FacebookSocialYoutube

Avatar

Nokkaew February 19, 2019

Post รูปแบบ Video + Image บน Facebook หายไปไหนกันหมดแล้ว?

เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาเราจะเห็นลักษณะการโพสต์บน Page เป็นประเภทที่ใช้ Video + Image รวมกันในหนึ่งโพสต์เยอะมาก จนกลายเป็นท่าที่ใช้กันประจำในการทำคอนเทนต์

ทำไมโพสต์แบบนี้ถึงน่าสนใจ?

เนื่องจากโพสต์ลักษณะนี้เรียกร้องความน่าสนใจจากผู้ไถ feed ได้ผลมาก หลายคนกดหยุดการเลื่อนนิ้วโป้งจากโพสต์ประเภทนี้กันบ่อยครั้ง ปัจจัยที่ทำให้โพสต์ประเภทนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างดีอันเนื่องมาจากองค์ประกอบในการแสดงผล

ผู้ใช้จะเห็นก้อน visual หนึ่งอันที่กินพื้นที่ใน feed ค่อนข้างมาก ลงไปมากกว่านั้นคือ ถ้าผู้ใช้คนนั้นเปิดเล่นวิดีโอแบบ autoplay จะเห็นความเคลื่อนไหวจากวิดีโอ พร้อมทั้งรูปภาพที่อธิบายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวิดีโอได้ทั้งหมดโดยที่ไม่จำเป็นต้องรอดูวิดีโอจนจบ

 

ทำให้ผู้ที่หยุดไถ feed รับรู้เรื่องราวในคอนเทนต์นั้นแทบจะทั้งหมดภายใน 3 วินาที ซึ่งถ้าทำวิดีโอได้ดึงดูดในระดับหนึ่งก็จะทำให้ผู้ใช้หยุดดูจนจบหรือกดเข้าไปดูที่วิดีโอนั้นได้ แคปชั่นบนโพสต์จะเป็นสิ่งที่เขาสนใจเป็นลำดับสุดท้ายด้วยซ้ำไป

โดยคอนเทนต์ที่ทำออกมาแล้ว buzz ที่สุด ก็จะเป็นแนว food และ travel อย่างเห็นได้ชัด

ด้วยเหตุผลข้างต้นนั้นทำให้ทั้งสื่อ แบรนด์ เอเจนซี่ ต้องมาสนใจและหาวิธีการทำคอนเทนต์ในรูปแบบนั้น หรือวิธีแย่งพื้นที่ timeline จากโพสต์เหล่านั้น (กรณีที่ product ไม่เหมาะสำหรับการเล่าแบบนั้น) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

เมื่อมันโคตรดี แล้วทำไมทุกคนถึงเลิกใช้?

คนทำคอนเทนต์ที่ต้องง้อ platform ไม่สามารถเลือกทางของตัวเองได้ ในเมื่อ platform บอกว่าเราไม่อยากให้ทุกคนใช้ เราจึงต้องเล่นตามเกม

 

Facebook เริ่มให้คนเลิกทำคอนเทนต์ประเภทนี้ลง Page เมื่อประมาณเดือนตุลาคมปี 2017 โดยการที่ไม่ให้ผู้ใช้สร้างอัลบั้มภาพ + วิดีโอพร้อมกันในหนึ่งโพสต์ได้ผ่าน Web Browser

จากนั้นไม่นานเริ่มอัปเดต application ให้ไม่สามารถอัปโหลดได้บน iOS และ Android ในเวลาถัดมา ซึ่งใช้เวลานาน เพราะ Android มีหลายรุ่น หลายเวอร์ชั่น

ในช่วงนั้นทุกคนพยายามหา bug ในแอปเพื่อที่จะสามารถอัปโหลดได้เหมือนเดิม เช่น การปิดอัปเดตแอป Facebook, การแชร์ผ่านแอป Gallery ที่ทำได้บางรุ่น ในช่วงนั้นโทรศัพท์บางรุ่นจึงกลายเป็นที่นิยมสำหรับ Blogger ไปซะอย่างนั้นเลย

 

(อ่านที่ : Full list of retired ad formats)

ความเจ็บปวดต่อมาไม่นาน Facebook ได้ออกมาประกาศประเภทของโพสต์ที่ไม่สามารถ Boost Post ได้ โดยที่การโพสต์ภาพและวิดีโอก็อยู่ใน list นั้นด้วย ซึ่งแต่ละ Page ก็ทยอย Boost Post ไม่ได้

อันนี้เกิดความวุ่นวายที่หลายคนต้องพยายามอธิบายให้กับลูกค้าที่เป็นแบรนด์และเอเจนซี่ว่าเกิดอะไรขึ้น (ดิจิทัลเอเจนซี่ควรอัปเดตข้อมูลให้ทันด้วยนะครับ)

 

ขั้นตอนสุดท้าย Facebook ตั้งใจลด reach ของโพสต์ลักษณะนี้ลงอย่างชัดเจน จนไม่สามารถทำคอนเทนต์ในลักษณะนี้ได้ หากยังต้องการตัวเลขที่สวยงามอยู่ หลาย Page ทยอยเลิกใช้ จนเรียกว่าเป็นกาลอวสานของการโพสต์วิดีโอ+ภาพในโพสต์เดียวกันไปเรียบร้อย

 

ทำไม Facebook จึงไม่ชอบโพสต์แบบนี้?

ในส่วนนี้ Facebook เองไม่เคยออกมาประกาศว่าทำไมถึงไม่สนับสนุนสิ่งนี้ ส่วนนี้เราคาดว่าการที่สามารถวางภาพและวิดีโอได้ในหนึ่งโพสต์เป็น bug ที่ทาง platform เองก็ไม่ได้อยากให้ผู้ใช้สร้างโพสต์แบบนี้

อีกส่วนหนึ่งคือ Facebook พยายามทำตัวเองให้เป็น platform วิดีโอตามยุคสมัย และยังมอง YouTube ว่าเป็นคู่แข่งเบอร์ใหญ่ รวมถึงการผลักดันให้ผู้ใช้ทำคอนเทนต์วิดีโอที่ยาวตั้งแต่ 5 นาทีขึ้นไป

การที่ผู้ใช้นิยมโพสต์แบบนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักสำหรับ Facebook เพราะผู้ใช้จะนิยมทำและนิยมเสพวิดีโอแบบ short กันอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะทำให้ Facebook กลายเป็น Social Media ที่ดูขี้เล่นจนเกินไป

 

ผลที่ตามมาจนถึงปัจจุบัน

แน่นอนว่าในตอนนี้เรานั้นแทบจะไม่เห็นคอนเทนต์ที่เป็นวิดีโอ+ภาพแล้วบน timeline แต่คอนเทนต์วิดีโอยังได้รับความนิยมตามที่ platform ผลักดันเช่นเคย รวมถึงสื่อต่างๆ ลงทุนการทำวิดีโอมากขึ้น และ Blogger หลายคนเองก็ได้สกิลการทำวิดีโอมาจากเหตุการณ์ข้างต้น

 

หลายสื่อจึงเริ่มมีการปรับการวางแผนในการทำวิดีโอใหม่ที่รองรับการเปลี่ยนแปลงของ platform และผู้ชมมากขึ้น

 

และเนื่องจาก Facebook ผลักดันวิดีโอที่มีความยาวตั้งแต่ 3 นาทีขึ้นไป ทำให้จำเป็นต้องวางแผนในการทำเนื้อหาในวิดีโออย่างรัดกุมมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างการทำ short video ที่ดี ส่วนตัวผู้เขียนเองชอบวิดีโอที่ทำแนว echo, VoiceTV และ Workpoint News มาก เนื้อหาครบถ้วน, กระชับ, สวยงาม และรับชมง่าย

ในปี 2019 นี้เราจะได้เห็น short video ในแบบที่มีเนื้อหามากขึ้น มีเสียงพูดและมี subtitle เล่าเรื่องราวในวิดีโอมากขึ้น วิดีโอที่เน้นเพียงบรรยากาศและ transition สวยๆ จะได้รับความนิยมน้อยลง


ย้ำอีกครั้งว่าสิ่งที่เราใช้หากินอยู่ในปัจจุบันคือการทำงานบน platform ที่ไม่ใช่บ้านของเรา ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องปรับตัวตามสิ่งที่ platform  อยากให้คนทำคอนเทนต์จำเป็นต้องดูสถิติต่างๆ ให้เป็น และอัปเดตสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ เราเสียดาย หากสำนวนการเขียนที่สวยงามและความครีเอทีฟของทุกท่านไม่ได้แสดงอยู่ในที่ที่ควรอยู่