ทำบล็อกด้วย Ghost CMS มาแรง สวย ดี มินิมอล มาดูข้อดี ข้อเสีย ใช้ยังไง

เมื่อพูดถึงบล็อก หลายคนก็จะนึกถึง WordPress หรือ Blogger โดยเฉพาะ WordPress นั้นก็เป็น CMS หรือ Content Managing System ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ โดยฟีเจอร์หลักของ WordPress ที่เราจะใช้กันก็ได้แก่การเลือก Theme ที่ชอบ เขียน Blog ทำการจัดหน้า เลือกระหว่าง Post กับ Page และลง Plug-in เสริมฟีเจอร์ต่าง ๆ ซึ่งก็เหมือนจะเป็นฟีเจอร์หลักของ CMS ทั่วไป แต่ในวันนี้ ทีมงาน RAiNMAKER จะมาแนะนำอีกหนึ่ง CMS ที่ดีเทียบเท่ากับ Wordpres และมีความสวยทันสมัย และมินิมอล เหมาะสำหรับการทำบล็อกในยุค 2018 นี้ 

CMS ตัวดังกล่าวมีชื่อว่า Ghost ซึ่ง Ghost เป็น CMS ที่ถูกเขียนขึ้นมาด้วยภาษา JavaScript เป็นหลัก แตกต่างจาก WordPress ที่ถูกเขียนขึ้นมาด้วยภาษา PHP โดยความสามารถของ Ghost นั้นอาจจะไม่ได้กว้างเท่า WordPress ไม่ได้เอามาทำเป็นร้านขายของได้ แต่ Ghost ก็คือ Blogging Platform ตัวหนึ่งที่มีฟีเจอร์ทุกอย่างครบถ้วนและสามารถใช้เป็น Blog ส่วนตัว, บล็อกสำหรับบริษัท หรือ Product Log ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

รู้จักกับ Ghost

Ghost นั้นเป็นโปรแกรม CMS ที่เรียกได้ว่า Open Source แบบ 100% และเปิดให้นักพัฒนาไปช่วยกัน Contribute บน GitHub ได้ด้วย ซึ่งเป้าหมายของ Ghost นั้นก็บอกว่าตัวเองจะพยายาม Building the future of Journalism เลยทีเดียว

Ghost นั้นคล้ายกับ WordPress ตรงนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ

  • Ghost จะคล้ายกับ WordPress ที่ให้เรานำไปลงบน Web Server หรือบริการ Hosting ต่าง ๆ แล้วทำการปรับแต่งได้อย่างอิสระ
  • Ghost Pro จะเหมือนกับ WordPress.com ที่เราแทบจะไม่ต้องทำอะไร เพียงแค่จ่ายเงิน แล้วเราก็จะได้พื่นที่สำหรับการเขียน Blog อยู่บน Server ของ Ghost เรียบร้อย โดยเราสามารถดูราคาของ Ghost Pro ได้ที่ Pricing

แต่ในบทความนี้เราจะมาโฟกัสกันที่ตัว Ghost ธรรมดา ที่ให้เราโหลดไปติดตั้งบน Web Server ซึ่งแม้ว่าวิธีการติดตั้งของ Ghost จะยากกว่า WordPress เล็กน้อย และไม่สามารถติดตั้งบน Share Host ปกติได้ แต่ปัจจุบันบริการ VPS หลาย ๆ ตัวเช่น Digital Ocean ก็ได้บรรจุ Ghost เป็นหนึ่งในโปรแกรม Single Click Install ที่เราสามารถกดติดตั้งได้เองโดยที่ไม่ต้องทำการ Config ให้ยุ่งยาก

ฟีเจอร์เด็ดของ Ghost

แน่นอนว่าความเด็ดของ Ghost นั้นมันอยู่ที่ฟีเจอร์ เนื่องจาก Ghost เป็น CMS ที่เพิ่งเกิดใหม่ และเกิดมาในยุคที่ Publisher ค่อนข้างนิ่งและมี Trend ให้ทำการโฟกัสว่าควรจะมีฟีเจอร์ตรงไหน ทำให้ผู้สร้าง Ghost สามารถสร้าง Platform นี้มาได้อย่างตรงจุด

มีความเร็ว โค้ดสวย ปรับแต่งง่าย

Ghost นั้นถูกเขียนด้วยภาษาใหม่ ๆ คือ JavaScript ที่ถูก Render โดยฝั่ง Server ทำให้มันสามารทำงานได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อเราแกะโค้ดของ Ghost ดูจะพบว่าโครงสร้างของมันนั้นสวยงามและไม่ซับซ้อนมาก ใครที่เป็น Developer ไม่ต้องเก่งมากก็สามารถทำการปรับแต่ง Ghost ให้ตรงตามใจเราได้อย่างสบาย ๆ รวมถึงใครที่เขียน CSS ได้ก็สามารถแก้ Theme ได้อย่างมีอิสระ

ใช้งานง่ายเมนูไม่ซับซ้อน

สำหรับใครที่ใช้ WordPress ครั้งแรกก็คงจะงงกับเมนูต่าง ๆ ที่มีมากมายเยอะแตะเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าถ้าจะปรับแต่งอะไรต้องไปที่ตรงไหนบ้าง แต่สำหรับ Ghost นั้น เราจะพบว่ามีการเลือกจัดวางเมนูต่าง ๆ ให้ใช้งานง่าย ที่สุด

แถมเรายังสามารถ Search ได้ด้วยเวลาที่หาอะไรไม่เจอ ซึ่งความตื้นของ UI นี้ก็จะช่วยให้เราในฐานะของ Publisher ไม่ต้องมาปวดหัวกับเมนูที่ไม่ได้ใช้ รวมถึงดูไม่น่ากลัวว่าถ้ากดตรงไหนพลาดแล้วจะทำเว็บพังอีกด้วย

ธีมสวยและสวยมาก แค่ Defaut ก็สวยแล้ว

แม้ Theme ที่ถูกออกแบบมาสำหรับ Ghost จะไม่เยอะมากมายเท่า WordPress (แน่นอน เพราะมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า) แต่ Theme ของ Ghost นั้่นก็ถูกเขียนขึ้นมาอย่างปราณีตและมีการออกแบบที่มินิมอล สวย เป็นเอกลักษณ์มาก

รวมถึง Theme Default ของ Ghost เองที่ชื่อว่า Casper นั้น ก็มีความสวยเป็นอย่างมากและพอสำหรับการใช้งานทั่วไป เหมือนกับ Theme ราคาสูงเลย โดยเราสามารถปรับแต่งการแสดงผลได้อย่างหลากหลายเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับ Blog ของเรา

ใครที่อยากค้นหา Theme Ghost สวย ๆ ก็สามารถไปค้นหาได้ที่ Themeforest ได้เลย

SEO ดีและมีเครื่องมือสำหรับจัดการ Social Metadata

สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับ Online Publisher ในยุคนี้ก็คือ การ Implement บล็อกตัวเองให้เข้ากับ Social Media ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรือการทำเว็บไซต์ให้รองรับ Google เพื่อเพิ่มโอกาสการค้นเจอ หรือ SEO สำหรับ WordPress เราอาจจะต้องลง Plug-in เพิ่มเพื่อมา support ในด้านนี้แต่สำหรับ Ghost นั้น มีฟีเจอร์ที่เป็นฝั่ง SEO และ Social Meta มาให้อย่างครบถ้วน

เราสามารถเลือกใส่ Metadata ของแต่ละ Social Network ได้อย่างอิสระ รวมถึงจะมี Preview ให้ดูว่าการแสดงผลของโพสต์นี้จะแสดงผลบนโซเชียลต่าง ๆ เป็นอย่างไร รวมถึง Google ด้วย

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าทึ่งมาก ๆ เลยก็คือ Ghost เป็น CMS ที่ SEO ดีมาก และจากประสบการณ์ผู้เขียนที่ใช้ Ghost มาไม่ต่ำกว่า 3 ปี Ghost นั้นทำให้บทความหลาย ๆ บทความติด Keyword สำคัญ ๆ อย่างไม่น่าเชื่อโดยที่เราแทบจะไม่ต้อง Config อะไรเลยด้วยซ้ำ

นอกจากฟีเจอร์ที่กล่าวมานี้ Ghost ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ อีกเช่น การรองรับหลายผู้ใช้งาน, การเลือก Feature Post, การทำบล็อกเป็น Private และอื่น ๆ ที่ต้องลองเล่นดูถึงจะสัมผัสได้ถึงความเทพของ Ghost นี้

Ghost เหมาะกับใคร

ในความเห็นของผู้เขียนนั้น Ghost เป็น CMS ที่เน้นไปที่การเขียน Blog หรือทำ Publishing จริง ๆ โดยกลุ่มคนหลัก ๆ ที่ Ghost น่าจะตอบโจทย์ก็มีดังนี้

  • บล็อกเกอร์ หรือนักเขียนที่ใช้เป็นบล็อกส่วนตัว
  • เว็บไซต์คอนเทนต์ที่ไม่ใหญ่มากมีทีมเขียน 5-10 คน
  • บริษัทหรือทีมที่ใช้ในการทำ Product Log หรือ Announcement ต่าง ๆ
  • คนที่ไม่มีเวลามาโฟกัสกับการทำเว็บมาก แต่ต้องการพื้นที่ไว้สำหรับบอกเล่าอะไรบางอย่าง
  • Developer ที่อยากลองอะไรใหม่ ๆ เขียนทั้ง Blog และ Code ด้วย

หรือจริง ๆ แล้วถ้าอยากรู้ว่า Ghost นั้นเหมาะสมหรือไม่ ก็ให้มาลองใช้ดูเพื่อสัมผัสกับประสบการณ์เองจะดีที่สุด

จะใช้ Ghost ยังไงได้บ้าง

เมื่อได้รู้ฟีจอร์เด็ด ๆ ของ Ghost กันไปแล้วก็มาดูกันว่าเราจะใช้งาน Ghost ได้อย่างไรบ้าง

  • ใช้บริการ Ghost Pro ที่ Ghost.org
  • เปิด VPS แล้วลง Ghost ด้วย One Click Install ของ Digital Ocean
  • ทำการลง Ghost ผ่าน UI ไปที่ VPS ของตัวเอง (AWS, Google Cloud) ผ่าน Bitnami
  • ลง Ghost ด้วยตัวเองผ่านวิธีการของ Ghost อ่านวิธีลง

ทีมงาน RAiNMAKER แนะนำว่าถ้าอยากลองจริง ๆ ใช้งานผ่าน Digital Ocean จะง่ายที่สุด

:: สรุป ::

หลังจากที่ได้ฟังฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ Ghost มาแล้วก็จะมาลองสรุปข้อดีและข้อเสียของ Ghost กัน

ข้อดี

  • สวย เร็ว ตกแต่งง่ายและทันสมัย
  • รองรับ SEO และ Social ได้อย่างดีเยี่ยม
  • ใช้งานง่ายเข้าใจง่าย และมีรากฐานความเป็น Publishing Tools ชัดเจน
  • มีความรู้ JavaScript และ HTML, CSS เล็กน้อยก็ปรับแต่งได้

ข้อเสีย

  • ลงยาก ต้องลงกับ VPS เท่านั้น Host รองรับน้อย
  • ยังไม่รองรับ Facebook Instant Article
  • ใช้อย่างอื่นนอกจากเขียน Blog ไม่ได้ เช่น เปิดร้าน, ทำ Landing Page

อย่างไรก็ตาม Ghost เป็น CMS ที่เน้นไปที่การเขียน Blog และ Publishing เป็นหลัก ทำให้อาจจะมีฟีเจอร์ที่ไม่เยอะเท่า WordPress แต่ใครที่กำลังหา CMS ที่จะมาทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ Ghost ก็เป็นหนึ่งใน Platform ที่ห้ามมองข้าม และจะช่วยให้งานของเราเสร็จไวขึ้นได้อย่างแน่นอน

 

เรียบเรียงโดย

ทีมงาน RAiNAMKER