วางแผนการทำคอนเทนต์ในปี 2019 ด้วยการศึกษา 7 ล้านโพสต์บน Facebook ในปี 2018

คอนเทนต์น่าสนใจจาก BufferApp แอปสำหรับจัดการ Social Media ชื่อดัง ซึ่งเค้าได้ทำการรวบรวมโพสต์ทั้งหมดบน Facebook ในปี 2018 กว่า 7 ล้านโพสต์ มาวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นในแง่มุมต่างๆ

เนื้อหาต่อไปนี้จะเป็นบทวิเคราะห์จาก Social Media ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตบ้านเราอาจจะไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่ก็สามารถเรียนรู้เพื่อที่จะนำมาใช้งานได้

ตามรายงานของ State of Social Media 2019 Report ซึ่งเป็นสถิติการใช้ Social Media ทั่วโลก พบว่าธุรกิจ 93.7% ยังคงใช้ Facebook ในการดำเนินการต่างๆ มากที่สุด รองลงมาเป็น Twitter 84.4% และ Instagram 80.9% ตามลำดับ

ถึงแม้ว่าเราจะยังคงเห็นรูปแบบใหม่ของคอนเทนต์และพฤติกรรมการใช้งานที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นการใช้งาน Stories แต่ News Feed บน Facebook ก็ยังเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพสำหรับแบรนด์อย่างมากอยู่ดี

ซึ่งทาง BuzzSumo  ได้รวบรวมข้อมูลจำนวนมหาศาลจาก Facebook ในปีที่ผ่านมากว่า 777 ล้านโพสต์ สำหรับนำมาวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับวางแผนการทำงานในปี 2019 กันต่อ

 

ประเด็นที่น่าสนใจจาก 777 ล้านโพสต์ของ Facebook

1. วิดีโอมีผลตอบรับดีที่สุด เทียบกับโพสต์ลักษณะอื่น

ในปีที่ผ่านมา ถ้าเราคุยกันถึงเรื่องโพสต์ที่สร้าง engagement ได้ดี แน่นอนว่าไม่พ้นรูปแบบวิดีโอ ซึ่งจากสถิติแล้ว มี engagement มากกว่าโพสต์ประเภทอื่นถึง 59%

ถ้าหยิบ 500 โพสต์ที่ดีที่สุดจากทั้งหมด 777 ล้านโพสต์ออกมา จะพบว่า 81% เป็นคอนเทนต์วิดีโอ, 18% เป็นคอนเทนต์รูปภาพ และแชร์ลิงก์อยู่ที่ 0.2% โดยโพสต์ลักษณะแชร์ลิงก์มี engagement น้อยกว่าวิดีโอเฉลี่ยนอยู่ถึง 76% เลยทีเดียว

ตรงนี้ค่อนข้างชัดเจนว่าแบรนด์ต้องมาลงทุนในส่วนของคอนเทนต์วิดีโอกันอย่างเต็มที่

 

2. reaction ที่คนกดเยอะที่สุด คือ Love และ Haha (ไม่นับ Like)

reaction ของ Facebook มักจะชี้ให้เราเห็นว่าผู้คนคิดอย่างไรกับคอนเทนต์เรา ซึ่งจะนำไปวิเคราะห์ได้ว่าต่อจากนี้ถ้าเราทำคอนเทนต์ประมาณนี้ ผู้คนจะรู้สึกอย่างไร โดยตัวเลขจากกว่า 7 ล้านโพสต์ Love เป็น reaction ที่คนมักจะกดมากที่สุด เป็นจำนวน 81% จากทั้งหมด

BufferApp กล่าวว่า ผู้คนส่วนใหญ่มี reaction กับเนื้อหาที่เป็นแนวแรงบันดาลใจหรือตลก (หรือทั้งสองอย่างผสมกัน) แบรนด์ที่มุ่งเน้นในการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับอารมณ์ที่ว่านี้ก็จะมีแนวโน้มที่ผู้รับชมจะชอบ

สิ่งสำคัญที่ควรทราบ คือ บางครั้งเนื้อหาที่ตั้งใจจะสื่ออารมณ์อย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกถึงอารมณ์ที่คอนเทนต์ต้องการจะสื่อ พูดง่ายๆ ว่า ในขณะที่บางคนรู้สึก Love อาจจะเป็น Funny หรือ Sad กับอีกคนหนึ่ง

แบรนด์และนักการตลาดจึงจำเป็นต้องทราบว่าคอนเทนต์แบบไหนทำให้ผู้ชมรู้สึกอย่างไร ซึ่งเริ่มต้นด้วยความเข้าใจว่าผู้รับชมนั้นเป็นใคร

 

3. คอนเทนต์ประเภท ให้แรงบันดาลใจ, ตลก หรือ เป็นประโยชน์ มักจะมี engagement ที่ดี

เพื่อที่จะเจาะลึกประเภทเนื้อหาที่แบรนด์และนักการตลาดควรทำในปี 2019 BufferApp ได้จัดของหมวดหมู่ของเนื้อหาจากโพสต์ต่างๆ โดยการวิเคราะห์จาก reaction ของคอนเทนต์ที่ติดอันดับ 500 คอนเทนต์ยอดเยี่ยม เพื่อให้เห็นแนวโน้มอะไรบ้างอย่าง

พบว่าคอนเทนต์ที่ประสบความสำเร็จมักจะเป็นคอนเทนต์ที่ให้แรงบันดาลใจ, ตลก หรือ เป็นประโยชน์ต่อผู้รับชม

ยกตัวอย่างจากหนึ่งในคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากบน Facebook ในปี 2018 จากเพจ Jay Shetty ที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับอนาคตของเด็กๆ กับการศึกษาและแนวทางที่สังคมกำหนดในตัวเด็ก

วิดีโอนี้มีผู้ชมกว่า 300 ล้าน views ถูกแชร์ไปอีกกว่า 7 แสนครั้ง และหลายประเทศนำไปแปลใส่ subtitle อีกหลายภาษา

โพสต์ของ Jay Shetty อยู่ใน 500 อันดับโพสต์ที่ดีที่สุดเพราะเป็นเนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน ซึ่งแรงบันดาลใจตรงนี้ทำให้หลายคนจะตอบสนองด้วยการกด reaction ต่างๆ พร้อมกับแชร์เพื่อให้คนอื่นได้ชมคอนเทนต์ด้วย ซึ่งการแชร์นี้นั้นก็ทำให้ผู้ที่แชร์รู้สึกดีด้วยเช่นกัน

ก่อนที่แบรนด์จะผลิตเนื้อหาประเภทนี้ การบ้านที่ต้องทำคือการเข้าใจในพฤติกรรมของผู้คนบนโซเชียลอย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ (ซึ่งแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกันอีก)

 

โพสต์ตัวอย่าง ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากบน Facebook

BufferApp ได้พยายามศึกษาจากหลายแบรนด์ หลายรูปแบบ หลายวงการ ซึ่งตัวอย่างที่ว่าเค้าหยิบมาจาก 500 โพสต์ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นตัวย่างที่ดีมากในการใช้ศาสตร์ของ Facebook marketing และเราสามารถเรียนรู้หลายสิ่งได้จากโพสต์เหล่านี้ เดี๋ยวลองมาดูกันครับ

 

1. The Norfolk Police Department (Humanizing your brand)

ภาพจำของคนทั่วไปที่มีต่อตำรวจอเมริกาคือคุณตำรวจมาดเข้มกล้ามโตดูเข้าถึงยาก แต่ไม่ใช่สำหรับกรมตำรวจใน Norfolk ที่ทำ Offical Fanpage เจ๋งๆ ที่ทำให้เห็นอีกหลายแง่มุมของคุณตำรวจ

Norfolk Police Department ทำคอนเทนต์ในมุมน่ารักๆ ตามกระแสบนโลกโซเชียล จนมี engagement กว่า 3.2 ล้าน และมีผู้ติดตามกว่า 180,000 คน ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่ดีมากสำหรับการทำ Facebook marketing ที่ไม่ได้มีงบสำหรับ production มากมายอลังการ

ตัวอย่างด้านบนเป็นคลิป Lip Sync น่ารักๆ ที่ทำออกมาหลายคลิปและได้รับความนิยมสูงมาก มีหนึ่งโพสต์ที่ได้รับความนิยมสูงมาก มีผู้ชมกว่า 78 ล้าน views เลยทีเดียว แต่คลิปถูกตั้งค่าให้ไม่สามารถ embed ได้ สามารถชมได้ที่ >> #NorfolkPD Lip Sync Challenge

Why it works:

The Norfolk PD ได้นำเสนอคอนเทนต์ที่สนุกสนานและสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้คนในชุมชนได้เห็นมุมน่ารักและรู้สึกเข้าถึงตำรวจง่าย โดยพี่ๆ ตำรวจเค้าไม่ได้ขายความตลก แต่เค้าสร้างเนื้อหาเพื่อสนับสนุนในมุมที่เค้าอยากสื่อสารออกมา

สิ่งที่น่าสนใจคือ เค้าได้สร้างเนื้อหาที่เชื่อมความสัมพันธ์ของบุคคล ในแต่ละโพสต์เราจะได้เห็นเบื้องหลังของเจ้าหน้าที่ที่สร้างคอนเทนต์ออกมามีความสนุกสนาน

คนทำคลิปจะรู้ดีกว่าการอยู่หน้ากล้องไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะกรมตำรวจประจำท้องถิ่น ที่อาจจะต้อง keep look ของการเป็นตำรวจเพื่อความน่าเชื่อถือ แต่อย่างไรก็ตาม NPD ได้ทิ้งกฎดั้งเดิม และตัดสินใจที่จะลองทำ ซึ่งพวกเค้าก็ได้รางวัลสำหรับสิ่งนี้ในที่สุด

 

2. Brainy Crafts (Hacking your way into people’s hearts)

อีกหนึ่งประเภทสำหรับโพสต์ที่ได้รับความนิยมสูงมากในปี 2018 นั่นคือเทคนิคในการทำอาหาร ประมาณ cooking hack จากเพจพวก BuzzFeed Tasty, 5-Minute Crafts, DIY Crafts TV และอีกมากมายหลายเพจ ที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมสูงมาก

ตัวอย่างที่ดีมากอันได้แก่คอนเทนต์ kitchen life hacks เทคนิคในห้องครัวจาก Brainy Crafts

Why it works:

ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น คอนเทนต์แนว practical หรือพวก life hack ได้รับความนิยมสูงมากบน Facebook ในปี 2018

ประเด็นการทำคอนเทนต์ที่เน้นประโยชน์ให้กับผู้ชมบน Facebook ไม่ใช่แค่เป็นการสอนทักษะใหม่ๆ แต่เป็นการคิดว่าทำอย่างไรให้พวกเค้าได้รับความรู้ด้วยวิธีที่ย่อยง่ายมากที่สุด ซึ่งถ้าทำออกมาได้เหมาะสม คอนเทนต์ก็จะถูกแชร์ให้กับเพื่อนๆ ต่อ

 

3. Strive Masiyiwa (Rise of the active CEO on social media)

หนึ่งในเพจ ที่มีเนื้อหาสูงถึง 33 โพสต์ จาก 500 โพสต์ที่ดีที่สุดบน Facebook ในปี 2018 นั้นไม่ใช่เพจแบรนด์ แต่เป็นเพจส่วนตัวของคุณ Strive Masiyiwa ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งองค์กรระดับโลก Econet Group

Masiyiwa มีผู้ติดตามในเพจกว่า 3.5 ล้านคน อยู่ในอันดับที่ 437 ของบุคคลสาธารณะทั้งหมดในโลก พร้อมทั้งสร้าง engagement กว่า 100 ล้านในปี 2018

และส่วนที่น่าสนใจที่สุดในโพสต์ของเค้า ไม่ใช่วิดีโอหรือรูปภาพ แต่เป็น caption ที่เค้าเขียน ซึ่งมีลักษณะประมาณ Micro Blog ที่มีคำเฉลี่ยมากกว่า 300 คำในหนึ่งโพสต์

Why it works:

จากของมูลของ OkToPost พบว่ามี CEO เพียง 40% เท่านั้น ที่สร้าง personal branding บน Social Media ซึ่งในบรรดา CEO เหล่านั้น 70% จะใช้เป็น LinkedIn อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2019

ในยุคที่มีข่าวปลอมและข่าวลือเต็มไปหมด เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้บริหารระดับสูงในการสร้างคอนเทนต์เพื่อทำ personal branding เพื่อเพิ่มชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ

สุดท้ายแล้ว Strive Masiyiwa ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าวิดีโอไม่ใช่สิ่งเดียวที่เป็นไม้ตายสุดท้ายบน Social Media แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจฐานผู้รับชม อย่างเนื้อหาของเค้าก็เน้นการให้ข้อมูลที่มีรายละเอียดมาก (ก็สไตล์ CEO พูดนั่นแหละ)


สุดท้ายแล้วผู้เขียนก็จะย้ำอีกครั้งว่าพฤติกรรมการใช้ Social Media แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะบ้านเราที่ค่อนข้างฉีกจากหลายประเทศ แต่อย่างไรแล้วหลายโพสต์ที่ดีของต่างประเทศก็ฮิตในบ้านเราเช่นเดียวกัน สามารถเรียนรู้เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางการทำคอนเทนต์ได้

ปิดท้ายด้วย 10 โพสต์ที่ดีที่สุดในปี 2018 จาก BufferApp ใครสนใจก็ลองศึกษาดูได้ครับ :

10. “An amazing moment in African enterprise history” – Strive Masiyiwa

9. “Hero Boy Saves Chicken” – Life Changing Videos

8. “When your dogs smells another dog on you” – Funny in Public

7. “Tianmen Mountain, China” – Inspire Uplift

6. “Common Dental Procedures” – Science Nature Page

5. “Wow” – Penoy Rap Radio

4. “Before You Take Someone For Granted Watch This” – Jay Shetty

3. “Scalloped Potato Roll” – BuzzFeed Tasty

2. “7 Super easy ways to keep your food fresher, longer!” – So Yummy

1. “Before You Feel Pressure Watch This” – Jay Shetty


ที่มา : What 777,367,063 Facebook Posts Tell Us About Successful Content in 2019 (New Research)

เรียบเรียงโดย
ทีมงาน RAiNMkaer