Facebook และ Twitter ลุกล้ำความเป็นส่วนตัวของเราได้แม้ไม่ได้เล่น

ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าจากพฤติกรรมของเราบน Social Media ความเป็นส่วนตัวของเราเรียกได้ว่าแทบจะไม่มี ด้วยข้อมูลส่วนตัวและ data มหาศาลที่เราป้อนเข้าสู้ Social Media อย่าง Facebook, Twitter หรือ Instagram ในแต่ละวัน ทำให้ Facebook แทบจะรู้จักตัวเรามากกว่าตัวเราเองเสียอีก ดังนั้นหลายคนอาจจะคิดว่า ถ้าเราเลิกเล่น Facebook ก็น่าจะรอด Facebook ก็จะไม่รู้จักเราและทำอะไรเราไม่ได้ 

แต่ก็มีงานวิจัยนึงจาก University of Vermont ที่ชื่อว่า Information flow reveals prediction limits in online social activity ซึ่งนำโดยคุณ Jim Bagrow อาจารย์จากภาควิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งทำงานวิจัยด้าน Predictive หรือการทำนายพฤติกรรม โดยใช้ข้อมูลจาก Social Media ที่คนที่ถูกทำนายพฤติกรรม ไม่ได้เล่นเองด้วยซ้ำ

คุณ Jim เขียนไว้ในงานวิจัยซึ่งถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Nature Human Behaviour บอกว่า ทุกวันนี้แม้ว่าเราจะไม่ได้เล่น Social Media แต่ข้อมูลจากเพื่อนของเราที่อัพโหลดขึ้นไป เช่น รูปถ่าย การพูดถึง ก็ทำให้เราสามารถมีข้อมูลเกี่ยวกับคนคนนั้นได้ แม้ว่าะไม่ได้เล่นเอง ตัวอย่างของข้อมูลที่สามารถทำนายได้ก็เช่น ที่อยู่ การทำงาน มุมมองทางการเมือง รายได้ ไปจนถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ผ่านข้อมูลที่ได้จากการโพสต์ลงบน Facebook และ Twitter ของเพื่อน เราสามารถทำนายข้อมูลและพฤติกรรมได้ถูกต้องมากกว่า 95% เลยทีเดียว

facebook-dashboard-3

อีกหนึ่งสิ่งที่ทีมวิจัยได้ทำการทดสอบก็คือ ดูโพสต์จากบัญชี Twitter มากกว่า 13,905 บัญชี รวมการ Post กว่า 30 ล้านครั้ง แล้วเอามาทำนายลักษณะการโพสต์ (หรือบอกเล่าอะไรบางอย่าง) บน Twitter ของคนที่ต้องการจะทำนาย (โดยเอาข้อมูลมาจากเพื่อนของคนคนนั้นประมาณ 8 – 9 คน) เพียงเท่านี้ก็จะสามารถทำนายข้อมูลได้ถูกต้องเกือบเท่าการดูข้อมูลจากบัญชีของคนคนนั้นโดยตรง (แปลว่าบางอย่างแม้เราจะตั้ง Privicy แต่ข้อมูลจากเพื่อนเราก็สามารถนำมาสู่ข้อมูลส่วนตัวของเราได้อยู่ดี)

สรุปของงานวิจัยเลยก็คือ เรายังไม่สามารถบอกถึง Limit หรือข้อจำกัดของการขุดคุ้ย Data เพื่อทำนายพฤติกรรมของบุคคลคนนึง (ที่มีเพื่อน 8-9 คน เล่น Social Media ได้) ทำให้พอเดาได้ว่าการจะหาข้อมูลของทุกคนนั้นทำได้และไม่ใช่เรื่องยากเลยในยุค Social Media นี้

ดังนั้นข้อสรุปของเรื่องนี้ก็คือ Social Media จะติดตามเราไปทุกหนแห่ง แม้ว่าเราจะปรับ Privicy เป็นแค่เพื่อนหรือตัวเอง แต่ Data ของเรา ก็ไม่อาจปลอดภัยได้ ขนาดที่ว่าแม้เราไม่ได้เป็นคนเล่นเอง เพียงเรามีเพื่อน 8-9 คนที่เล่น Facebook ก็ไม่ต่างจากเราเล่น Facebook ซะเองแล้ว ไม่แปลกใจที่ทุกวันนี้ เรื่องของ Data Privicy กลายเป็นโจทย์สำคัญของทุกคนบนอินเทอร์เน็ตว่าเราควรจะทำยังไงกับมันกันแน่ หรือข้อมูลมากน้อยแค่ไหนที่ควรอยู่บนอินเทอร์เน็ต และการนำข้อมูลไปใช้ ควรจะมีข้อจำกัดมากน้อนแค่ไหน

 

เรียบเรียงโดย ทีมงาน RAiNMAKER