
การ #เลือกตั้ง69 ในวันที่ 8 ก.พ. ที่จะถึงนี้ นอกจากเป็นการเลือกสส. และพรรคการเมืองชุดใหม่มาบริหารประเทศแล้ว ประชาชนยังมีสิทธิออกเสียงประชามติอีกด้วย การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะไม่เป็นเพียงเรื่องสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองเท่านั้น เพราะ RAiNMaker ในฐานะสื่อที่อยู่คู่วงการครีเอเตอร์ไทยมานาน พร้อมเป็นตัวแทนในการจัดตั้งสมาคมครีเอเตอร์ไทย และยื่นข้อเสนอหรือนโยบายที่รวบรวมเสียงของเหล่าครีเอเตอร์ ส่งตรงถึงรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาในวงการครีเอเตอร์ไทยในอนาคต
สิทธิที่ครีเอเตอร์ไทยควรได้รับ
ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่ผู้คนเสพคอนเทนต์จากครีเอเตอร์เยอะ และมีคนที่เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์เยอะเช่นกัน แต่ครีเอเตอร์ก็ยังไม่ได้ถูกจัดมาเป็นอาชีพที่มั่นคงมากพอ แม้จะมีผู้คนบางส่วนสามารถสร้างรายได้จากการเป็นครีเอเตอร์ก็ตาม เพราะสิทธิที่ได้รับยังไม่สามารถเทียบกับอาชีพทั่วไปได้ และจัดอยู่ในฟรีแลนซ์เท่านั้น
และช่วงการเลือกตั้งในวันที่จะมาถึง 8 กุมภาพันธ์นี้ RAiNMaker จึงอยากเป็นตัวแทนนำเสนอนโยบาย และสิทธิที่อาชีพครีเอเตอร์จะสามารถทำได้ โดยให้พรรคต่าง ๆ ที่จะกลายเป็นรัฐบาลชุดใหม่ในอนาคตได้พิจารณานำเข้าสู่นโยบายผลักดันให้ครีเอเตอร์ไทยมั่นคงมากกว่าเดิม พร้อมเป็นสะพานเชื่อมกับแพลตฟอร์มระดับโลกเพื่อไม่ให้ครีเอเตอร์ไทยโดนเอาเปรียบด้วย
ใครที่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ร่วมกับเรา สามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเพิ่มเติมข้อเสนอแนะได้ที่นี่ https://forms.gle/SqQtBf41XRbn3tHc7
สิทธิและอำนาจต่อรองกับแพลตฟอร์ม (Platform Fairness & Transparency)

- ความเป็นธรรมระหว่างครีเอเตอร์กับแพลตฟอร์มดิจิทัล: แพลตฟอร์มควรเปิดเผยหลักเกณฑ์พื้นฐานในการจำกัดการมองเห็น (Shadow Ban), การปิดรายได้, หรือการลบคอนเทนต์ ที่ในปัจจุบันครีเอเตอร์บางคนอาจจะโดนแบนโดยไม่รู้สาเหตุ และไม่สามารถใช้แพลตฟอร์มในการสร้างรายได้ได้
- สิทธิในการอุทธรณ์อย่างเป็นธรรม: ครีเอเตอร์ควรมีช่องทางอุทธรณ์เมื่อถูกลงโทษโดยระบบอัตโนมัติ และได้รับการพิจารณาภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะการยื่นคำร้องต่อแพลตฟอร์มใช้เวลาในการพิจารณาแตกต่างกัน
- การเปลี่ยนนโยบายต้องแจ้งล่วงหน้า: แพลตฟอร์มไม่ควรเปลี่ยนเงื่อนไขรายได้หรือสิทธิการใช้งานโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างชัดเจน เพื่อให้ครีเอเตอร์สามารถตั้งรับและปรับเปลี่ยนได้ทัน เนื่องจากแพลตฟอร์มเปรียบเสมือนบ้านที่ใช้สร้างรายได้ของอาชีพนี้
การพัฒนาอาชีพครีเอเตอร์และความยั่งยืน (Career Path & Sustainability)
- การรับรองสถานะอาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์: ให้สามารถใช้เป็นเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ ขอวีซ่าทำงาน หรือขอทุนได้ เพื่อให้ครีเอเตอร์กลายเป็นอาชีพมั่นคงมากขึ้น
- ระบบพัฒนาทักษะระยะยาว: สนับสนุนการเรียนรู้ด้านธุรกิจ, การจัดการ IP, การขยายรายได้สำหรับครีเอเตอร์ เพื่อให้เกิดทักษะสู่ครีเอเตอร์ไทยที่มีคุณภาพ
สิทธิทางกฎหมายและลิขสิทธิ์ (Legal & Copyright Rights)

- คุ้มครองลิขสิทธิ์ทันที: ผลงานที่ครีเอเตอร์สร้างสรรค์ขึ้น ต้องได้รับการคุ้มครองทันทีเมื่อผลงานเสร็จสิ้น โดยไม่ต้องทำการจดทะเบียน เพราะลิขสิทธิ์ควรเป็นของเจ้าของคอนเทนต์และลดการคัดลอกคอนเทนต์โดยไม่ได้รับอนุญาต
- คุ้มครองลิขสิทธิ์ตลอดชีพ: ผลงานที่ครีเอเตอร์สร้างสรรค์ขึ้น เมื่อมีอายุ 70+ ปีขึ้นไปหรือหลังเสียชีวิต จะต้องได้รับการคุ้มครองตลอดชีพ เพราะคอนเทนต์ก็ไม่แตกต่างจากภาพยนตร์หรือเพลงที่ถูกสร้างสรรค์จากความคิดสร้างสรรค์
- คุ้มครองกรณีผู้สร้างหลายคน: ผลงานที่ครีเอเตอร์สร้างสรรค์ขึ้นหลายคน ต้องมีกฎหมายรองรับเครดิต การแบ่งรายได้ และสิทธิการใช้ผลงานอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสวมสิทธิ์โดยมิชอบ
- คุ้มครองสิทธิแต่เพียงผู้เดียว: ครีเอเตอร์ที่เป็นเจ้าของผลงานมี สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการทำซ้ำ, ดัดแปลง, เผยแพร่, ให้เช่า แต่สามารถให้ผู้อื่นใช้สิทธิแทนได้หากมีการคุ้มครองสิทธิ์ที่ชัดเจน
- ระบบแจ้งละเมิดนโยบายแพลตฟอร์ม: รัฐบาลควรมีช่องทางกลางร่วมกับแพลตฟอร์ม เมื่อครีเอเตอร์ถูกขโมยผลงาน หรือร้องเรียนโดยมีรัฐบาลเป็นตัวเชื่อมในการคืนสิทธิ์ให้กับครีเอเตอร์ไทย
- คุ้มครอง AI & Digital IP: การมีข้อบังคับห้ามนำผลงานครีเอเตอร์ไปเทรน AI เชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากเป็นยุคที่อัลกอริทึมแนะนำคอนเทนต์ AI และสนับสนุนในการ Generate มากขึ้น และอาจมีผลงานในโลกอินเทอร์เน็ตมากมายที่ถูกนำมาเป็นส่วนประกอบในการ AI-generated ด้วย
การสนับสนุนด้านการผลิตคอนเทนต์ และ Creator Hub
- การสนับสนุนอุปกรณ์: สนับสนุนอุปกรณ์และสถานที่ผลิตคอนเทนต์ เช่น Studio, Gallery หรือ Co-working Space เป็นต้น เพื่อให้ครีเอเตอร์ที่ไม่ทุนสามารถผลิตคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์ต่อไปได้ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์หรือทุนในระยะเริ่มต้น
- การสนับสนุนกองทุน: สนับสนุนกองทุนขนาดเล็กสำหรับครีเอเตอร์ที่มีความสามารถในการผลิตคอนเทนต์ส่งออกวัฒนธรรมสู่เวทีโลกได้ เพราะยังมีครีเอเตอร์ที่อยากเริ่มต้นแต่ไม่มีต้นทุน การมีกองทุนและเกณฑ์ในการพิจารณาในการจัดสรรจะช่วยให้ครีเอเตอร์ไทยรุ่นใหม่เกิดขึ้นมากมาย
- การสนับสนุนอินเทอร์เน็ตคุณภาพสูง: จัดสรรพื้นที่ผลิตสื่อให้มีอินเทอร์เน็ตคุณภาพที่และสามารถใช้งานระดับอุตสาหกรรม เพื่อให้ครีเอเตอร์ไทยสามารถเชื่อมต่อและสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ไร้ขีดจำกัดด้านพรมแดนมากขึ้น
- การคุมเข้มเรื่องโฆษณาและคอนเทนต์: ออกกฎระเบียบและตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมของคอนเทนต์ เพื่อผลักดันให้ครีเอเตอร์รับผิดชอบต่อคอนเทนต์ที่ทำมากขึ้น และลดคอนเทนต์ที่ไม่คำนึงต่อผลกระทบต่อวงการครีเอเตอร์หรือประเทศไทยลง รวมถึงทำให้ครีเอเตอร์เป็นตัวอย่างที่ดีต่อเยาวชนด้วย
การคุ้มครองแรงงานครีเอเตอร์ (Creator as Labor)

- การสนับสนุนสัญญาจ้าง: มีการเพิ่มเงื่อนไขข้อบังคับให้ทุกการจ้างงานผลิตสื่อกับครีเอเตอร์ต้องมีสัญญาจ้างที่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานรายวัน หรือรายชั่วโมง ให้สิทธิเท่าเทียมกับการทำงานเหมือนกับการประกอบอาชีพทั่วไป
- กำหนดมาตรฐานของ Payment Term เช่น ต้องจ่ายภายใน 30 – 45 วัน เพื่อให้ครีเอเตอร์มีระยะเวลาในการรับรายได้จากงานจ้างอย่างเหมาะสมโดยไม่ถูกเอาเปรียบ
- กำหนด Standard Rate: เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของราคาจ้างงานสำหรับครีเอเตอร์ มีการคิดรายได้ที่มีมาตรฐานมากขึ้นเหมือนกับอาชีพทั่วไป โดยไม่ได้วัดจากมาตรฐานของยอดผู้ติดตามหรือยอดเอนเกจเมนต์ของครีเอเตอร์เท่านั้น
- สัญญามาตรฐานสำหรับการจ้างครีเอเตอร์: มีสัญญาการจ้างงานที่ครอบคลุมค่าจ้าง, ระยะเวลาใช้ผลงาน, การแก้งาน และเครดิตที่ครบถ้วน และเป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบอาชีพครีเอเตอร์
สวัสดิการครีเอเตอร์ (Creator Welfare)
- สิทธิประกันสังคมสำหรับฟรีแลนซ์และครีเอเตอร์ ที่มีขั้นตอนการสมัครง่ายและมีสิทธิเทียบแรงงาน
- กองทุนสุขภาพจิตครีเอเตอร์ เนื่องจากอาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์เป็นงานที่มีความกดดันสูง
- ระบบภาษีที่เข้าใจอาชีพครีเอเตอร์ และสามารถหักค่าอุปกรณ์ ค่าโปรดักชัน ได้จริง
- การจัดการภาษีข้ามพรมแดน จัดทำคู่มือการขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายจากแพลตฟอร์มต่างชาติ และสร้างระบบดิจิทัลที่เชื่อมโยงใบรับรองภาษีต่างประเทศ เพื่อลดปัญหาการจ่ายภาษีซ้ำซ้อน
ข้อกำหนดมาตรฐานการทำอาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Ethical & Professional)

- มาตรฐานการถ่ายทำในที่สาธารณะ: เพิ่มเงื่อนไขข้อบังคับกำหนดให้การถ่ายทำคอนเทนต์นอกสถานที่หรือที่สาธารณะต้องเป็นไปตามระเบียบ มีความเหมาะสมและม่สร้างผลกระทบต่อการใช้พื้นที่ของบุคคลทั่วไป
- เคารพสิทธิและความเป็นส่วนตัวของบุคคลในพื้นที่สาธารณะ: การบันทึกภาพหรือเสียงบุคคลอื่น โดยเฉพาะในกรณีที่นำไปเผยแพร่หรือสร้างรายได้ ควรคำนึงถึงความยินยอม ความเหมาะสม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
- ไม่ขัดต่อวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และค่านิยมของสังคม: การถ่ายทำต้องไม่แสดงพฤติกรรมที่ลบหลู่ ดูหมิ่น หรือบิดเบือนคุณค่าทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะในสถานที่อ่อนไหว เช่น ศาสนสถาน โรงเรียน โรงพยาบาล หรือแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม
- ไม่ส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นอันตรายหรือยั่วยุ: ห้ามการถ่ายทำคอนเทนต์ที่ก่อให้เกิดความอับอาย การคุกคาม การยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง หรือการสร้างสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลอื่น เพื่อแลกกับกระแสหรือยอดรับชม
- ครีเอเตอร์ต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบของคอนเทนต์: ครีเอเตอร์ควรตระหนักว่าคอนเทนต์ที่เผยแพร่สามารถส่งผลต่อสังคม ภาพลักษณ์ชุมชน และความปลอดภัยของผู้อื่นได้ ไม่ควรใช้พื้นที่สาธารณะเป็นเครื่องมือสร้างคอนเทนต์ที่ละเมิดผู้อื่น
- สร้างระบบ Whitelist Creator: สำหรับรองรับครีเอเตอร์น้ำดี เพื่อรับงานจากแบรนด์และหน่วยงานต่าง ๆ และเป็นการผลักดันครีเอเตอร์น้ำดีไปสู่ระดับโลกในการจ้างงานต่อไปได้เพราะมีภาครัฐและหน่วยงานการันตี
จากนโยบายและข้อบังคับที่ทาง RAiNMaker ได้นำเสนอไปนั้น ก็หวังว่ารัฐบาลชุดใหม่ในอนาคตจะนำไปพิจารณา และนำไปเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายไม่มากก็น้อย เพื่อผลักดันให้ครีเอเตอร์ไทยมีมาตรฐานเดียวกันเสมือนกับอาชีพหนึ่งได้มากขึ้น