JournalismNewsSocial

Avatar

miss arisa March 9, 2019

สรุปงาน iCreator Meetup ครั้งที่ 1 Content Trend 2019

iCreator Meetup ครั้งที่ 1 งานอีเวนท์เริ่มแรกแห่งปี 2562 ของ RAiNMaker ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้ชาว Thai Content Creator มาพบปะพูดคุยถึง Content Trend ที่น่าสนใจในปีนี้ โดยได้สปีคเกอร์ 3 ท่านที่ทุกคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอย่าง กอล์ฟมาเยือน ปังปอนด์ออนทัวร์ และ เอ็ม @Khajochi ตลอดงานกว่า 2 ชั่วโมงอัดแน่นไปด้วยประเด็นเด็ดๆ ทั้งทิศทางของแพลตฟอร์ม ครีเอทีฟเทรนด์ และ case study ที่น่าสนใจอีกมากมาย

Introducing

ในช่วงแรกพวกเรา RAiNMaker ขอแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง RAiNMaker เราทำขึ้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์ Content Creator Community ซึ่งตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเรานำเสนอคอนเทนต์ที่ช่วยให้ครีเอเตอร์ทั่วประเทศไทยนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์คอนเทนต์ของพวกเขา และในปีนี้เรากำลังจะเติบโตไปในทิศทางใหม่ๆอย่างการจัด Meetup ครั้งนี้ก็เช่นกัน เรามีความตั้งใจอยากที่จะเป็นจุดรวมของนักทำคอนเทนต์แขนงต่างๆ โดยจะมี Meetup ในลักษณะนี้ทุกๆ 2 เดือน และมีอีเวนท์ใหญ่ iCreator Conference ที่เกิดขึ้นช่วงกลางปี รวมไปถึง workshop ที่จะช่วยให้ครีเอเตอร์หน้าใหม่เสริมทักษะและจุดประกายไฟให้โชคโชนยิ่งขึ้น

ก่อนจะไปพบกับ Guest Speak ทั้ง 2 คน พี่เอ็ม @Khajochi ได้สรุปเทรนด์คอนเทนต์ที่น่าจับตามองในปี 2019 มาให้พวกเราได้ฟัง 10 ข้อด้วยกัน

  1. เลิกเน้นแค่ Facebook ได้แล้ว มองหาแพลตฟอร์มอื่นๆที่จะสื่อสารคอนเทนต์ของเราได้ ไม่ว่าจะ Twitter, Instagram หรือ YouTube ก็ล้วนมีความเติบโตของผู้ใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  2. คน โอเคกับการขายของ ขอแค่ Content ดีก็พอ คนทำคอนเทนต์ควรบอกแต่แรกว่ากำลังโฆษณาสินค้าอะไร เพราะถึงไม่บอกคนก็ดูออก แต่หากบอกแล้วยังมีเนื้อหาที่ผู้ชมสนใจยังไงคนก็ดูอยู่ดี
  3. Brand as Publisher มาแล้ว แม้แบรนด์ของเราจะไม่ได้ทำคอนเทนต์เป็นหลัก แต่สามารถนำเสนอสินค้าและบริการของเราผ่านการเล่าเรื่องด้วยคอนเทนต์ จนกลายมาเป็นภาพจำและดึงดูดให้คนติดตามได้อย่างพลับบลิชเชอร์ ยกตัวอย่าง Wongnai.com ที่ทำคอนเทนต์นายฮ้อย ชวนชิม หรืออย่าง The Mall กับรายการ The Styler ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก
  4. Real-Time Marketing กลายเป็นสิ่งจำเป็น คนยังดูข่าว แชร์ข่าวจาก Facebook เมื่อโซเชียลกลายเป็นแหล่งข่าวที่จุดประเด็น คนทำคอนเทนต์ก็ต้องตามให้ทัน
  5. Stories กลายเป็น Next Gen Content เหตุเพราะมันอยู่บนด้านสุดของแอปพลิเคชั่น ไม่ต้องรอลุ้นเลยว่าจะเลื่อนลงมาเจอคอนเทนต์ของเราหรือไม่  และวัยรุ่นชอบเล่นเพราะมันใช้ง่าย ดึงดูดให้อยู่บน Stories นาน
  6. โฆษณาบน Facebook เริ่มแพง Twitter กับ YouTube ราคาถูกกว่าเข้าถึงคนได้พอๆ ทั้งยังไม่ได้ปรับอะกอลิทึ่มไปมาจนยากคาดเดาได้
  7. คลิปแนวตั้งเริ่มได้ผลดีกว่าแนวนอน แพลตฟอร์มต่างๆ อย่าง Facebook, Instagram และ YouTube เริ่มปรับให้รองรับคลิปแนวตั้งมากขึ้น รองรับการใช้งานสมาร์ทโฟนที่มากขึ้น ซึ่งมีการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีกว่าจริงๆ เพราะ 95 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งานอยู่บนสมาร์ทโฟนแล้ว
  8. Like, Follow, Subscribe ยากขึ้นเรื่อยๆ เราจึงเห็นเพจใหญ่หลายๆเพจเริ่มสร้างเพจแยก เพื่อสร้างผู้ติดตามใหม่ๆที่เพิ่มขึ้นได้ง่ายกว่าเพจเดิม
  9. การ Declare เรื่องความโปร่งใส หรือการแสดงความจริงใจคือเรื่องที่จำเป็น บอกผู้อ่านแต่แรกว่าคุณได้รับการว่าจ้างดีกว่าให้ผู้อ่านจับได้ แล้วกลายเป็นความรู้สึกที่ไม่ดี จนถึงขั้นแบนและเลิกติดตาม
  10. Idol, E-sport, Netflix = Gen Y, Z จริงไม่เพียงแค่เทรนด์แต่พวกเขาเหล่านี้เป็นสายอาชีพใหม่ที่มีบทบาม มีอิทธิพล ต่อคนรุ่นใหม่ ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนคอนเทนต์กระแสหลัก

Tag Team Talk Session

และแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยที่จะได้ฟังเรื่องราวของ Guest Speaker ของเรา ซึ่งจุดเด่นที่ทั้ง 2 คนมีเหมือนกันคือ ความมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ฝั่ง ปังปอนด์ออนทัวร์ นั้นสร้างเพจมาเพื่อบันทึกเรื่องราวของตัวเอง เพื่อให้เพื่อนๆของเขาได้รู้ว่าแต่ละวันเขาทำอะไรที่ไหนบ้าง เรียกได้ว่า เพจเกิดจากความเหงา จนต้องมอบยอดเยี่ยมให้เลย

ส่วน กอล์ฟมาเยือน แต่เดิมเขาเป็นช่างภาพถ่ายภาพวิวเสียมากกว่า จนเปลี่ยนผันมาทำวิดีโอสอนเทคนิคถ่ายรูปโดยมีแขกรับเชิญสาวสวยอย่าง เชอรีน จึงทำให้ใครๆก็รู้จักกอล์ฟและยังมีลายเซ็นสำคัญคือการเปิดรายการด้วยการโยนมือถือเท่ๆ ที่ทำกี่ครั้งก็รับได้แน่นอน ด้วยคอนเทนต์ที่มีประเด็นเนื้อหาที่คนอินตามได้ง่าย และการนำเสนอที่ดูสนุก ส่งให้กอล์ฟมาเยือนมีเพจไลค์ใน Facebook กว่า 7 แสนภายใน 1 ปีเท่านั้น

ต่อจากคอนเทนต์ของกอล์ฟมาเยือน เราจะเห็นว่าอีกเทรนด์หนึ่งที่น่าสนใจคือการ Collaboration ไม่ว่าจะคอลแลบกันระหว่าง Blogger, Influencer หรือการมาแจมของดารา นางแบบ ไอดอลที่มีคนติดตาม การทำคอนเทนต์ในลักษณะนี้มีความน่าสนใจตรงที่ทั้ง 2 ฝ่าย มีฐานผู้ชมอยู่แล้ว แต่อาจจะเป็นคนละกลุ่มกัน มาทำคอนเทนต์แล้วช่วยส่งเสริมกันและกันทั้งในการทำงาน และฐานผู้ชมที่แต่ละคนมี รวมไปถึงสร้างรูปแบบการทำคอนเทนต์ที่แปลกใหม่ สนุกสนาน นำไปสู่การขายโฆษณาได้ในอนาคต

ทางปังปอนด์เองอาจจะไม่ได้เห็นงานของเขาที่เป็นการคอลแลบไม่บ่อย เพราะเป็นคอนเทนต์ที่เน้นฉายเดี่ยว แต่เมื่อปีที่แล้วทาง Mango Zero พลับบลิชเชอร์ในเครือเดียวกับเรา ก็ได้มีโอกาสคอลแลบกับปังปอนด์ในรูปแบบของบทความซึ่งยังคงความเป็นปังปอนด์อยู่ ซึ่งเอื้อให้การทำงานผ่านไปอย่างราบรื่น แต่ปังปอนด์ยังกล่าวเสริมว่าหากต้องคอลแลบกับ Influencer ที่คาแรคเตอร์จัดพอๆกันอาจจะยากที่จะต้องบาลานซ์ให้ยังคงความเป็นตัวเองอยู่ในงานนั้นๆ

เนื้อหาโดยรวมในวันนี้จริงๆแล้วถ้าให้ถกกันสามารถพูดคุยได้เป็นวันๆ หรืออาจจะสองวันเสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยเวลาที่จำกัดทั้ง speaker และผู้ที่มาร่วมงานต่างก็ยังมีประเด็นที่อยากพูดคุยกันอีกอีกมากมาย เมื่อจบจากการสนทนาบนเวทีทางเราจึงจัดให้มี Networking Time เพราะผู้ร่วมงานในครั้งนี้ก็มีหลายท่านที่มีเพจที่มีชื่อเสียงไปจนถึงน้องๆนักศึกษาที่เริ่มต้นทำคอนเทนต์แรกในปีนี้ เป็นนิมิตหมายอันดีว่า Meetup ครั้งต่อไปจะได้มีเรื่องราวสนุกๆและมีสาระมาอัพเดตอีกแน่นอน

Networking Time

ติดตาม RAiNMaker เพิ่มเติมได้ที่

Facebook : RAiNMaker
Twitter : RAiNMakerTH