News
ช่วงเดือนที่ผ่านมานี้มีเพจใหญ่หลายเพจรวมทั้งเพจเอเจนซี่บางรายถูกยึด page ทำให้เปลี่ยน owner หรือที่หลายคนเรียกว่าโดนแฮ็กนั่นเอง ซึ่งบทความนี้จะเล่าถึงที่มาความเป็นไปได้ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ทุกวันนี้ชีวิตออนไลน์การเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณคนแทบจะต้องมีไปแล้วนอกเหนือจากการพบปะพูดคุยกันแบบเห็นหน้าในชีวิตประจำวัน ทุกวันนี้ Social Network ทำให้เราสามารถสร้างสังคมที่มีการพบปะ พูดคุย ผ่านการไลค์ คอมเม้น และพิมพ์แชทคุยกัน คำถามก็คือ มี Pattern อะไรบางอย่างที่บ่งบอกถึงพฤติกรรมการนอนที่มีผลต่อ Social Network หรือเปล่า ?
อย่างที่เรารู้กันมาตลอดว่า ณ เวลานี้ Facebook เริ่มไม่นิ่งเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว(ย้อนไปประมาณ 2 – 3 ปี) ทั้งการแสดงผลที่ให้คนเห็นเนื้อหาจากเพจน้อยลง ค่าโฆษณาที่แพงขึ้น และยังไม่รวมอีกหลายๆเรื่องที่เรามักจะเจอกันบ่อยๆเช่น Bug การแสดงผล/การเข้าถึง, การแสดงผลของรูปภาพและวีดีโอที่เปลี่ยนบ่อย
หลังจากที่ Quintly Social Media Analytic ได้เปิดเผยสถิติกต่าง ๆ ในปี 2018 ที่ผ่านมา อีกหนึ่งข้อมูลน่าสนใจก็คือพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ แน่นอนว่า Facebook นั้นเป็น Social Network ที่มีคนใช้งานมากที่สุดในโลกและครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นไปจนถึงกลุ่มผู้มีอายุ ทำให้ Facebook นั้นสามารถบ่งบอกแนวโน้มอะไรหลาย ๆ อย่างได้บนโลกอินเทอร์เน็ต
Campbell Brown หัวหน้าฝ่าย Global News Partnerships พูดในงานสัมนากับนักข่าวและ Publisher หลายสำนักในงาน American Magazine Media Conference ในมหานครนิวยอร์ค จากรายงานของ AdAge บอกว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นมีใจความสำคัญมาก ๆ ที่ Facebook ต้องการจะบอกกับ Publisher ว่า Facebook ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยสื่อ สิ่งที่เธอพูดอ้างอิงจากรายงานก็คือ “Facebook cannot be the entire solution to your problems” และ “By its very nature, Facebook is constantly changing and not dependable.” หมายความว่า Facebook ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาของพวกคุณ (หมายถึงสื่อในยุค Disruption) และโดยธรรมชาติแล้ว Facebook ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยไม่สามารถพึ่งพาได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว หลังจากที่มีแนวคิดเรื่อง Traditional Media กับ […]
ก่อนหน้านี้ Twitter ได้ออกมาประกาศ แบนการใช้งาน Bot สำหรับการทวีต ซึ่งมีโอกาสที่จะถูกจัดให้อยู่ในรูปแบบของแสปมและโดนลบบัญชีได้ ซึ่งเชื่อว่า เป็นส่วนสำคัญที่บรรดาเว็บไซต์ที่หวังผลใช้ในการกระจายข่าวปลอมหรือ Fake News ที่ ณ ยุคนี้ ในมุมของ Journalsim และ Information คงไม่มีประเด็นไหนจะร้อนแรงเท่าเรื่องนี้อีกแล้ว ล่าสุดได้มีงานวิจัยจาก Indiana University ชื่อว่า The spread of low-credibility content by social bots ได้ศึกษาพฤติกรรมการแพร่กระจายของ Fake News โดยตั้งคำถามว่า Social Bot (บัญชี Social Media ที่เล่นโดยคอมพิวเตอร์ และถูกเขียนโปรแกรมให้แชร์ หรือโพสต์อะไรบางอย่าง) กับ Fake News นั้นมีความเกี่ยวข้องกันแค่ไหน
ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าจากพฤติกรรมของเราบน Social Media ความเป็นส่วนตัวของเราเรียกได้ว่าแทบจะไม่มี ด้วยข้อมูลส่วนตัวและ data มหาศาลที่เราป้อนเข้าสู้ Social Media อย่าง Facebook, Twitter หรือ Instagram ในแต่ละวัน ทำให้ Facebook แทบจะรู้จักตัวเรามากกว่าตัวเราเองเสียอีก ดังนั้นหลายคนอาจจะคิดว่า ถ้าเราเลิกเล่น Facebook ก็น่าจะรอด Facebook ก็จะไม่รู้จักเราและทำอะไรเราไม่ได้
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
