เทคนิคคอลแลบสร้าง Branding สู่ปรากฏการณ์ Sold Out! โดย อิน สาริน ในงาน The Influencer Journey #3

เทคนิคคอลแลบสร้าง Branding สู่ปรากฏการณ์ Sold Out! Session: The Art of Premium Collaboration สูตรลับการคอลแลบแบบอิน สาริน ที่มากกว่าการเอาชื่อมาวาง โดย อิน สาริน ในงาน The Influencer Journey #3

🤝 อะไรคือความ ‘Premium’ แบบอิน สาริน

  • Premium ไม่ใช่แค่การทำของแพง แต่ต้องสำรวจ Marketing Position ของตัวเองด้วย
  • Premium คือ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าด้วยความใส่ใจ และมีคุณภาพที่ดี

🤝 ‘Collaboration’ แบบไหนที่อิน สารินเลือก

  • ธุรกิจที่ควรเริ่มการคอลแลบแล้ว เหมือนกับการแต่งงานทางธุรกิจ ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
  • ผู้คนไม่ได้ชอบธุรกิจแบบ One Stop Service แล้ว แต่จะชอบความเป็น ’Specialty’ มากขึ้น

🤝 Project Collaboration

นอกจาก Product x Product ก็มีการคอลแลบขึ้นมาเป็นโปรเจกต์ สร้าง Storytelling ให้แบรนด์เล่าหลังบ้านได้

🏥 Health Check Branding

1. Branding ที่ทำให้โปรดักต์ต้องเป็น ‘Tip of Mind’ มีสินค้าแรกที่ลูกค้าจะต้องจำได้ ท่ามกลางคู่แข่งมากมาย
2. Marketing หากมั่นใจว่ามีโปรดักต์ที่ดีแล้ว ก็ต้องมีการ Communication ที่ดีเพื่อส่งต่อลูกค้าด้วย ถึงไม่เก่งเรื่องนี้ก็สามารถหาพาร์ตเนอร์ที่ช่วยทำได้
3. Operation ต้องทำให้หลังบ้านแข็งแรง แคมเปญก็จะแข็งแรงไปด้วย หากขายดีก็ค่อย ๆ เติมคน จนเริ่มมี Base Line ก็ปูหลังบ้านให้โตได้ในระยะยาวเป็นปี หรือสามารถทำ Model Trial ให้ลูกค้าติดแบรนด์แล้ววางแผนต่อ

💡 ธุรกิจเล็กแต่อยากโตต้องเริ่มยังไง

Marketing =/= PR เลยต้องเริ่มจากการทำ Year Plan และ Seasonal ที่แบรนด์จะสามารถมีส่วนร่วมได้ ทั้ง High Season และ Low Season

⏳ เทคนิคการเลือก Partner

1. ต้องตั้ง Opjective ของการ Collaboration ก่อน
2. คำนึงเรื่อง Revenue หรือ Branding หรือ Brand Awareness ว่าข้อไหนสำคัญกับแบรนด์ที่สุดในการคอลแลบ
3. พาร์ตเนอร์ที่คอลแลบแล้วสินค้าสามารถ Get Attention ลูกค้าให้ได้ภายใน 3 วินาที
4. Evaluate Product ได้จากการคอลแลบ แต่ต้องไม่ใช่ท่ายากเกินไป และลูกค้าจินตนาการออก

🇹🇭 Case Study: YOLK Made in Thailand

ที่มีพาร์ตเนอร์ทั้งหมด 4 แบรนด์ ในการสร้าง Identity การเป็น ‘แบรนด์ไทย’ ที่อยากทำให้คนไทยอินสินค้าไทย ได้ Brand Love โดยได้ไอเดียมาจากการเชียร์บอลไทย เพราะคนอินเรื่องเดียวกัน

🏪 Case Study: YOLK x 7-Eleven

การคอลแลบกับ Convenience Store ของไทยที่ทำให้เข้าถึงคนไทยได้ทั่วประเทศ และสร้าง Wow Factor ให้คนสะดวกซื้อในราคาที่จับต้องได้

🗃️ How to be Brand Love

1. ก่อนจะเข้าสู่ธุรกิจต้องดี และมีนิยามให้แตกต่าง อย่าง YOLK ที่นิยามตัวเองว่าเป็น ‘ทาร์ตไข่มิชลิน’
2. รู้จักว่ากลุ่มลูกค้าคือใคร และเสิร์ฟความ Specialty ให้กับลูกค้า เพราะหาจากแบรนด์อื่นไม่ได้
3. จากการเริ่มด้วย “เราจะทำอะไรดี” เป็นการตั้งคำถามว่า “ตลาดต้องการอะไร” ผ่าน Omni-Channel เพื่อหาอินไซต์จากความต้องการของลูกค้า
4. Seeking for Opportunity มองหาโอกาสที่มี แต่ยังไม่มีใครทำในไทย และกลายเป็นแบรนด์แรกที่นิยามตัวเองให้คนรู้จักสู่ ‘Top of Mind’

💬 สิ่งที่อยากฝากบอกผู้ประกอบการ

1. ทุกแบรนด์ไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่าง แต่ต้องเป็น ‘Specialist’ ที่เชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำจริง ๆ และทำให้ลูกค้าเชื่อจนกลายเป็น ’Brand Identity’
2. ลองกลับไป Review Branding Detail ว่าชื่อแบรนด์อ่านง่ายมั้ย หรือสะกดเวลาค้นหายากมั้ย
3. การยกระดับ Local เพราะความเป็นไทยมีความแข็งแรงในตัวอยู่แล้ว เหลือแค่ทำให้แบรนด์ไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้นได้
4. จุดออกตัวในการทำแบรนด์ของทุกคนเหมือนกัน แต่ระหว่างทางการเป็นเดอะแบกให้โตคนเดียวอาจจะไม่ไหว ต้องรู้จัก Set Team ให้ตรงกับสเกลของธุรกิจด้วย
5. ทำงานแบบมี Well-being และวางแผนแชร์ Vision ให้ทีมโตควบคู่ไปกับธุรกิจด้วย
6. เช็ก Re-purchase Rate ว่าลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำมั้ย แบรนด์เลยต้องพยายามสร้าง S-curve ใหม่ ๆ ให้แบรนด์น่าตื่นเต้นเสมอ
7. ถ้าจะเป็น Trend Follower ก็ต้องเน้นไว้ แต่ถ้าอยากเป็น Trend Setter ก็ต้องเป็น Top 3 ให้ได้
8. อย่าหยุดนิ่ง ต้องหาทาง หาตัวตน และหาทางยืนระยะในใจของลูกค้าให้ได้
Copyright © 2026 RAiNMaker. All rights reserved.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save