สรุปประเด็น iCreator Clubhouse : 7 Days 7 Sessions สร้างผู้ติดตามบน TikTok อย่างไร

เดินทางมาถึง Session สุดท้าย กับหัวข้อ ‘สร้างผู้ติดตามบน TikTok อย่างไร’ โดยมี ตี๋โอ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจากอาตี๋ รีวิว และเอ็ม-ขจร เจียรนัยพานิชย์ หรือ @Khajochi ที่พูดคุยเกี่ยวกับเทรนด์บน TikTok และแนวโน้มการทำคอนเทนต์วิดีโอสั้นในอนาคต

TikTok ถือเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่มาแรงมาก โดยเฉพาะช่วงโควิดในปีที่ผ่านมา วันนี้เราเลยจะสรุปประเด็นเกี่ยวกับการทำ TikTok รวมถึงทริกต่างๆ จากสปีกเกอร์ 2 ท่านที่ได้ลงสนามทดลองกันมาเป็นปี จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

  • หลายคนเริ่มทำ TikTok ช่วงโควิด เพื่อหาช่องทางเพิ่มเติม หรือทำเพื่อหารายได้
  • ธรรมชาติของคนทำสื่อต้องจมูกไว ต้องลอง และใช้ให้เป็นคนอื่น และเป็นตัวอย่างได้
  • ตอนแรกหลายคนมอง TikTok ในด้านลบมากกว่า แต่พอเริ่มมีโควิด บวกกับ TikTok มาเปิดออฟฟิศออฟฟิเชียลที่ไทย เห็นการทำงานเป็นระบบมากขึ้น เลยคิดว่าแพลตฟอร์มนี้ต้องมาแน่ เลยรีบลองทำก่อน
  • การทำคอนเทนต์บน TikTok จะใช้ศาสตร์คนละอย่างกับการทำคอนเทนต์บน YouTube เลย พบว่า TikTok ชอบความใกล้ชิด ไม่ปรุงแต่ง และที่เป็นจุดเด่นคือคลิปแนวตั้ง และการใช้เครื่องมือการตัดต่อใน TikTok เพราะเป็นเครื่องมือตัดคลิปที่ง่ายและค่อนข้างดี ครีเอเตอร์หลายคนก็ใช้แบบนี้
  • เลือกทำในสิ่งที่ต่าง เล่าเรื่องให้น่าสนใจ และกลืนไปกับแพลตฟอร์มให้ได้ อย่ามัวแต่ไปยึดตัดกับอะไรดิมๆ เพราะคนละแพลตฟอร์มคนดูก็มีพฤติกรรมต่างกัน พยายามอย่าลงคอนเทนต์ข้ามแพลตฟอร์ม
  • สิ่งที่สำคัญคือการลองผิดลองถูก อันไหนไม่เวิร์กก็ลบ ลองจนกว่าจะเจอแนวทางที่ใช่ทั้งกับเราและคนดู
  • คุณสามารถมีคลิปที่ยอดแตะล้านวิวได้บน TikTok แม้มีผู้ติดตามแค่ไม่กี่คน เพราะ TikTok ดูที่ performance และคุณภาพของคลิปมากกว่าจำนวนผู้ติดตาม จึงเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะกับการแจ้งเกิดมาก
  • วิธีสร้างผู้ติดตามง่ายๆ คือ หาตัวเองให้เจอ สังเกตยอด engagement ดูคนอื่นเป็นกรณีศึกษาบ้าง ต้องลองผิดลองถูก จนเจอสิ่งที่ใช่และทำไปเรื่อยๆ พยายามทำประเภทเดิมที่ทำ หรือไม่ฉีกจากเดิมไปมาก เพื่อเป็นภาพจำและสร้างเอกลักษณ์ให้ตนเอง จะสังเกตได้ว่าประมาณ 80-90% ของครีเอเตอร์บน TikTok มักจะคุมธีมคอนเทนต์ของตัวเอง
  • หลักการในการทำคลิปวิดีโอบน TikTok
  1. ต้องสามารถดึงคนดูได้ภายใน 5-10 วินาทีแรก และคนดูจต้องรู้ว่าเรากำลังจะเล่าอะไร เพราะคนสามารถไถผ่านคลิปเราได้เร็วมาก
  2. หาเทคนิคที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของคนดู เพื่อเสริมให้เห็นภาพมากขึ้น เช่น ทริกต่างๆ ที่หลายคนอาจไม่รู้เกี่ยวกับไอโฟน
  3. ทำให้คนมา engage กับคลิปวิดีโอ ทั้งการคอมเมนต์ กดหัวใจ หรือแชร์คลิป ก็จะทำให้คลิปกระจายไปได้กว้างขึ้น
  4. มี Call-to-action ทำให้เขาอยากไลก์ เมนต์หรืออยากแชร์คลิปต่อ
  • จากสถิติของผู้ใช้งาน TikTok ช่วงอายุ 18-24 ปี คิดเป็น 55% และช่วงอายุ 15-34 ปี คิดเป็น 14% แต่คนที่มีอายุน้อยมี engagement rate ที่ค่อนข้างสูงทั้งในแง่ของการกดไลก์และคอมเมนต์ เลยทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานอายุน้อยเยอะ เพราะคนที่แสดงตัวตนคือคนอายุน้อยมากกว่า ทั้งที่จริงๆ มีผู้ใช้งานหลายช่วงวัยที่ไม่ได้มี engage เท่าผู้ใช้งานอายุน้อย
  • ควรจะทำคอนเทนต์ลงบน TikTok บ่อยกว่าแพลตฟอร์มอื่น ช่วงสร้างตัวตนยิ่งถี่เท่าไหร่ก็ยิ่งดี วันละ 1-2 คลิปก็ได้ ถ้าหากทำไปเรื่อยๆ 20 คลิปแล้วมีคลิปนึงยอดวิวพุ่ง ที่สำคัญคือทำอย่างต่อเนื่อง ยอดติดตามและยอดวิวก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งต่างจากยูทูบที่ไม่ต้องทำทุกวันก็ได้
  • การที่ลงคลิปทุกวันไม่ได้แปลว่าต้องอัดทุกวัน อาจจะอัดทิ้งไว้วันละหลายคลิป เพราะคอนเทนต์นึงไม่เกิน 1 นาที
  • สิ่งที่จะทำให้คนดูสนใจคลิปของเรา
  1. สิ่งที่เป็นเทรนด์หรืออิงกับกระแส
  2. เรื่องที่ย้อนแย้งกับความคิด
  3. เรื่องความเป็นความตาย ที่ส่งผลต่อชีวิตของคนดู
  • นอกจากนี้ยังต้องมีภาพในใจก่อนทำคลิปเสมอว่าทำไมคนดู และมา engage กับคลิปของเรา
  • ถ้าทำคลิปเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นกระแสไม่ทัน เราตามหลังคนอื่นไปก้าวนึงแล้ว ก็ให้ไปดูแนวทางของคนอื่นๆ ที่ทำและหาข้อแตกต่างเพื่อนำเสนออีกมุมออกไป
  • หากโดนปิดการมองเห็น อาจปรับคอนเทนต์ และลองลงคลิปเรื่อยๆ ต่อเนื่อง เพื่อให้การมองเห็นกลับมา
  • การที่ถูกปิดการมองเห็น อาจเกิดจากบางทีทาง TikTok มองว่าเป็นสแปม ทางที่ดีหากมีปัญหาให้ปรึกษาทีมงาน TikTok โดยตรงจะดีกว่า เพราะให้คำแนะนำได้ดี
  • TikToker ในปัจจุบันทำเป็นอาชีพเสริมได้ แต่ถ้าทำเป็น Full-time อาจจะเร็วไปนิดนึง
  • เนื่องจาก TikTok ได้ให้ความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้งานของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีมาก เลยทำให้คลิปไหนที่มีเด็กออกมาเยอะ มันก็จะตรวจจับและขึ้นแจ้งเตือนอยู่บ่อยๆ กลุ่มครีเอเตอร์ที่ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเด็กก็ควรระวังตรงนี้เป็นพิเศษ
  • สำหรับคนที่คิดจะเปลี่ยนแนวทางคอนเทนต์ อาจไม่ต้องถึงขั้นเปลี่ยนช่องใหม่ก็ได้ เนื่องจากบนหน้าฟีดจะมี 2 แท็บ คือ Following และ For you ซึ่งคลิปวิดีโอใน Following จะเห็นเฉพาะในผู้ติดตามที่ติดตามช่องของเรา ส่วนใน For you จะเป็นคลิปวิดีโอที่ส่งไปตามความสนใจของผู้ใช้ บางทีผู้ติดตามก็มาจากการเห็นคลิปใน For you เมื่อมีผู้ติดตามเยอะขึ้น คลิปจะถูกส่งไปทั้งส่วน Following และ For you และเมื่อเปลี่ยนแนวคอนเทนต์ไป อาจส่งผลให้ผู้ติดตามไม่สนใจคลิปแบบเมื่อก่อน จนอาจเลิกติดตาม แต่ในทางกลับกันคลิปก็จะไปแสดงใน For you ของคนสนใจ ก็ทำให้กลุ่มเป้าหมายต่างกันหลายแบบ และนี่คือสาเหตุที่คนใน TikTok ทำแนวเดิมๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายไม่ต่างจากเดิมไปมากนั่นเอง
  • อีกทางสำหรับการเปลี่ยนแนวคอนเทนต์ภายในช่อง อาจทำได้โดยการหาจุดเชื่อมโยงระหว่าง 2 เรื่อง โดยที่ฐานกลุ่มเป้าหมายเดิมยังคงพอไปต่อกับเราได้
  • แต่เหนือสิ่งอื่นใดให้ดูที่ตัวคอนเทนต์เป็นหลักก็ได้ ถ้าคอนเทนต์ดีถึงแม้จะต่างจากคอนเทนต์แนวเดิม แต่ถ้ามันสามารถเพิ่มผู้ติดตามได้มากกว่าก็ถือว่าดีเหมือนกัน
  • การได้การรับรองแอคเคานต์ หรือยืนยันว่าเป็นแอคเคานต์ออฟฟิเชียลนั้นขึ้นอยู่กับทาง TikTok นอกจากนี้ยังมีวืธียื่นขอการยืนยันแอคเคานต์อื่นๆ ได้ ดังนี้
  1. ลองปรึกษา TikTok โดยตรง
  2. จ่ายเงินซื้อโฆษณาบน TikTok เกิน 1 ล้านบาท
  3. มีผู้ติดตามเยอะถึง 1 ล้านคน สามารถลองยื่นเรื่องขอได้ สำหรับผู้ใช้งานที่อยู่ในวงการบันเทิงและมีผู้ติดตาม 5 แสนคนขึ้นไปก็สามารถทำเรื่องยื่นขอได้เช่นเดียวกัน
  • ในการทำคลิปทุกครั้งจะต้องใส่ความครีเอทีฟลงไปในคลิป รวมไปถึงอาจมีความรู้ เทคนิค และความตื่นเต้น ทำให้คลิปให้น่าสนใจ และเคลื่อนไหว ที่สำคัญคือต้องเข้าใจคนในแพลตฟอร์มด้วย

จบไปแล้วกับ สรุปประเด็น iCreator Clubhouse : 7 Days 7 Sessions ทั้ง 7 หัวข้อของ RAiNMaker นับเป็นโอกาสและเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้จัดงานสัมมนาออนไลน์ผ่าน Clubhouse โดยมีแขกรับเชิญที่เป็นแนวหน้าในแต่ละวงการมาแบ่งปันความรู้และเทคนิคต่างๆ ในวงการคอนเทนต์ครีเอเตอร์

RAiNMaker ขอขอบคุณผู้ฟังทุกท่านที่คอยติดตาม iCreator Clubhouse มาตลอด 7 วันที่ผ่านมา สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดโปรเจ็กต์ดีๆ แบบนี้ อย่าลืมกดติดตามพวกเราในทุกช่องทาง แล้วพบกันเร็วๆ นี้นะคะ