถือว่ามีหลากหลายไม่ว่าจะเป็น รายได้จากการสตรีม หรือการขายลิขสิทธ์ของตัวเองเพื่อไปปรากฎอยู่ในแบรนด์ต่าง ๆ เช่น Fortnite ได้เพิ่มตัวละครใหม่ที่ใช้ชื่อว่า Ninja หรือค่ายเกมอื่น ๆ เช่น EA (Electronic Art) ก็เคยทำสัญญาให้ไลฟ์สตรีมเพื่อโปรโมท ‘Apex Legend’ หรือแม้แต่ ‘Adidas’ แบรนด์กีฬาระดับโลกก็ได้ออกรองเท้าที่มีการคอลแลปกับ Ninja อีกด้วย

การเตรียมตัวสู่การเป็นสตรีมเมอร์
สำหรับใครที่อยากเป็นสตรีมเมอร์สิ่งที่ควรเตรียมเป็นอันดับแรกนั่นก็คืออุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์, คอมพิวเตอร์,ไมค์ หรือกล้อง ที่สามารถรันโปรแกรมไลฟ์สตรีมได้อย่างลื่นไหล เพราะการไลฟ์แต่ละครั้งนั่นจำเป็นที่จะใช้โปรแกรมที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ต้องเตรียมคอนเทนต์ที่สนใจเพื่อนำเสนอให้ผู้ชม เพราะเราจะสนุกในระหว่างการทำ และสามารถส่งมอบความสนุกนี้ให้กับผู้ชมได้เต็มที่ และสิ่งที่สำคัญคือความสม่ำเสมอในการสตรีมที่ควรมีวันเวลาบอกอย่างชัดเจน ให้ผู้ชมสามารถติดตามผลงานของเราได้อย่างต่อเนื่อง
โดยสรุปแล้วสตรีมเมอร์ถือได้ว่าเป็นอาชีพที่ใช้ความสามารถในการสื่อสารกับผู้ชม และมีการแข่งขันค่อนข้างมากเช่นเดียวกัน แต่ถ้าเกิดเราตั้งใจที่จะเป็นสตรีมเมอร์และทุ่มเทกับการไลฟ์สตรีมซักวันก็จะมีผู้ติดตามเข้ามาเอง และสตรีมเมอร์จะกลายเป็นอาชีพที่สามารถทำเงินได้อย่างต่อเนื่องอย่างแท้จริง สุดท้ายนี้เราขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยากเป็นสตรีมเมอร์ขอให้ช่องและคอนเทนต์ของทุกคนมีผู้ติดตามมากอย่างที่คิดไว้นะ

ที่มา: https://www.garenaacademy.com/job/game-player-caster/streamer ,https://adsterra.com/blog/how-to-make-money-streaming-as-a-streamer/